โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“G-Token” นวัตกรรมการลงทุนใหม่ “ยุคดิจิทัล”... รับผลตอบแทนคล้าย “พันธบัตรรัฐบาล” ชูจุดเด่น “ใช้เงินไม่มาก-ระยะลงทุนสั้น-รัฐบาลค้ำประกัน” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 09.45 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: สำหรับประชาชนทั่วไป โอกาสเข้าถึงการลงทุนที่ไม่เสี่ยงมากและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากถือว่ายังมีค่อนข้าง “จำกัด”
“ตลาดตราสารหนี้” เองก็ยังใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ปกติขั้นต่ำก็หลักแสนบาทขึ้นไป ทั้ง “หุ้นกู้” หรือ “พันธบัตรรัฐบาล” ก็ตาม
แนวคิดในการออก “พันธบัตรรัฐบาล” ที่มีขนาดเล็กลง ใช้เงินลงทุนไม่มาก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถลงทุนได้มีมานานแล้ว ตัวอย่างที่พอจับต้องได้ใกล้เคียงสุดก็คือ “พันธบัตรออมทรัพย์” เป็นต้น
ด้วยนวัตกรรมทางการเงินยุคใหม่ ล่าสุดภาครัฐเตรียมออก “Government Token” (G-Token) คือ“โทเคนดิจิทัล” ที่ออกโดยรัฐบาลไทยผ่าน“ก.การคลัง” เป็นรูปแบบใหม่ของการระดมทุนภาครัฐที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
เบื้องต้นจะออกวงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยเงินลงทุนไม่มากประมาณ 20,000 บาท หรืออาจจะ “ต่ำกว่า” นั้นได้
G-Token” คืออะไร น่าสนใจตรงไหนนั้น? วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ฟังกัน

G-Token” นวัตกรรมการลงทุนใหม่ “ยุคดิจิทัล”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 25“ครม.” ได้อนุมัติหลักการตาม “ก.การคลัง” เสนอการออก “โทเคนดิจิทัลของรัฐบาล” (Government Token: G-Token) เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการออมการลงทุนให้กับประชาชนใหม่ และเป็นการเพิ่มเครื่องมือในการระดมทุนของรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งเบื้องต้นจะมีวงเงินประมาณ 5,000ล้านบาท
สำหรับ G-Token ก็คือ โทเคนดิจิทัล ที่ออกโดยรัฐบาลไทยผ่าน .การคลัง เป็นรูปแบบใหม่ของการระดมทุนภาครัฐที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
“ทั้งนี้ ‘G-Token’ มีลักษณะคล้ายกับพันธบัตรรัฐบาล แต่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิในการได้รับชำระคืน ‘เงินต้น’ และ ‘ดอกเบี้ย’ ตามเงื่อนไขที่ ‘ก.การคลัง’ กำหนด”
ข้อมูลจาก “สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ” (สบน.) คาดการณ์ว่า G-Token” จะเริ่มขายครั้งแรกในเดือนก.ค. 25 และจะเปิดทำการอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ย. 25 โดย “ก.การคลัง” จะระบุอัตราผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยต่อปี และช่องทางการซื้อให้ชัดเจน ประชาชนสามารถถือไว้จนครบกำหนดเพื่อรับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทน หรือขายให้ผู้อื่นในตลาดรองถ้าต้องการเงินด่วน ซึ่งต่างจากพันธบัตรบางประเภทที่ต้องรอเวลาถึง 6เดือนจึงจะขายได้

ลักษณะของ “G-Token”

