โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(มี E-Book)ทะลุมิติมาสู่ยุคจีนโบราณ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2568 เวลา 18.18 น. • ห้วงความฝัน'
หลิวซูเหยียนสาวนักฆ่าจากยุคสองพัน รู้ตัวอีกทีได้มาอยู่ในร่างของเด็กสาวผอมบางที่เพิ่งแต่งงานในยุคจีนโบราณ เธอจะบ้า….

ข้อมูลเบื้องต้น

หลิวซูเหยียน นักฆ่าสาวจากยุคปัจจุบัน ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในร่างของหญิงสาวที่ถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับชายขาเป๋แทนน้องสาว ในยุคโบราณที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ ในชีวิตก่อนที่ต้องอยู่ภายใต้เงามืดมาตลอด นางเชื่อว่าตนไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเหยื่อของโชคชะตาอีกต่อไป ด้วยทักษะจากอดีตและมิติพิเศษที่ได้รับมานี้ นางสามารถกำหนดเส้นทางชีวิตของตนเองได้….☞☞

✍✍ทุกอย่างในเรื่องเป็นเพียงโลกแห่งจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่ได้อ้างอิงจากชีวิตจริงและประวัติศาสตร์ ขอให้ทุกท่านถอดสมองอ่านและมีความสุขไปด้วยกันนะ❦❦❦

❣ ❣ Enjoy Reading Ka~❣ ❣

ตอนที่ 1

สายลมเย็นยะเยือกโหมพัดผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาสูงตระหง่าน ในค่ำคืนอันมืดมิด แสงจันทร์ซีดส่องต้องกระท่อมไม้เก่าคร่ำคร่า รอยแตกและคราบตะไคร่บนผนังเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสภาพที่เสื่อมโทรม ภายในห้องอับทึบ กลิ่นชื้นของไม้เก่าผสมกับกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ บนเตียงไม้หยาบ ๆ ร่างของเด็กสาววัยสิบห้าปีนอนแน่นิ่ง ผิวของเธอซีดขาว ไร้ไออุ่น ประหนึ่งคนที่สิ้นลมหายใจไปแล้ว

แต่ในชั่วพริบตาเดียว เปลือกตาของเธอสั่นไหว ก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่ฉายแววสงสัยและเย็นชา

'นี่มันเกิดอะไรขึ้น…'

หลิวซูเหยียน มือสังหารจากศตวรรษที่ 21 ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการถูกลอบโจมตีระหว่างปฏิบัติภารกิจ แต่แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? ที่สำคัญ ร่างกายของเธอดูเล็กและอ่อนแอกว่าที่เคยเป็นมาก กระแสแห่งความทรงจำใหม่ไหลบ่าเข้าสู่จิตสำนึกของเธอ

เจ้าของร่างเดิมนี้คือ "หลิวซูเหยียน" อายุสิบห้าปี บุตรสาวของบ้านสกุลหลิว นางเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่เคยมอบความรักให้ เมื่อนางอายุเพียงสิบขวบ มารดาก็เสียชีวิตไป บิดาของนางแต่งงานใหม่กับหญิงที่จิตใจคับแคบและให้กำเนิดบุตรอีกสองคน หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านก็ตกเป็นภาระของนาง นางถูกใช้งานเยี่ยงสาวใช้ ถูกครอบครัวกีดกันออกเสมือนเป็นคนนอก กระทั่งวันที่เคราะห์กรรมมาถึง

สองวันก่อน นางถูกจับให้แต่งงานกับ "เซียวจิ่นหาน" ชายหนุ่มวัยสิบแปดปี บุรุษที่เป็นบุตรบุญธรรมของพรานหวัง ต่อให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี แต่ปัจจุบันเขาเป็นเพียงชายขาเป๋ที่ใช้การไม่ได้ เดิมทีตามสัญญาแต่งงานต้องเป็น "หลิวกุ้ยฮวา" น้องสาวต่างมารดาของนาง แต่เมื่อเซียวจิ่นหานเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ขาไม่สามารถใช้งานได้ตามเดิม หลิวกุ้ยฮวารับไม่ได้ที่จะต้องแต่งกับชายขาเป๋จึงต่อต้าน หลี่ซื่อ มารดาของหลิวกุ้ยฮวา เห็นแก่เงินสินสอดที่มากถึงสามสิบตำลึง จึงยัดเยียดให้นางแต่งแทน

'ช่างเป็นครอบครัวที่โหดร้ายเสียจริง!'

