โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

นักวิจัยสร้าง ใบหน้าชาวเบลเยียม เมื่อ 10,500 ปีก่อนให้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 09.42 น.
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกนท์ (Ghent University) ร่วมมือกับศิลปิน ทำการสร้างใบหน้าของผู้หญิงที่เคยอาศัยอยู่ในเบลเยียมเมื่อ 10,500 ปีก่อนขึ้นมาใหม่ เผยให้เห็นถึงความหลากหลายของสีผิว มีมาตั้งแต่ยุคหินแล้ว

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกนท์ (Ghent University) ร่วมมือกับศิลปิน ทำการสร้างใบหน้าของผู้หญิงที่เคยอาศัยอยู่ในเบลเยียมเมื่อ 10,500 ปีก่อนขึ้นมาใหม่ เผยให้เห็นว่าความหลากหลายของสีผิวมนุษย์มีอยู่ตั้งแต่ยุคหิน

นักวิจัยค้นพบโครงกระดูกมนุษย์เกือบสมบูรณ์ในปี 1988 ณ ถ้ำ Margaux ใกล้เมือง Dinant ประเทศเบลเยียม หลังจากนั้นอีก 20 ปีต่อมา โครงการ ROAM ซึ่งเป็นทีมสหวิทยาการที่ประกอบด้วยนักโบราณคดี นักมานุษยวิทยาชีวภาพ นักพันธุศาสตร์ และศิลปิน ได้ร่วมมือกันทำให้โครงกระดูกดังกล่าวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกนท์ ได้ทำการจับมือกับศิลปิน Kennis & Kennis และ Ulco Gimmerveen ทำการปั้นรูปใบหน้าของผู้หญิงจากโครงกระดูกดังกล่าวขึ้นมาใหม่ ด้วยการสแกนกะโหลกศีรษะของเธอ และสร้างแบบจำลองด้วยการพิมพ์ 3 มิติ แล้วจึงให้ศิลปินใช้แบบจำลองดังกล่าวสร้างกล้ามเนื้อและผิวหนัง จากข้อมูลกายวิภาค พันธุกรรม และโบราณคดีที่รวบรวมมาได้

ข้อมูลแรกมาจาก DNA ที่ได้จากกะโหลกศีรษะ ซึ่งเผยให้เห็นว่าร่าง ๆ นี้เป็นของผู้หญิงชาวมาร์โกซ์ ที่มีตาสีฟ้า ผิวสีเข้ม ผมสีเข้ม พวกเขาเชื่อว่าเธอมีอายุระหว่าง 35 - 60 ปีตอนที่เธอเสียชีวิต

ข้อมูลที่สองมาจากซากโบราณวัตถุที่พวกเขาพบจากสถานที่ที่พบโครงกระดูกดังกล่าว ทั้งกระดูก เปลือกหอย เม็ดสี ซากเครื่องมือที่ยังหลงเหลือ และไม้ที่ถูกเผา แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงดังกล่าวเป็นคนยุโรปตะวันตกที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์ และเก็บของป่าในช่วงเวลากลางวัน

นักวิจัยยังมองเห็นไปถึงยังเทคนิคการล่าสัตว์ของมนุษย์กลุ่มนี้ วิธีที่พวกเขาใช้งานเรือแคนู ไปจนถึงพืชและสัตว์ที่ที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นที่น่าสนใจของการจำลองใบหน้าในครั้งนี้ อยู่ที่เรื่องของ “สีผิว” เนื่องจากความเชื่อกี่ยวกับรูปลักษณ์ของชาวยุโรปตะวันตกมักมองว่าบรรพบุรุษของพวกเขา เป็นมนุษย์ที่มีผิวสีเดียวกันท่านั้น การจำลองใบหน้า และสีผิวของผู้หญิงชาวเบลเยียมที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 10,500 ปีก่อน อาจบอกได้ว่ามนุษย์ในโลกฝั่งนี้เอง ก็มีความหลากหลายในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมานานแล้ว

ผิวของมนุษย์ยุคหินไม่เพียงแต่มีสีเข้มกว่าในพื้นที่เหล่านี้ของยุโรปเท่านั้น แต่ผู้หญิงชาวมาร์โกซ์คนนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า สีผิวอาจแตกต่างกันไปในมนุษย์ที่ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ และเก็บของป่าในยุโรปตะวันตกตั้งแต่ยุคหินกลาง

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่ามนุษย์ทุกคนสืบเชื้อสายมาจากชาวแอฟริกา เชื่อกันว่าความแตกต่างของสีผิวเกิดจากการปรับตัวของมนุษย์หลังการอพยพไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ที่มีระดับรังสี UV ไม่เท่ากัน

อย่างไรก็ตาม แม้มุนษย์และชิมแปนซีมีบรรพบุรุษร่วมกัน แต่สีผิวของมนุษย์ในยุคต้นมีแนวโน้มจะอ่อนลง ก่อนจะเข้มขึ้นในภายหลังเมื่อสูญเสียขนและต้องปรับตัวต่อแสงแดดและเข้มขึ้นเมื่อเราเริ่มผลัดขนเพื่อปกป้องร่างกายจากรังสีที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์

แต่ชาวแอฟริกันมีสีผิวที่หลากหลายมาก การศึกษาหนึ่งในปี 2017 เกี่ยวกับสีผิวของชาวแอฟริกันเผยให้เห็นว่า ผิว ดวงตา และผมที่อ่อนกว่าชาวยุโรป เกิดขึ้นแค่ในแอฟริกาเท่านั้น ซึ่งพบเห็นได้ในชาวซานที่มีผิวอ่อน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางกายภาพ นักวิทยาศาสตร์จึงไม่ทราบว่ามนุษย์โบราญในยุโรปตะวันตก มีสีผิวเดียวกันหรือไม่ แบบจำลองของผู้หญิงชาวมาร์โกซ์ จึงแสดงให้เห็นว่า มนุษย์ในยุโรปตะวันตกนั้นมีสีผิวที่แตกต่างกัน

ข้อมูล interestingengineering.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...