โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ครีมกันแดดทำให้ขาดวิตามินดี จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 23.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

23 พฤษภาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความปลอดภัยของครีมกันแดดเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าการใช้ครีมกันแดดคือสาเหตุของภาวะขาดวิตามินดี (Vitamin D Deficiency) เนื่องจากครีมกันแดดจะป้องกันกระบวนการสังเคราะห์วิตามินดีบนผิวหนัง ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

บทสรุป :

  • ครีมกันแดดไม่ยับยั้งการผลิตวิตามินดีจากแสงแดดได้
  • การตากแดดเพื่อสังเคราะห์วิตามินดีใช้เวลาไม่นาน
  • แพทย์ผิวหนังแนะนำให้รับวิตามินดีจากอาการแทนการตากแดดเพื่อป้องกันผิวเสีย

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

บทบาทการสังเคราะห์วิตามินดีจากผิวหนัง

วิตามินดี เป็นทั้งวิตามินและฮอร์โมนที่สำคัญต่อร่างกาย มีหน้าที่ดูดซึมแคลเซียม เสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน ปรับสมดุลของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสเลือด ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มกันเป็นไปอย่างปกติ

แหล่งวิตามินดีสำคัญของมนุษย์คือการสังเคราะห์รังสียูวีบีจากแสงแดดบริเวณผิวหนัง การไม่ได้รับแสงแดดเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ระดับวิตามินดีในร่างกายขาดแคลน ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อเสื่อมสภาพ รวมถึงสาเหตุการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาทั้งจากการสังเกตการณ์และทางระบาดวิทยา ไม่พบว่าการใช้ครีมกันแดดมีความสัมพันธ์กับภาวะขาดวิตามินดีแต่อย่างใด

แม้ตามทฤษฎีแล้ว การทาครีมกันแดดจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีลดลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทาครีมกันแดดไม่สามารถป้องกันผิวจากรังสียูวีบีได้ทั้งหมด และรังสียูวีบีเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอสำหรับใช้สังเคราะห์วิตามินดีในปริมาณที่จำเป็นต่อร่างกายได้

ระยะเวลาตากแดดเพื่อสร้างวิตามินดี

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ในช่วงฤดูร้อน การรับแดดที่บริเวณใบหน้า แขน และมือ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 5-15 นาที ก็เพียงพอให้ร่างกายผลิตวิตามินดีที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จะสามารถใช้เวลาตากแดดที่น้อยกว่านี้และได้รับปริมาณวิตามินดีที่มากยิ่งกว่านี้

อลิซ เดวีส์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลสุขภาพของศูนย์วิจัยมะเร็ง Cancer Research UK อธิบายว่า รังสียูวีช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี แต่หากได้รับมากเกินไปก็มีความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง เราจึงจำเป็นต้องสร้างความสมดุลของระยะเวลารับแสงแดด แต่กระนั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมในการรับแสงแดดเพื่อสังเคราะห์วิตามินดี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งชนิดของสีผิว พื้นที่รับแดด รวมถึงช่วงเวลาในแต่ละวันหรือในแต่ละฤดู แต่ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาตากแดดนานเหมือนที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ

ในทางตรงกันข้าม สถาบันโรคผิวหนังแห่งอเมริกา (American Academy of Dermatology) กลับมองว่า ไม่มีระดับที่ปลอดภัยของการรับรังสียูวีเพื่อสังเคราะห์วิตามินดี โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ไม่ว่าจากการตากแดดหรือการรับรังสียูวีสังเคราะห์ โดยแนะนำให้หันมารับวิตามินดีจากการบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีแทน

วิตามินดีทางโภชนาการ

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีได้แก่น้ำมันตับปลา และปลาที่อุดมไปด้วยไขมัน เช่น แซลมอน แมคคาเรล ซาร์ดีน และทูน่า

รองลงมาคือวิตามินดีจากไข่แดง ตับวัว และเนยแข็ง รวมถึงการรับวิตามินดีในรูปแบบวิตามินและอาหารเสริมวิตามินดี

วิตามินดีกับการป้องกันมะเร็ง

ตามข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (U.S. National Cancer Institute) ระบุว่า มีรายงานพบว่า วิตามินดีปริมาณสูงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งจะสูงขึ้นในกลุ่มคนที่มีภาวะขาดวิตามินดี

แต่กระนั้น ไม่พบว่าระดับของการขาดวิตามินดีในร่างกายมีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอดแต่อย่างใด นอกจากนี้การใช้อาหารเสริมวิตามินดีไม่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งทุกชนิด

ด้าน ศูนย์วิจัยมะเร็ง Cancer Research UK ชี้แจงว่า ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาวะขาดวิตามินดีกับความเสี่ยงโรคมะเร็ง และไม่มีหลักฐานว่าการใช้อาหารเสริมวิตามินดีลดความเสี่ยงมะเร็งเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.reuters.com/article/fact-check/sunscreen-protects-you-from-overexposure-to-the-sun-there-is-no-evidence-to-sug-idUSL2N2NR1WV/
https://healthfeedback.org/claimreview/sunscreen-doesnt-cause-melanoma-most-melanoma-cases-excess-uv-radiation-sun
https://healthfeedback.org/claimreview/unprotected-sun-overexposure-not-sunscreen-or-sunglasses-causes-sunburn-and-skin-cancer/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...