ซูเหยียนแสยะยิ้มเย็น ความทรงจำของร่างเดิมฉายชัด วันที่ถูกบังคับให้แต่งงาน นางร้องขอความเห็นใจจากบิดา แต่กลับได้รับเพียงความเมินเฉย หลี่ซื่อถึงขั้นผลักนางล้มจนศีรษะกระแทกขอบโต๊ะ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างเดิมสิ้นใจไป จึงทำให้นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างนี้

เซียวจิ่นหานได้ยินข่าวเกี่ยวกับสกุลหลิวจากชาวบ้านที่มาส่งเกี้ยวเจ้าสาว เมื่อเห็นรอยแผลที่ศีรษะของนาง เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใครอธิบาย

เขาเติบโตขึ้นมาอย่างเดียวดาย จนกระทั่งได้พบกับพรานหวังในวัยเจ็ดขวบ ตอนนั้นเขาเป็นเพียงขอทานที่เร่ร่อนข้างถนน ถูกกลุ่มอันธพาลซ้อมอย่างทารุณ จนพรานหวังบังเอิญผ่านมาเห็นและช่วยเหลือเอาไว้ พรานหวังเป็นชายที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกหลานสืบสกุล เมื่อรู้สึกถูกชะตากับเด็กชายที่บาดเจ็บ จึงรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ถ่ายทอดวิชาล่าสัตว์และการใช้ชีวิตในป่าให้

เมื่อสองปีก่อน พรานหวังในวัยชราป่วยหนักและกังวลว่าเขาจะอยู่อย่างเดียวดาย จึงให้แม่สื่อติดต่อหาคู่ครอง บ้านหลิวตอบรับด้วยความยินดี เพราะเงินสินสอดสามสิบตำลึงที่พรานหวังให้นั้นไม่น้อยเลย แต่โชคชะตาเล่นตลก สามเดือนก่อนเขาตกลงไปในกับดักล่าสัตว์ ทำให้ขาได้รับบาดเจ็บจนทำให้ขาใช้การไม่ได้ เพราะสาเหตุนี้ครอบครัวนั้นจึงผลักไสลูกสาวที่ไม่เป็นที่ต้องการมาแทน ทว่าไม่ว่านางจะถูกส่งมาโดยเต็มใจหรือไม่ก็ตาม หากว่านับจากนี้ไปนางเต็มใจที่จะครองคู่กับเขา เขาจะถือว่านางก็คือภรรยาของเขา

“ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าถูกเอาเปรียบอีกต่อไป” เขาพึมพำกับตนเอง แต่หากนางต้องการจะจากไป เขาก็จะไม่ฉุดรั้งไว้

หลิวซูเหยียนลืมตาขึ้น นางสูดหายใจลึกก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่บางสิ่งในตัวกลับยังคงอยู่ นางหลับตาลงและสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่คุ้นเคย

'มิติของข้า…ยังอยู่!'

เดิมมิติของนางเป็นเพียงห้องวิจัยห้องหนึ่งเท่านั้น แต่ตอนนี้โลกภายในจิตของนางเผยให้เห็นพื้นที่พิเศษ ที่นั่นคือเซฟเฮาส์ส่วนตัวของเธอในชาติก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยา อาวุธ ห้องวิจัยอุปกรณ์ทดลองต่าง ๆ และที่สำคัญ น้ำยาฟื้นฟูร่างกายที่เธอเคยพัฒนาไว้!

