โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"Starbucks" ขายกิจการในจีน? หลังเจอคู่แข่งท้องถิ่นขายถูก l การตลาดเงินล้าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.33 น.
แม้จะมีรายงานว่า Starbucks เริ่มพูดคุยกับนักลงทุนหลายรายเกี่ยวกับการขายกิจการในจีน แต่บริษัทชี้แจงชัดเจนว่า ยังไม่มีแผนขายกิจการทั้งหมดในประเทศจีน ขณะเผชิญการแข่งขันจากแบรนด์ท้องถิ่นราคาย่อมเยา

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Starbucks ผู้ให้บริการกาแฟรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนการขายกิจการในประเทศจีนทั้งหมด หลังนิตยสารการเงินชื่อดังของจีน Caixin รายงานว่า บริษัทได้เริ่มเจรจากับนักลงทุนมากกว่า12 บริษัทเกี่ยวกับการขายกิจการ โดยไม่เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูล

แม้จะมีรายงานว่า Starbucks ได้เริ่มกระบวนการขายกิจการในจีนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมเชิญผู้ที่สนใจให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับแผนธุรกิจ โครงสร้างดีล วัฒนธรรมองค์กร การบริหารจัดการ มาตรการด้านความยั่งยืน รวมถึงการปฏิบัติต่อพนักงาน แต่แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายหุ้นส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยในธุรกิจ หรือจะเก็บบางส่วน เช่น โครงสร้างซัพพลายเชน ไว้ภายใต้การบริหารของตนเอง

ทั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน Goldman Sachs มีบทบาทในการให้คำแนะนำในกระบวนการครั้งนี้ แต่ยังไม่มีการให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว ขณะที่ Starbucks ปฏิเสธแสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของกระบวนการขาย

ในปี 2023 Starbucks ได้เปิดตัวโรงงาน “Coffee Innovation Park” มูลค่า 1.5 พันล้านหยวน (ประมาณ 209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเมืองคุนซาน ใกล้เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง 80,000 ตารางเมตร และสามารถรองรับความต้องการของร้าน Starbucks ทั่วประเทศจีน

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สถาบันกว่า 20 แห่งรวมถึงบริษัทเงินทุนเอกชนหลายราย ได้ตอบรับเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกผู้ซื้อ โดย Starbucks คาดว่าจะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า บริษัทด้านการลงทุนอย่าง KKR, FountainVest Partners และ PAG เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ความสนใจในการเข้าซื้อหุ้นบางส่วนในกิจการ Starbucks China

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Starbucks ต้องเผชิญแรงกดดันด้านราคาจากคู่แข่งท้องถิ่น เช่น Luckin Coffee และ Cotti Coffee ซึ่งสามารถเสนอราคาต่อแก้วต่ำกว่า 5 หยวนได้จากการใช้คูปองและเงินสนับสนุนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน จนทำให้ Starbucks ซึ่งขายกาแฟเฉลี่ยราว 30 หยวนต่อแก้ว ต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดจาก ร้อยละ 34 ในปี 2019 เหลือเพียงร้อยละ 14 ในปี 2024 ตามข้อมูลจาก Euromonitor International

Starbucks ยังเน้นย้ำว่ากระบวนการคัดเลือกผู้ร่วมทุนครั้งนี้เปิดกว้าง เพื่อรับฟังแนวทางและวิสัยทัศน์จากผู้สนใจทุกราย โดยจะเลือกแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...