โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พณ.จับตากระแสแบนสินค้าไทย คาด 'กัมพูชา' โต้กลับหลังกาสิโนซบเซา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.43 น.

พณ.เกาะติดปิดด่านไทย-กัมพูชา เร่งเช็กของกินของใช้ข้ามแดน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณส่งออกนําเข้าสินค้าไทยไปกัมพูชาในวันที่ 13 มิถุนายน ว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดนกัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัดแล้ว ได้รับแจ้งว่าจุดผ่านแดนต่างๆ ยังคงเปิดทำการตามปกติตามมาตรการของฝ่ายความมั่นคง การเข้าออกของคนและสินค้ายังคงเป็นไปตามปกติ ทั้งนี้ ช่วงเวลา 10.00 น. ฝั่งกัมพูชามีการปิดประตูด่านเป็น การชั่วคราว (ประมาณ 30 นาที) ที่บ้านแหลม และบ้านผักกาด จ.จันทบุรี เนื่องจากมีคณะฝ่ายปกครองของ กัมพูชาลงตรวจพื้นที่ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจก็เปิดประตูด่านตามปกติ

ทั้งนี้ ช่วง 4 เดือนแรก 2568 การค้าระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา มีมูลค่ารวม 126,283 ล้านบาท ขยายตัว 2.3% ขณะที่การค้าชายแดนไทย – กัมพูชา มูลค่า 64,612 ล้านบาท ขยายตัว 12.4%

โดยการค้าชายแดนคิดเป็น 51.2% โดยไทยส่งออกไปกัมพูชารวม 108,383 ล้านบาท บวก 1.6% และส่งออกชายแดน 50,225 ล้านบาท บวก 9.7% คิดเป็นสัดส่วน 46.3% ขณะที่ไทยนำเข้าโดยรวมจากกัมพูชา 17,900 ล้านบาท บวก 6.9%) และนำเข้าตามชายแดนและผ่านแดน 14,387 ล้านบาท บวก 22.4% โดยการนำเข้าผ่านทางชายแดนคิดเป็นสัดส่วน 46.6%

ส่วนการค้าผ่านแดนด้านกัมพูชาไปประเทศ 3 ช่วง 4 เดือนแรก2568 ขยายตัว โดยมีมูลค่า 2,458 ล้านบาท บวก 15.2% เป็นการส่งออก 315 ล้านบาท บวก 3.3% และการ นำเข้า 2,143 ล้านบาท บวก 17.2% ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ เวียดนาม และจีน

นางอารดา กล่าวถึงกระแสแบนสินค้าไทย จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่ม แต่หลังจากนี้คงต้องติดตามต่อว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ท่านฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พยายามไม่ให้คนกัมพูชาโยงเรื่องข้อพิพาทไปประเด็นอื่น แต่ขณะนี้ทั้ง 2 คนได้ประกาศออกมาเอง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน จึงคาดเดาได้ยากว่าทิศทางจะเป็นแบบไหน

อย่างไรก็ตาม การออกมาประกาศของ ฮุน เซน คาดว่าเป็นการตอบโต้มาตรการของไทยที่ห้าม ชาวไทยข้ามไปเล่นพนันที่ด่านอรัญประเทศ – ปอยเปต จนส่งผลให้กิจการกาสิโนซบเซาลงไปมาก รวมถึงเป็นการสร้างข้อต่อรองกับฝ่ายไทย ก่อนการเจรจา JBC ในวันที่ 14 มิถุนายน

“ขณะนี้ยังเร็วไปประเมินเบื้องต้นได้ตามตัวเลขการค้าได้เท่านั้น หลังการเจรจา JBC 14 มิถุนายน จะเห็นภาพชัดขึ้นว่ามาตรการที่สองฝ่ายจะใช้ต่อกันจะเป็นอย่างไร หรืออาจได้ข้อสรุปที่เป็นทางออกที่ดีก็ได้” นางอารดา กล่าว

นางอารดา กล่าวว่า กลุ่มสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมในกัมพูชา ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องดื่ม (นม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มไม่อัดลม/อัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง) กาแฟที่ผสมได้ทันที นมผง บุหรี่ และอาหารปรุงแต่งอื่นๆ เช่น ครีมเทียม กะทิสำเร็จรูป

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยบังคับใช้มาตรการในขั้นที่ 2 คือ จำกัดการผ่านแดนเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น และ จำกัดวันเวลาในการเข้า – ออกจุดผ่านแดน ทั้ง 18 แห่ง ใน 7 จังหวัด ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า ยังสามารถขนส่งผ่านจุดผ่านแดนถาวรที่เป็นช่องทางหลักได้ทั้งหมด ล่าสุดวันที่ 11 มิถุนายน กองกำลังบูรพาปรับมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร และจุด ผ่อนปรนการค้าในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เพื่อมุ่งอำนวยความสะดวกประชาชน ให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน

มีรายละเอียดดังนี้

1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน : เปิด – ปิด เวลา 08.00 – 16.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปผ่านเข้าออกได้ (จากเดิมที่ไม่อนุญาตรถบรรทุก) โดยจำกัดจำนวนคันที่ 70 คัน/วัน ทั้งขาเข้าและขาออก

2. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ : เปิด – ปิด เวลา 08.00 – 12.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปผ่านเข้าออกได้ (จากเดิมที่ไม่อนุญาตรถบรรทุก) โดยจำกัดจำนวนคันที่ 30 คัน/วัน ทั้งขาเข้า และขาออก

3. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา : คงเวลาเปิด – ปิด เวลา 08.00 – 12.00 น. โดยห้ามรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปผ่านเข้าออก แต่หากจำเป็นต้องเดินทางสัญจรสามารถใช้เส้นทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ ไทย – กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน)

นอกจากนี้ได้มีการผ่อนปรน โดยอนุโลมในการเดินทางข้ามแดนของนักเรียนชาวกัมพูชา สามารถผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อน ปรนการค้าบ้านหนองปรือ ในช่วงเช้า ตั้งแต่ เวลา 06.00 – 08.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 18.00 น.

นอกจากนี้กรมการค้าต่างประเทศ ได้ทำการวิเคราะห์ถึงผลกระทบการปรับวันและเวลาเปิด-ปิดด่าน เฉพาะการควบคุมคนเข้า-ออก ไม่กระทบการค้าสินค้าโดยรวม แต่ถ้ามีการปิดด่านอย่างถาวรหรือ ปิดหลายด่านพร้อมกันจะกระทบทันที แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่

ระยะสั้น (0 – 3 เดือน)
ธุรกิจรายย่อยข้ามแดน เช่น ตลาดชายแดนหยุดชะงัก เนื่องจากประชาชนทั้งสองฝั่งมีความกังวลว่าสถานการณ์อาจยกระดับ จึงงดเว้นที่จะเดินทางข้ามแดนมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ (สินค้าหิ้วมีสัดส่วนไม่เกิน 10% ของการค้าชายแดนด้านกัมพูชา) โลจิสติกส์หยุด/เบี่ยงเบนเส้นทาง ผู้ประกอบการต้องวางแผนการขนส่งสินค้าให้สอดคล้องกับการ ปรับเวลาเปิด – ปิดด่านชายแดน เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าถูกตีกลับหรือติดค้างที่ด่านชายแดน รวมถึงการ ปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือรูปแบบการขนส่งสินค้าหากมีการปิดด่านชายแดนหลายด่านพร้อมกัน อาทิ ทางน้ำ (ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือกรุงเทพ) และทางอากาศ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ซึ่งอาจกระทบต่อ ต้นทุนและราคาขายสินค้า จนทำให้สูญเสียส่วนแบ่งตลาด

ระยะกลาง (3 – 12 เดือน)
ผู้ส่งออกต้องหาตลาดหรือเส้นทางใหม่: หากสถานการณ์ยังคงอยู่ ผู้ประกอบการควรมีการแสวงหาตลาดใหม่เพื่อทดแทนตลาดกัมพูชาที่อาจจะได้รับผลกระทบในวงกว้างและทวีความรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ดี สินค้าไทยยังคงมีศักยภาพในการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ โดยเฉพาะลาว และเมียนมา อุตสาหกรรมไทยที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากกัมพูชาเริ่มกระทบ: โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องใช้มัน สำปะหลังเป็นวัตถุดิบ นำเข้า 5,817 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40.4% รวมถึงสินค้าประเภทวัตถุดิบ และกึ่งสำเร็จรูป อาทิ เศษอะลูมิเนียม 2,777 ล้านบาท ลวดและสายเคเบิลที่หุ้มฉนวน (1,101 ล้านบาท) และ ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม (576 ล้านบาท)

ระยะยาว เกิน 1 ปีขึ้นไป
จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพพรมแดนลดลง อาจเกิดการโยกย้ายสถานประกอบกิจการ เพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลกระทบต่อการถูกเลิกจ้างงานของแรงงานในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ความสัมพันธ์ทางการค้าอาจเปลี่ยนไปสู่ช่องทางทางทะเลหรือผ่านประเทศอื่นแทน: อาทิ ทางน้ำ และทางอากาศ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต้องพิจารณาหาแนวทางเพิ่มเติมในการดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาส่วนแบ่ง ตลาด (Market Share) ต่อไป นอกจากผลกระทบต่อการค้าสินค้า

การปิดด่านอย่างถาวรหรือปิดหลายด่านพร้อมกันจะส่งผลกระทบ ทางอ้อมต่อภาคธุรกิจบริการและภาคแรงงาน เนื่องจากประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางข้ามมาฝั่งไทยเพื่อ รักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสถานพยาบาลและที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับแรงงานกัมพูชาที่ ข้ามมาทำงานฝั่งไทยเป็นจำนวนมากเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พณ.จับตากระแสแบนสินค้าไทย คาด ‘กัมพูชา’ โต้กลับหลังกาสิโนซบเซา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...