แววตาของหลิวซูเหยียนเปล่งประกายเยือกเย็น นางกำมือแน่น ก่อนจะแสยะยิ้ม

'หากสวรรค์ให้ข้าเกิดใหม่ ข้าก็จะเป็นผู้กำหนดชะตาของตัวเอง!'

นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะตัดสินใจว่าเวลานี้ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ วางแผนอนาคตให้ตนเอง และที่สำคัญ ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมิติให้เกิดประโยชน์สูงสุด!

หลิวซูเหยียนยืดตัวตรงก่อนจะเดินออกจากกระท่อมพร้อมแววตาแน่วแน่ นับจากวันนี้เป็นต้นไป นางจะไม่ยอมให้ใครมาชักใยชีวิตของนางได้อีก!

ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูบ้านไม้เก่า เซียวจิ่นหานยืนรออยู่ แม้ขาของเขาจะพิการ แต่สายตาของเขากลับแน่วแน่และเต็มไปด้วยความกังวล นางหมดสติไปสองวันแล้ว และเขาก็ไม่รู้ว่านางจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด

เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้น เขาหันไปมอง และพบว่าหญิงสาวที่นอนซมเมื่อวานนี้ได้ลุกขึ้นยืนแล้ว แม้จะดูซีดเซียว แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว

“เจ้าฟื้นแล้ว?”

❦❦❦❦❦❦❦❦❦❦❦❦

ღღฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมกอดด้วยนะคะღღ

ตอนที่ 2

“เจ้าฟื้นแล้ว?”

แสงอรุณแรกของวันใหม่ค่อย ๆ ทอดผ่านขอบฟ้า สาดแสงสีทองลงมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ละอองหมอกจาง ๆ คลอเคลียอยู่ตามยอดไม้ เสียงนกน้อยขับขานเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ ภายในกระท่อมไม้เก่า เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น เด็กสาวในชุดผ้าหยาบเดินออกมาจากห้อง สีหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากอาการบาดเจ็บ แต่แววตากลับแน่วแน่ราวกับเปลวไฟที่ไม่ยอมมอดดับ

เซียวจิ่นหานที่นั่งรออยู่หน้ากระท่อมหันมามอง ดวงตาลุ่มลึกของเขาพินิจพิเคราะห์หญิงสาวตรงหน้า นางดูแตกต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ หากเป็นเมื่อก่อน หลิวซูเหยียนจะมีท่าทางหวาดกลัวและอ่อนแอ ทว่ายามนี้ แววตาของนางเยือกเย็นและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

“เจ้าฟื้นตัวเร็วดี” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น

หลิวซูเหยียนพยักหน้า “ข้าสบายดีแล้ว”

สายลมเย็นพัดโชยมา ผมดำขลับของนางปลิวไสว นางเพิ่งมาถึงโลกนี้ได้เพียงวันเดียว แต่การมีชีวิตรอดในฐานะ 'หลิวซูเหยียน' เป็นสิ่งที่นางต้องยอมรับ ชีวิตใหม่นี้อาจเต็มไปด้วยความลำบาก แต่ก็เป็นโอกาสให้เริ่มต้นใหม่ เพราะในโลกเดิมนางก็รู้สึกเบื่อกับการเป็นนักฆ่าที่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในเงาแล้ว นางอยากมีชีวิตแบบเรียบง่าย สามารถใช้ชีวิตแบบที่คนปกติเขาเป็นกัน บางทีนี่อาจเป็นชีวิตที่ไม่เลวเลย

เซียวจิ่นหานมองท่าทางของนางแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าคงจะหิวแล้ว ข้าจะไปหาอาหารให้"

เขาค้ำยันตัวเองขึ้นด้วยไม้เท้า แม้ขาจะไม่แข็งแรงนัก แต่ทุกย่างก้าวของเขาก็มั่นคง หลิวซูเหยียนมองตามแผ่นหลังของเขาอย่างเงียบงัน

