โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

OR เผยไตรมาส 2/68 คาเฟ่อเมซอนยังแกร่ง หนุนธุรกิจ Lifestyle โตต่อเนื่อง จับตาไตรมาส 3/68 ปิดดีล M&A ธุรกิจใหม่

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 06.58 น.

OR เผยแนวโน้มไตรมาส 2/68 ธุรกิจ Mobility อาจเจอแรงกดดันจากฤดูฝน-ราคาน้ำมันร่วง ฟากธุรกิจ Lifestyle ยังโดดเด่น Cafe Amazon คาดยังรักษาปริมาณจำหน่ายระดับ 100 ล้านแก้ว เผยไตรมาส 3/68 คาดเห็นความชัดเจนดีล M&A 1 ดีล ปี 68 ทุ่มงบ 18,000 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจต่อเนื่อง
นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงแนวโน้มไตรมาส 2/68 สำหรับธุรกิจ Mobility คาดปริมาณการขายอาจลดลงและเกิดขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) เล็กน้อย จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงและผลกระทบจากฤดูฝน
ส่วนธุรกิจ Lifestyle คาดยังเติบโตโดดเด่น เนื่องจากต้นเดือนเม.ย. อากาศค่อนข้างร้อน ส่งผลให้มีปริมาณจำหน่ายของร้าน Cafe Amazon ปรับตัวดีขึ้น โดยไตรมาส 1/68 มีปริมาณจำหน่ายรวม 104 ล้านแก้ว ทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งในไตรมาส 2/68 บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาปริมาณการจำหน่ายที่ระดับ 100 ล้านแก้วได้ต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ธุรกิจยังแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาดีล M&A ทั้งในกลุ่ม Mobility และ Lifestyle โดยเฉพาะธุรกิจอาหารจานด่วน (Quick Serve) ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงต้นไตรมาส 3/68
สำหรับงบลงทุนในปี 2568 บริษัทวางไว้ที่ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. ธุรกิจ Mobility ใช้งบ 40.5% ใช้สำหรับการขยาย EV Station เพิ่ม 250 แห่ง และขยายสถานี PTT Station ในไทยอีก 100 แห่ง, 2. ธุรกิจ Lifestyle ใช้งบ 38.5% สำหรับขยายร้าน Cafe Amazon รวมถึงลงทุน M&A และ JV , 3. ธุรกิจ Global ใช้งบ 14.7% เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและขยายการดำเนินงานของร้าน Cafe Amazon และ PTT Station ในต่างประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 6.3% เป็นงบใช้พัฒนาเทคโนโลยีและ Digital Platform
ส่วนทิศทางราคาพลังงานในไตรมาส 2/68 และช่วงที่เหลือของปี 2568 ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ระดับ 50-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยบริษัทยังติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินความเสี่ยงอาจส่งผลกระทบ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด Stock Loss ตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่ไปด้วย
ขณะที่ภาพรวมปริมาณการขายน้ำมันในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะเติบโตในระดับเดียวกับกรอบการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินจะอยู่ที่ 1.8% ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินจะอยู่ในกรอบาว 1.3-2%
“ปัจจัยลบจากภายนอกโดยเฉพาะสงครามการค้า แม้บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การส่งออกอ่อนแอ ทำให้อำนาจการซื้อของผู้บริโภคน้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบทางอ้อมต่อบริษัท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Lifestyle โดยเฉพาะ Cafe Amazon ที่ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ ทำให้บริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรของธุรกิจ Lifestyle ให้แข็งแกร่งได้ต่อเนื่อง” นางสาววิไลวรรณ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...