โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

CEO ดอกไม้เหล็ก WHA เผย 5 ภารกิจ ดันไทยสู่ความยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 02.09 น.
จรีพร จารุกรสกุล

ด้วยความมุ่งมั่นและมีเป้าหมายชัดเจนในการทำธุรกิจสู่ความยั่งยืน ทำให้กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group มั่นคงในเส้นทางตามแผน Net Zero หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ที่ต้องทำให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม (Scope 1, 2 และ 3)

ก้าวสู่หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเป้าหมาย Circularity 100% รวมถึงการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ 100% และบริษัทยังมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกสุทธิต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Net Positive Impact) เพื่อคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศ

“จรีพร จารุกรสกุล” ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในโอกาสนี้ว่า ตามที่เคยพูดเสมอว่า เมกะเทรนด์เรื่องความยั่งยืนและการจัดการเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง หากไม่มีการจัดการที่ดีจะสร้างผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และสังคม มากกว่าหลาย ๆ ธุรกิจ

เนื่องจาก WHA Group ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาและบริหารจัดการ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลโซลูชั่น และโมบิลิตี้ หากทำสิ่งที่ไม่ดีเมื่อไหร่นั้น เกิดผลกระทบเชิงลบตามมาอย่างแน่นอน

“การทำเรื่อง Sustainability เป็นการลงทุน ไม่ใช่ต้นทุน ซึ่งจะได้ผลตอบแทนคืนมาในอนาคต”

พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจ

ในปี พ.ศ. 2568 ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนน้ำ กฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

WHA Group ชูโครงการ WHA Clean Water for Planet : Powering Industry, Sustaining Life สร้าง “ระบบนิเวศน้ำที่ยั่งยืน” แบบกรีนและกินได้ ช่วยลดค่าใช้จ่าย

ครอบคลุมตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรมจนถึงชุมชน พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่การจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำดิบเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ การผลิตและจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท

จรีพรยังได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่อง “นโยบายทรัมป์” ด้วยว่า ทรัมป์อยู่ในตำแหน่งตามวาระ 3 ปี เดี๋ยวก็ไป แต่เรื่องของกรีนเป็นเรื่องที่ช้าต่อไปไม่ได้ ต้องเร่งสปีด ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายกรีนหมด ลูกค้าทุกระดับดำเนินตามนโยบายกรีน ทั้งนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทรัมป์ไม่มีความหมาย เขาจะรบก็รบกันไป ธุรกิจมันยังต้องโกกรีนต่อ

วางเป้า 5 ปี ผ่าน 5 ภารกิจ

1.ระบบนิเวศการขนส่งสีเขียว (Green Mobility) เพื่อสนับสนุนการเดินทางขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ Built-to-Suit ที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการ เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของภาคโลจิสติกส์ในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์โมบิลิกส์ (Mobilix)

ซึ่งจนถึงไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2568 Mobilix ได้ให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 330 คัน ช่วยให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์สามารถเข้าถึงการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการขนส่งไปได้กว่า 600 ล้านบาท โดยตั้งเป้าให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า 20,000 คัน ภายในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 280,000 ตัน CO2e ต่อปี

2.การบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร (Water Conservation Program) สร้างระบบนิเวศน้ำที่ยั่งยืนครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมและชุมชน ผ่านโครงการ WHA : Clean Water for Planet ตั้งเป้าบริหารจัดการน้ำรวม 173 ล้าน ลบ.ม. ในปี พ.ศ. 2568 และลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 25 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งเทียบเท่าการใช้น้ำของประชากรกว่า 6.8 แสนคน

พร้อมต่อยอดการบริหารจัดการน้ำในอุตสาหกรรมไปสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ โครงการบึงประดิษฐ์ วังโตนด ในเขตเทศบาลตำบลหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี รับน้ำเสียจากชุมชนหนองคล้า มาทำการบำบัดโดยอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติ และโครงการสายสืบสิ่งแวดล้อมด้วยการอบรมให้ความรู้ นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2567 มีการอบรมให้ความรู้กับเด็กนักเรียนจำนวน 892 คน จำนวน 8 โรงเรียน โดยรอบนิคม

3.นวัตกรรมโซลูชั่นลดคาร์บอน (Decarbonization Solutions) มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดำเนินงานทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเร่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา, แบบทุ่นลอยน้ำ และแบบบนพื้นดิน รวมไปถึงติดตั้ง Solar LED เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

โดยจะเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งจากโซลาร์ในปี พ.ศ. 2568 อีก 1.6 เมกะวัตต์ ประหยัดค่าไฟได้ 6.2 ล้านบาทต่อปี การขยายธุรกิจพลังงานทดแทนด้วยเป้าหมายสัญญา Private PPA สะสม 657 เมกะวัตต์ในปี พ.ศ. 2568 และ 1,200 เมกะวัตต์ในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งจะลดก๊าซเรือนกระจก 683,000 ตัน สร้างรายได้กว่า 5,600 ล้านบาทต่อปี และประหยัดค่าไฟให้ลูกค้า 1,860 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังได้นำนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงานต่าง ๆ มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และต่อยอดเป็นธุรกิจด้วยการนำเสนอโซลูชั่นประหยัดพลังงานให้แก่ลูกค้า รวมไปถึงการตั้งเป้าเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทจากเครื่องยนต์สันดาป (ICE) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่า 33% ของยานพาหนะทั้งหมดในปี พ.ศ. 2568 และดำเนินกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่สีเขียวของนิคมอุตสาหกรรมร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

4.การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Construction) กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาคารที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงผู้เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการ โดยบูรณาการแนวทางด้านความยั่งยืนอย่างครอบคลุม ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุรีไซเคิล การให้ความสำคัญกับการจัดการของเสีย และการออกแบบเพื่อสร้างความยืดหยุ่น ความทนทาน และประสิทธิภาพ และเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในอาคารที่เป็นผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำหรือวัสดุรีไซเคิลเพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

5.การจัดการของเสียอย่างยั่งยืน (Waste Reduction by 3R) WHA นำนโยบาย 3Rs ประกอบด้วย Reduce, Reuse, Recycle ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการขยะและทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์

ในปี พ.ศ. 2567 สามารถกำจัดปริมาณขยะได้ 120,913 ตัน และเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ 54,823 เมกะวัตต์ชั่วโมง รวมถึงโครงการ WeCYCLE ที่ดำเนินตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นการคัดแยกขยะภายในพื้นที่่ดำเนินงานของกลุ่มบริษัท เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Recycle และ Upcycle ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565

โครงการทั้งหมดนี้สามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนในบรรยากาศได้รวมทั้งหมด 378 ตัน CO2e การมีส่วนร่วมของบริษัทต่าง ๆ กว่า 126 แห่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CEO ดอกไม้เหล็ก WHA เผย 5 ภารกิจ ดันไทยสู่ความยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...