นางพอจะจำได้ว่าตามความทรงจำเดิม เซียวจิ่นหานคือชายพิการที่หมู่บ้านมองว่าไร้ค่า ทว่าในสายตาของนาง เขากลับไม่ได้ดูอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย

'น่าสนใจ…'

หลิวซูเหยียนคิด ก่อนจะกวาดตามองรอบ ๆ กระท่อม กระท่อมไม้แห่งนี้เก่าโทรม ข้าวของมีเพียงไม่กี่อย่าง นางรู้ทันทีว่าชีวิตที่นี่ต้องลำบากแน่นอน

หากต้องการอยู่รอดในโลกนี้ นางจำเป็นต้องเริ่มต้นสร้างฐานะของตัวเอง!

“เจ้ากินเสร็จแล้วก็พักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะออกไปดูชายป่าหลังบ้านก่อน” เซียวจิ่นหานเอ่ยก่อนจะใช้ไม้เท้าค้ำเดินออกจากบ้านไป ตั้งแต่ขาของเขาประสบอุบัติเหตุเขาก็ไม่ได้ล่าสัตว์ใหญ่อีกเลย ทำได้เพียงทำกับดักเล็กๆ บ้างก็เป็นกระต่าย ไก่ป่า หมุนเวียนไป

ขณะที่เซียวจิ่นหานออกไปหาของกิน หลิวซูเหยียนถือโอกาสสำรวจรอบ ๆ บริเวณกระท่อม บ้านหลังนี้อยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับตีนเขา หลังบ้านมีน้ำไหลผ่าน หลังจากเดินไปตามทางแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยหญ้าขึ้นรก นางก็พบแปลงผักเล็ก ๆ อยู่หลังบ้าน

'ของพวกนี้ดูแลไม่ดีเลย…'

ใบของต้นผักหลายต้นเหี่ยวเฉา บางต้นถูกแมลงกัดกิน นางคุกเข่าลงสำรวจแปลงผัก พลางคิดถึงมิติพิเศษของตัวเอง

ในโลกเดิมของนาง นางเป็นนักฆ่าที่มีห้องทดลองลับ มีสูตรยามากมายที่นางทำไว้ยามว่าง และหนึ่งในนั้นน้ำยาเร่งโตที่สามารถช่วยให้พืชเจริญงอกงามในทุกสภาพอากาศ ในเวลานี้สิ่งนี้ช่วยได้มากทีเดียว

หลิวซูเหยียนหลับตาลง ฝึกจิตให้สงบนิ่ง และในชั่วพริบตา นางก็สัมผัสถึงพลังที่เชื่อมต่อกับมิติของตนเอง

ดวงตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อย เพราะเมื่อเช้าไม่ทันได้สำรวจมิติของตนให้ละเอียด เวลานี้พบว่าภายในมิติยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยา สมุนไพร อุปกรณ์ทดลอง ห้องวิจัยของนางก็ยังคงใช้งานได้ตามปกติแม้จะไม่มีไฟฟ้าก็ตาม และสิ่งที่สำคัญที่สุด ‘น้ำยาฟื้นฟูร่างกาย’ และเมื่อนางทดลองเรียกออกมากลับพบว่าสิ่งของในมิติยังคงเท่าเดิม ไม่ได้ลดลงเลย ริมฝีปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ

'เช่นนั้นก็เริ่มต้นเลยแล้วกัน'

หลิวซูเหยียนหยิบยาเร่งโตออกจากมิติ ตักน้ำมาผสม และค่อย ๆ รดลงบนต้นผักที่กำลังจะเหี่ยวเฉา ไม่นาน สีเขียวสดของใบก็กลับมาอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์

“ผลลัพธ์นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้ซะอีก” นางพึมพำเบาๆ

ต่อไปคงต้องเจือจางให้บางกว่านี้ ไม่อย่างนั้นอาจเป็นที่สงสัยได้ หากใช้น้ำยานี้กับพืชทั่วไป นางสามารถปลูกพืชได้เร็วกว่าปกติ นั่นหมายความว่านางสามารถทำให้มันกลายเป็นแหล่งอาหารและรายได้ของตนเองได้

'ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องทนลำบากอีก'

ไม่นานนัก เซียวจิ่นหานก็กลับมาพร้อมกับกระต่ายป่าหนึ่งตัว เขาสังเกตเห็นว่าหลิวซูเหยียนกำลังนั่งจัดการแปลงผักด้วยความตั้งใจ สีหน้าของเขาฉายแววแปลกใจ

“เจ้ากำลังทำอะไร?”