- มีลักษณะคล้ายกับ “พันธบัตรรัฐบาล” แต่อยู่ในรูปแบบ “ดิจิทัล” ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เรียกว่า "บล็อกเชน" (Blockchain) ซึ่งเหมือนสมุดบัญชีดิจิทัลที่ทุกคนตรวจสอบได้ว่าเงินไปไหนมาไหน
- ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิในการได้รับ “ชำระคืนเงินต้น” และ “ดอกเบี้ย” ตามเงื่อนไขที่ “ก.การคลัง” กำหนด
- ซื้อขายผ่าน “แอปพลิเคชัน” หรือ “เว็บไซต์”
- “G-Token” ไม่ใช่เงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซีแบบที่ใช้จ่ายในร้านค้าได้

- ประชาชนที่สนใจต้องมี บัญชี” กับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือผ่าน “แอปพลิเคชัน” ของบล.ที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ เหมือนการซื้อสินค้าออนไลน์ ดังนี้

1. สมัครบัญชีกับแพลตฟอร์มที่กำหนด
2. โอนเงินเข้าบัญชี แล้วเลือกซื้อ G-Token”ตามจำนวนที่ต้องการ
3. รอรับผลตอบแทนเมื่อครบกำหนด หรือขายใน “ตลาดรอง” ถ้าต้องการเงินคืนก่อน

จุดเด่นของ “G-Token”

- เริ่มลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่สูงมาก ประมาณ 20,000 บาท
- มีระยะเวลาการลงทุนสั้นๆ ไม่เกิน 1 ปี ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการผลตอบแทนที่มากกว่าฝากเงินธนาคาร แต่ไม่ต้องรอนานเหมือนพันธบัตรบางประเภท
- “รัฐบาล” เป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้มั่นใจได้ว่าเงินไม่สูญหายแน่นอน

กรอบ “กฎหมาย” ที่เกี่ยวข้องกับ “G-Token”

สำหรับการออก G-Token” อยู่ภายใต้กรอบ “กฎหมาย” สำคัญ 2ฉบับ คือ

1.“พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548” ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ด้วยวิธีการเสนอขายให้แก่ผู้มีสิทธิซื้อโดยตรงผ่านผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือนิติบุคคลอื่นที่สามารถรับคำสั่งซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้
2.“พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561” โดย G-Token” มีการกำหนดสิทธิให้ผู้ถือมีสิทธิได้รับชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด จึงมีลักษณะเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ หรือกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง และเข้าข่ายเป็นโทเคนดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่ง “พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561” ซึ่งต้องเป็นไปตามพระราชกำหนดดังกล่าวและกฎเกณฑ์ที่ออกโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
“ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. จะเสนอแนวทางในการกำกับดูแลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของ ‘G-Token’ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาต่อไป

G-Token” VS “พันธบัตรรัฐบาลแบบเดิม” ต่างกันยังไง

G-Token”: จะมีรูปแบบเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” โดยการเข้าถึงสามารถซื้อผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่การซื้อขายในตลาดรอง สามารถซื้อผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ อาจกำหนดให้ต่ำลงเพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ ซึ่งความคล่องตัวของ “G-Token” จะมีความคล่องตัวสูง และสามารถซื้อขายได้ง่าย
“พันธบัตรรัฐบาลแบบเดิม”: จะมีรูปแบบเป็น “เอกสาร” หรือระบบ “ไร้ใบหลักทรัพย์” โดยการเข้าถึงสามารถซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์หรือตัวแทนจำหน่าย ส่วนการซื้อขายในตลาดรองสามารถซื้อขายผ่านตลาดตราสารหนี้ได้ ซึ่งมักมีมูลค่าขั้นต่ำค่อนข้างสูง และอาจมีความคล่องตัวน้อยกว่า G-Token”
สำหรับ “G-Token” ถือเป็น “นวัตกรรมทางการเงิน” รูปแบบใหม่ของประเทศไทยที่ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการระดมทุนของภาครัฐ เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐได้ง่ายขึ้น นักลงทุนที่สนใจก็คอยติดตามข่าวสารจาก “ก.การคลัง” และ “สำนักงาน ก.ล.ต.” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนใน “G-Token” ในอนาคตอันใกล้นี้ได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...