โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ย้ำประกาศควบคุม "กัญชา" จ่อเพิ่มโทษให้หนักขึ้น

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 07.51 น.
ภาพไฮไลต์

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แจงเหตุประกาศ สธ. ฉบับใหม่ ควบคุมการ "กัญชา" เน้นเฉพาะทางการแพทย์ จ่อเพิ่มโทษให้รุนแรงมาขึ้น เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. ได้ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2568 ว่า โดยหลักการเดิมการควบคุมกัญชา เราควบคุมเฉพาะการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย การจำหน่ายส่วนมากเป็นรายย่อย ซึ่งมีร้านที่มีใบอนุญาตจำนวน 18,000 แห่งทั่วประเทศ การจำหน่ายที่ผ่านมาเราควบคุมแค่ทำรายงานการจำหน่ายมาให้เรา และมีข้อห้ามจำหน่ายในเด็กและสตรีตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์

ดังนั้น สธ. เห็นว่าที่ผ่านมามีปัญหาเยอะมากในเรื่องของจำนวนร้านกัญชา ซึ่งบางแห่งลักลอบจำหน่าย ทั้งผู้ใช้ก็มีเด็กและเยาวชนด้วย จึงเห็นว่าจะต้องควบคุมการใช้กัญชาให้เน้นเฉพาะทางการแพทย์ จึงเป็นเนื้อหาสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ ที่กำหนดทุกร้านจะจำหน่ายให้เฉพาะผู้ที่มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ซึ่งประกาศสามารถดำเนินการได้โดย รมว.สธ. เป็นผู้ลงนาม และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวต่อว่า เรื่องกรอบระยะเวลาบังคับใช้ คงมีการหารือกับ รมว.สธ. อีกครั้ง แต่โดยเจตนาอยากให้เร็วที่สุด แต่ก็จะพยายามให้กระทบกับร้านน้อยที่สุด ระหว่างนี้กรมได้เร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจถึงประกาศดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องได้ถือเป็นแนวปฏิบัติ

ทั้งนี้ กฎหมายที่ผ่านมาควบคุมเฉพาะส่วนของช่อดอกกัญชามาตลอด เนื่องจากเป็นส่วนที่มีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) สูง หากได้รับมากเกินไปอาจก่อผลกระทบต่อตัวกาย ไม่ได้คุมส่วนอื่นของกัญชา

นพ.สมฤกษ์ กล่าวด้วยว่า หลังประกาศบังคับใช้ หากร้านไม่ปฏิบัติตาม เบื้องต้นร้านที่มีใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตาม หรือไม่มีใบสั่งแพทย์จะต้องถูกพักใช้ใบอนุญาต หมายความว่าทำการขายไม่ได้จนกว่าจะปรับแก้ให้เรียบร้อย ระหว่างที่สั่งพักใบอนุญาตแล้วยังไปจำหน่ายอีก ก็จะผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษ โดยบทลงโทษ ณ เวลานี้ คือ จำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งตรงนี้ กรมกำลังปรับแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในการเพิ่มโทษให้รุนแรงมากขึ้น เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 บาท เป็นอย่างน้อย ซึ่งได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวอีกว่า บางร้านที่ขายในขณะนี้ บางแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการเสพ ถือว่าผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องมีประกาศฉบับนี้ก็ผิดอยู่แล้ว เพราะประกาศที่ผ่านมา ให้ขายแต่ก็ห้ามสูบในร้าน และห้ามขายกับเด็กและหญิงตั้งครรภ์เป็นข้อกำหนดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นร้านผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และเนื่องจากไม่ได้ระบุเป็นทางการแพทย์ ก็นำไปเสพ แต่เวลาไปตรวจจับเราไม่เห็นซึ่งหน้าจึงจับไม่ได้ และการทำรายงานก็ไม่รู้ว่าขายไปถึงใครบ้าง

ประกาศฉบับใหม่จึงกำหนดให้ร้านต้องทำรายงานแจ้งรายละเอียดถึงกรมทุกเดือน ประกาศฉบับใหม่ที่ออกมา เพื่อลดการเสพแบบสันทนาการ ต้องมีเหตุทางการแพทย์เท่านั้น อย่างไรก็ตามตอนนี้กรมเตรียมอัตรากำลังออกตรวจร้านค้าทุกสัปดาห์ แบ่งสายทีมไปทีละ 10 ทีม ต่างจังหวัดเป็นหน้าที่ของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดที่ออกตรวจ ที่ผ่านมาตรวจไปมีพักใช้ใบอนุญาตไปแล้วเป็นหลักพัน ในจำนวน 18,000 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะใน กทม. จับไปหลักหลายพัน ส่วนที่ลักลอบจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต ก็จะเจอบางส่วนถือว่าทำผิดก็ถูกดำเนินคดี การตรวจเข้มข้นมากขึ้น ร้านที่ขายจะต้องปรับตัวและปฏิบัติตามประกาศ ซึ่งเน้นย้ำทุกร้านจะต้องจำหน่ายให้กับผู้มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ย้ำประกาศควบคุม "กัญชา" จ่อเพิ่มโทษให้หนักขึ้น

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...