หลิวซูเหยียนเงยหน้าขึ้น "ข้ากำลังเตรียมแปลงผัก"

“แปลงผัก?”

“ใช่ ขาของท่านยังไม่หาย ข้าไม่อยากให้ท่านต้องออกไปล่าสัตว์บ่อยนัก” นางกล่าวเรียบ ๆ

เซียวจิ่นหานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “เจ้าทำตามใจเถอะ”

เขาเดินเข้าไปในครัว หยิบมีดและเริ่มแล่กระต่าย หลิวซูเหยียนมองตาม ก่อนจะตัดสินใจช่วยเขา ในเมื่อนางตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ นางก็ต้องปรับตัวและพยายามทำความคุ้นเคยกับที่นี่ให้ได้

“เตรียมกระต่ายเสร็จแล้วท่านออกไปนั่งพักก่อนเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง” หลิวซูเหยียนเอ่ยเมื่อเตรียมของเสร็จแล้ว

เมื่อเซียวจิ่นหานออกไปแล้ว หลิวซูเหยียนก็จัดการสับกระต่ายให้เป็นชิ้นนางจะนำกระต่ายไปตุ๋น ใส่เครื่องเทศที่มีอยู่ในครัวไม่ครบคงไม่เป็นไร จากนั้นตุ๋นรวมกับหูหลัวโป (แครอท) หยางชง (หอมใหญ่) จากนั้นก็ทำผัดผักป่าอีกจาน พร้อมแผ่นแป้งเท่านี้ก็พอแล้ว

“ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่เต็มใจแต่งเข้ามา ลำบากเจ้าแล้ว” เซียวจิ่นหานเอ่ยขึ้นหลังกินข้าวเสร็จ เพราะตั้งแต่แต่งเข้ามาพวกเขายังไม่มีโอกาสได้นั่งคุยกันดีดีเลย

“ข้าไม่ได้ลำบากอะไรเลย แต่ข้าขอเพียงอย่างเดียวท่านห้ามมีผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด หากทำไม่ได้ก็แยกกันเสีย” นางยอมรับและไม่ติดอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่ บางทีการมีใครสักคนข้างๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากไปด้วยกันไม่ได้ก็แยกทางเสียเท่านั้นก็จบ แต่นางคงรับไม่ได้ถ้าต้องใช้สามีกับใครหลายคน

เซียวจิ่นหานมองหน้านางด้วยความแปลกใจ เดิมทีเขาตั้งใจจะบอกว่าถ้าหากนางไม่เต็มใจเมื่อรักษาอาการดีขึ้นแล้วจะจากไปก็ไม่ว่า แต่ในเมื่อนางไม่ติดอะไรเช่นนั้นเขาก็ยินดี

“ข้าให้สัจสัญญาแก่เจ้าว่าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว” เซียวจิ่นหานเอ่ยให้สัญญาหนักแน่น

นางเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองว่าไม่ได้มองคนผิด คนตรงหน้ามีอะไรมากกว่าที่คิด

“ก็ดี แต่ระหว่างนี้เราจะศึกษาทำความรู้จักกันก่อน ห้ามท่านทำอะไรข้าโดยที่ข้าไม่อนุญาติเด็ดขาด” บ้านหลังนี้ถึงแม้ไม่ได้สร้างด้วยอิฐแต่ก็ยังพออยู่ได้ แต่ปัญหาคือมีห้องนอนเพียงห้องเดียวนี่สิ

