ตลาดบอนด์ส่งสัญญาณเตือน! หวั่นร่างกม.ลดภาษีสหรัฐฯ เพิ่มหนี้มหาศาล
ตลาดบอนด์ส่งสัญญาณเตือน! หวั่นร่างกม.ลดภาษีสหรัฐฯ เพิ่มหนี้มหาศาล
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 68 10:57 น.
นักลงทุนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณต่อต้านแผนลดภาษีเงินได้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้น 5.1% ใกล้เคียงระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี เป็นผลให้ตลาดหุ้นร่วงลง ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อคืนที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าพบสมาชิกพรรครีพับลิกัน เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อเปิดทางผ่านร่างกฎหมายลดภาษีเงินได้ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่า หากกฎหมายดังกล่าวผ่านการอนุมัติจะทำให้ภาระหนี้ของสหรัฐเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต ขณะที่ความต้องการถือครองสินทรัพย์ของสหรัฐทั่วโลกกำลังลดลง
จอร์จ แคทรัมโบน หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้และเทรดดิ้ง จาก DWS Americas ให้มุมมองว่า อย่าประมาท คิดว่าตลาดพันธบัตรจะไม่มีสิทธิ์ออกเสียงเกี่ยวกับเงื่อนไขร่างกฎหมายงบประมาณ ดูเหมือนทั้งประธานาธิบดีและสภาคองเกรสชุดนี้จะไม่มีความตั้งใจจริงที่จะลดการขาดดุลงบประมาณอย่างจริงจัง
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพันธบัตรสหรัฐ ถูกสั่นคลอนอย่างหนัก หลัง Moodys Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.) และถูกซ้ำเติมอีกครั้งหลังความต้องการพันธบัตร อายุ 20 ปี ซึ่งมีการประมูลเมื่อวันพุธ (21 พ.ค.) บางเบาเกินคาด
ทางด้านปรียา มิสรา (Priya Misra) ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน JPMorgan Asset Management กล่าวว่า ตลาดพันธบัตรกำลังส่งสัญญาณเตือนไปถึงผู้กำหนดนโยบายว่า ปัญหาความยั่งยืนทางการคลังไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป ไม่ใช่แค่ตลาดพันธบัตรเท่านั้น แต่ความกังวลเหล่านี้กำลังลามไปยังตลาดหุ้นและตราสารหนี้อื่น ๆ ด้วย
ทั้งนี้ แรงเทขายในตลาดพันธบัตรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดยังสะท้อนถึงความผิดหวังของนักลงทุนที่มีต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งยังคงก่อหนี้เรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ปฏิกิริยาในฝั่งตลาดตราสารหนี้ยังเป็นแรงหนุนให้สมาชิกพรรครีพับลิกันสายอนุรักษนิยม ซึ่งคัดค้านแผนลดภาษีของทรัมป์ในการต่อรอง ก่อนการเจรจาครั้งสำคัญจะเริ่มขึ้นที่ทำเนียบขาว
ขณะเดียวกัน พันธบัตรรัฐบาล อายุ 30 ปีของญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรก็ปรับตัวขึ้นสูงในสัปดาห์นี้
จับตาความเคลื่อนไหวกลุ่ม Bond Vigilantes
สิ่งที่น่าจับตาในขณะนี้ คือความเคลื่อนไหวของนักลงทุนกลุ่มที่เรียกว่า Bond vigilantes ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา มักจะเข้ามามีบทบาทต่อตลาด ในฐานะ "ศาลเตี้ย โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลหรือธนาคารกลางทำให้ตลาดสูญเสียความมั่นใจ ไม่ว่าจะด้วยนโยบายการคลังที่ขาดวินัยหรือนโยบายการเงินที่ไม่เข้มแข็งมากพอ เมื่อนั้น นักลงทุนจะเทเขายพันธบัตรออกมาเป็นจำนวนมาก จนบอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นอยู่ในระดับที่ทำให้เกิดภาวะตึงตัวในตลาดการเงิน
กลุ่มนี้อาจกลับมามีบทบาทอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นรัฐบาลของบิล คลินตันในปี 1993 และหลังวิกฤตการเงินในยุโรป
ตลาดจะนำวินัยกลับมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทิม แม็กนัสสัน (Tim Magnusson) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Garda Capital Partners ไม่มีทางที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ เว้นแต่ว่าคุณจะปฏิรูประบบสวัสดิการ เช่น ประกันสังคม, Medicare, Medicaid นั่นคือทางเดียว ท้ายที่สุด ตลาดพันธบัตรมักจะเป็นกลไกที่นำวินัยกลับมา
แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ระหว่าง 4-5% จะใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดวิกฤตการเงินปี 2007 แต่ระดับหนี้และการขาดดุลงบประมาณในปัจจุบันสูงกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างต่างไปจากเดิม
สถานะการคลังของสหรัฐฯ ที่ขาดดุลอย่างหนักยิ่งสะท้อนชัดถึงความตึงเครียดในตลาดพันธบัตร โดยอัตราส่วนของหนี้สาธารณะของสหรัฐ เทียบกับ GDP อยู่ที่ประมาณ 100% ตามข้อมูลของสำนักงานงบประมาณสภาคองเกรส (CBO) เฉพาะดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายในปี 2024 อยู่ที่ราว 880,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งสูงกว่างบประมาณด้านกลาโหม
ขณะที่ยอดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอน พุ่งขึ้นจากไม่ถึง 14 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2016 เป็นเกือบ 30 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลจากนโยบายลดภาษีในสมัยแรกของทรัมป์และการกู้ยืมมหาศาลในช่วงโควิด ทั้งในรัฐบาลทรัมป์และโจ ไบเดน ส่วนยอดการออกจำหน่ายหนี้ของรัฐบาลในปีที่ผ่านมายังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงิน (SIFMA)
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