รู้จัก ยา 3 ชนิด ที่มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดสูง จนถูกเรียก"ยาเสียสาว"
“ยาเสียสาว” นับเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดสูง มีอันตรายต่อสุขภาพมากหากใช้ไม่เหมาะสมหรือไม่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพ แต่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่มี การนำมาใช้ในทางการแพทย์ แต่มีแนวโน้มในการนำไปใช้ในทางที่ผิดสูง
ช๊อก! ขบวนการยาเสียสาว "หมอแอร์" เงินหมุนเวียน 450 ล้าน ยึดยา 1.7 แสนเม็ด
รู้ทัน"ยาเสียสาว"วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ตกเป็นเหยื่ออันตรายถึงชีวิต
ยานอนหลับ 3 ชนิดต้องระวัง!
ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam)
เป็นยากลุ่ม benzodiazepine ที่ออกฤทธิ์สั้นหรือนานปานกลาง จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น ซึ่งใช้สำหรับรักษาอาการวิตกกังวล สงบระงับ และช่วยให้นอนหลับ มีการดูดซึมยา ( t max) ภายใน 1-2 ชั่วโมง
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่นๆ
- คลายกล้ามเนื้อลาย
- ต้านอาการชัก
- ทำให้สูญเสียความทรงจำชั่วขณะ
- ความสามารถในการเรียนรู้ และความจำลดลง
- สมรรถภาพในการทำงานที่ต้องใช้ความชำนาญ หรือการตัดสินใจฉับพลันเสื่อมลง
เนื่องจากยานี้มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางจึงมีผู้ที่นำยานี้มาใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด เช่นที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เป็นต้น สำหรับคนที่ติดยาดังกล่าวหากใช้ในขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการ ติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งถ้าหยุดยาทันทีจะเกิดอาการขาดยาหรือถอนยา เช่น คลื่นไส้ นอนไม่หลับ มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว ซึมเศร้า เป็นโรคจิต หรืออาจถึงกับชักได้
ฟลูนิแทรซิแพม (Flunitrazepam)
โรฮิบนอล (Rohypnol) หรือ ยา flunitrazepam หรือในวัยรุ่นอาจรู้จักกันในชื่อ “ยาลิ้นฟ้า” จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งทางการแพทย์ ใช้สำหรับรักษาอาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรง มีฤทธิ์บรรเทาอาการวิตกกังวล สงบประสาท ทำให้นอนหลับ สูญเสียความทรงจำชั่วขณะ คลายกล้ามเนื้อต้านการชัก และกดระบบการหายใจ ดังนั้นผู้ใช้ยานี้ จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ภายใต้คำสั่งแพทย์ ออกฤทธิ์เร็ว ภายในเวลา 20-30 นาทีหลังการรับประทานยา และฤทธิ์จะอยู่นานประมาณ 8-12 ชั่วโมง
อาการไม่พึงประสงค์
ง่วงซึม มึนงง เดินเซ ปวดศรีษะ และความจำในระหว่างที่ได้รับยาลดลง การตัดสินใจไม่ดี ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการสั่นและฝันร้าย ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ ทำงานเกี่ยวกับ เครื่องจักรกล หรือทำงานอื่นที่ต้องการความตื่นตัว อาจมีอาการนอนไม่หลับ ประสาทหลอน พฤติกรรมผิดปกติ การใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะติดยาได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อหยุดยา จะทำให้เกิดอาการถอนยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เปลือกตากระตุก สั่น เป็นต้น ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันนาน เกิน 1 เดือน
ยาโซลพิเดม (Zolpidem)
ยาโซลพิเดม จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ทางการแพทย์ใช้เป็นยาช่วยทำให้นอนหลับที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเบนโซไดอะซิปีน มีการออกฤทธิ์เพียงระยะสั้น ผลข้างเคียงที่เด่นของยานี้จะเป็นเรื่องการเกิดประสาทหลอน โดยโซลพิเดมจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30 นาทีหลังรับประทาน
ผลข้างเคียงโซลพิเดม
- การสูญเสียความทรงจำ
- ง่วงนอน วิงเวียน
- ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน
- ความคิดอ่านผิด ปกติไปจากเดิม
- เกิดภาวะจิต/ประสาทหลอน
- บางคนอาจมีอาการแพ้ยา
ยาทั้ง 3 ตัวยาล้วนจัดเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ที่แพทย์ใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการนอนหลับ อาการวิตกกังวล และใช้ประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดสูง มีอันตรายต่อสุขภาพมากหากใช้ไม่เหมาะสม จึงต้องใช้ในปริมาณ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพ ปัจจุบันกลับถูกมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีมาใช้ในทางที่ผิด หวังก่ออาชญากรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเพื่อรูดทรัพย์ หรือล่วงละเมิดทางเพศ และถูกเรียกมาเป็น “ยาเสียสาว”
อาการเตือนโดยยา
- อาการง่วงนอน มึนงง คลื่นไส้อาเจียน
- เดินเซ เคลื่อนไหวลำบาก หายใจลำบาก
- มีอาการคล้ายเมาสุราแม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มไปเพียงเล็กน้อย
- หากได้รับในขนาดที่สูงมากอาจทำให้เกิดการกดการทำงานของหัวใจ กดการหายใจ ชักหมดสติและเสียชีวิตได้
ดังนั้นกฎหมายจึงมีการควบคุมการซื้อขายสาร/ยาดังกล่าว โดยห้ามผลิต นำเข้า หรือส่งออก เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตเฉพาะเท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำมาขายผิดกฎหมายโดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ต
ข้อกฎหมายและบทลงโทษ
- ผู้จูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวงหรือขู่เข็ญให้ผู้อื่นเสพ โทษจำคุก 2-10 ปี ปรับ 40,000-200,000 บาท หากกระทำต่อหญิงหรือต่อบุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ โทษจำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต ปรับ 60,000 – 500,000 บาท
- ผู้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ โทษจำคุก 1 – 5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท
- ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย โทษจำคุก 5-20 ปี ปรับ 100,000 – 400,000 บาท
รัฐบาลได้สั่งการและกำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามให้ออกกวาดล้างและจับกุมทั้งผู้ผลิตจำหน่ายและผู้ใช้ได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสกับทาง อย. ได้ที่สายด่วน อย. 1556
ข้อมูลจาก : กองควบคุมวัตถุเสพติด และทำเนียบรัฐบาล