“ข้าย่อมฟังทุกอย่างที่เจ้าพูดดีหรือไม่เหยียนเออร์” เซียวจิ่นหานเอ่ยล้อเลียน บางครั้งเธอก็สุขุมเหมือนผู้ใหญ่ แต่บางทีก็ให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูเช่นตอนนี้

++++++++++

ฝากกดติดตามและเพิ่มเข้าชั้นเพื่อเป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะคะ✺◟( • ω • )◞✺

ตอนที่ 3

แสงแดดเริ่มสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระท่อมไม้ กลิ่นหอมของสมุนไพรยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศจากหม้อตุ๋นเมื่อคืน ซูเหยียนตื่นขึ้นมาแต่เช้าและพบว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆ ได้ลุกไปแล้ว เดิมเมื่อคืนเขาตั้งใจจะปูผ้านอนกับพื้น แต่นางก็ทนดูไม่ได้จึงได้เรียกให้เขาขึ้นมานอนด้วยกัน อย่างไรเสียเตียงนี้ก็กว้างพอสำหรับนอนสองคนโดยไม่ต้องเบียดกันอยู่แล้ว นางเดินออกไปนอกกระท่อมพลางยืดเส้นยืดสาย ร่างกายของนางกระฉับกระเฉงขึ้นกว่าเมื่อวานมาก

เมื่อคืนหลังจากที่ตกลงเรื่องเงื่อนไขการอยู่ร่วมกันกับเซียวจิ่นหาน นางก็ใช้เวลาที่เหลือเตรียมวางแผนอนาคต นางต้องการสร้างฐานะเพื่อให้ตนเองไม่ต้องลำบากอีกต่อไป การเริ่มต้นจากแปลงผักเล็ก ๆ อาจจะยังไม่พอ แต่นางมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี นั่นคือมิติพิเศษที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ นางจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ให้มากที่สุด

“เจ้าตื่นแล้วหรือ?” เสียงทุ้มของเซียวจิ่นหานดังขึ้นจากด้านหลัง นางหันไปมองเห็นเขาเดินออกจากหลังกระท่อมด้วยไม้เท้าคู่ใจ แม้ร่างกายของเขาจะยังไม่แข็งแรงดี แต่ท่าทางของเขาก็ยังคงดูสงบนิ่งและมั่นคงเช่นเคย

“อืม ข้าคิดว่าจะไปดูแปลงผักเสียหน่อย” นางตอบ ก่อนจะเดินสวนไปทางสวนหลังบ้าน

แปลงผักที่นางรดน้ำด้วยน้ำยาเมื่อคืนนี้เริ่มเห็นผล ใบของพืชที่เคยเหี่ยวเฉากลับเขียวชอุ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด บางต้นดูเหมือนจะเติบโตขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ นางลองเด็ดใบผักขึ้นมาดมกลิ่น พบว่ามันสดชื่นกว่าผักทั่วไปมาก นี่อาจเป็นข้อแตกต่างของพืชที่ได้รับการบำรุงจากน้ำยาสูตรพิเศษ

เซียวจิ่นหานมองแปลงผักอย่างประหลาดใจ “เมื่อวานยังดูแห้งแล้งอยู่เลย นี่เจ้าทำอะไรกับมัน?”

“ข้าแค่ดูแลมันดีขึ้นเท่านั้น” ซูเหยียนตอบอย่างเรียบง่าย นางไม่ต้องการให้ใครรู้เกี่ยวกับมิติของตนเองในตอนนี้

เซียวจิ่นหานมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ “หากเจ้าต้องการเพาะปลูกให้มากกว่านี้ ข้าจะช่วยหาเมล็ดพันธุ์มาให้”

“ดี ข้ากำลังคิดว่าจะปลูกอะไรเพิ่มพอดี” นางยิ้มบาง ๆ ให้เขา

หลังจากจัดการดูแลแปลงผักเสร็จ ซูเหยียนก็เริ่มเตรียมอาหารเช้า นางใช้เนื้อกระต่ายที่เหลือจากเมื่อวานมาทำโจ๊กเนื้อกระต่ายใส่สมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย กลิ่นหอมลอยไปทั่วกระท่อมจนเซียวจิ่นหานอดไม่ได้ที่จะมองนางด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง

“เจ้าทำอาหารเก่งกว่าที่ข้าคิด” เขากล่าวหลังจากตักโจ๊กขึ้นมาชิม

“มีข้าอยู่เรื่องแค่นี้เล็กน้อย” นางตอบเรียบ ๆ

หลังจากทานอาหารเสร็จ เซียวจิ่นหานก็ออกไปดูชายป่าเพื่อหากับดักที่เขาวางไว้ ส่วนซูเหยียนตัดสินใจว่าจะไปเดินสำรวจหมู่บ้าน นางจำเป็นต้องรู้จักสถานที่แห่งนี้ให้มากขึ้นหากต้องการตั้งตัว

หมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าหมู่บ้านหลินซี อยู่ทางตอนเหนือของแคว้นหยุน ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขา บ้านแต่ละหลังสร้างด้วยไม้ ดูเก่าโทรมแต่ยังคงมีความอบอุ่นของการเป็นชุมชนขนาดเล็ก ผู้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นชาวนาและพรานป่า บางคนมีแปลงผักและเลี้ยงสัตว์เล็ก ๆ เพื่อเลี้ยงชีพ

ขณะที่เดินไปตามทางเดินในหมู่บ้าน นางก็ได้ยินเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่มองมาทางนางเป็นระยะ คงเพราะเรื่องของนางที่แต่งเข้ามาในฐานะภรรยาของชายพิการเป็นที่กล่าวถึงกันทั่วไปแล้ว บางคนมองนางด้วยสายตาดูแคลน บางคนกระซิบกระซาบว่าโชคชะตาของนางน่าสงสารนัก หลิวซูเหยียนเพียงแค่เดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น

ทว่ายังไม่ทันได้เดินไปไกลนัก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “มีปัญหาอะไรหรือ?”

ซูเหยียนหันกลับไปมอง พบว่าเซียวจิ่นหานยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มซุบซิบกัน พวกเขารีบหลบตาและแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขายังจำได้ดีครั้งเมื่อพ่อบุญธรรมยังอยู่และขาของเขายังใช้การได้ปกติ คนเหล่านี้ยกยอตนขนาดไหน แต่ตอนนี้กลับกันดั่งหน้ามือเป็นหลังมือ

“ข้าแค่เดินสำรวจหมู่บ้านเท่านั้น” นางกล่าวเสียงเรียบ

เซียวจิ่นหานเดินเข้ามาข้างนางแล้วกล่าวเสียงเย็น “หากมีใครคิดรังแกเจ้า จงบอกข้า”

ซูเหยียนรู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจ แม้เซียวจิ่นหานจะไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่นางก็รับรู้ได้ว่าเขาเริ่มปกป้องนางโดยไม่รู้ตัว

“ข้าไม่ใช่คนอ่อนแอ” นางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวต่อ “แต่หากวันใดต้องการความช่วยเหลือ ข้าจะไม่ลังเลที่จะบอกท่าน”

เซียวจิ่นหานพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินเคียงข้างนางไปตลอดเส้นทางที่เหลือ นับเป็นครั้งแรกที่หลิวซูเหยียนรู้สึกว่า แม้ในสถานที่ที่แปลกใหม่และไม่คุ้นเคยนี้ นางก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป

เพราะเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กมีไม่ถึงหนึ่งร้อยครัวเรือน ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เดินทั่วแล้ว

“เมื่อเช้าข้าไปดูไม่มีสัตว์มาติดกับดักเลย คงต้องเข้าไปในอำเภอ เจ้าอยากได้อะไรหรือไม่”

“ท่านจะเข้าไปในอำเภออย่างไรหรือ” หลิวซูเหยียนเอ่ยถามด้วยความสนใจ

“ยามนี้เกวียนคงออกไปแล้ว คงต้องเดินไป” หากเขาอยู่คนเดียวเขากินอะไรก็ได้ แต่เพราะมีนางอยู่ด้วย เขาไม่อยากให้นางต้องอด แค่ต้องแต่งกับเขาก็สร้างความลำบากให้นางมากแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นไว้ค่อยไปพรุ่งนี้เถอะเจ้าค่ะ ข้าเห็นหลังบ้านมีลำธารอยู่คงจะจับปลาได้บ้างกระมัง” ขาของเขายังไม่หายดี นางไม่อยากให้เดินมากนัก ตอนนี้นางเริ่มเอาน้ำยาฟื้นฟูร่างกายผสมน้ำดื่มให้เขาแล้ว อีกสักอาทิตย์ขาของเขาคงจะหาย

“ข้าไปกับเจ้า” เซียวจิ่นหานไม่ขัด แม้จะรู้ดีว่าลำธารหลังบ้านไม่มีปลา แต่เมื่อเห็นสายตาของนางแล้วเขาก็ขัดใจไม่ลงจริงๆ

“มันไม่มีปลา เจ้าจะลงไปทำไมหรือ” เซียวจิ่นหานเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นนางเดินลงน้ำไป

“นี่ไงเจ้าคะของกิน” นางเอ่ยด้วยความสงสัย เห็นๆ อยู่ว่ากุ้งอยู่ตรงหน้าทำไมเขาถึงไม่เข้าใจกัน

“สิ่งนี้แข็งนัก มันกินไม่ได้หรอก หากไม่มีอะไรจริงๆ ข้าไปแบ่งซื้ออาหารกับบ้านผู้นำหมู่บ้านก็ได้ เจ้าขึ้นมาเถอะ” สิ่งนี้เขาเห็นอยู่ที่ลำธารหลังบ้านประจำ มีครั้งหนึ่งเขาจับไปกินแต่มันแข็งกินไม่ได้เลย

“ข้ามีวิธีเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องลงมาคอยช่วยข้าถือถังน้ำอยู่ข้างบนก็พอ” ว่าแล้วซูเหยีนก็เริ่มลงมือจับกุ้งที่แหวกว่ายอยู่ตรงหน้า

เย็นนั้นนางไม่ได้ทำอะไรมาก แค่นำกุ้งไปย่างกินเท่านั้น ขนาดไม่มีน้ำจิ้มเซียวจิ่นหานยังกินไปหลายตัวทีเดียวเสียดายที่ไม่มีพริกกับมะนาวไม่อย่างนั้นคงอร่อยกว่านี้ ไว้พรุ่งนี้เข้าอำเภอนางค่อยหาเมล็ดมาปลูกไว้ที่บ้านก็ได้

“ยามนี้ที่บ้านมีอยู่สองร้อยกว่าตำลึง เจ้าติดตัวไว้แล้วกัน เผื่อพรุ่งนี้มีของที่ต้องการจะได้ซื้อ”

ก่อนนอนเซียวจิ่นหานได้นำเงินเก็บมาให้กับนาง อย่ามองว่ามันน้อยปีปีหนึ่งบางครอบครัวในชนบทใช้หาได้ไม่ถึงยี่สิบตำลึงด้วยซ้ำ

“ท่านไม่เก็บไว้เองหรือ”

“ในเมื่อเจ้าเป็นภรรยาข้าแล้ว เงินนี้ย่อมต้องให้เจ้าเป็นคนจัดการ หลังจากนี้ต้องรบกวนเจ้าแล้ว”

กล่าวจบเขาก็ก้าวขึ้นเตียงและเตรียมนอนโดยที่ไม่ให้โอกาสนางได้ปฎิเสธ เมื่อเห็นเช่นนั้นนางได้ทำได้เพียงเก็บเงินนั่นไว้และนอนตามหลังเขาไปในที่สุด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...