โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับมือเดินหน้าแก้ไขปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 25 มิ.ย.-กระทรวงคมนาคม-สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จับมือเดินหน้าแก้ไขปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นรูปธรรม

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมร่วมกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) โดยมีนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยและดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุมด้วย

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ปัญหาการจราจรติดขัดภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่เข้าไปส่งและรับตู้สินค้า ต้องใช้เวลารอคอยเฉลี่ย 10 – 20 ชั่วโมงต่อเที่ยวงาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็นและไม่สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังพบว่าพนักงานขับรถหลายรายต้องทำงานเกินระยะเวลาที่กฎหมายแรงงานกำหนด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น และวางรากฐานการบริหารจัดการในระยะยาว จึงได้กำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1.)การจัดระเบียบพื้นที่และบริหารการจราจร จัดสรรลานจอดรถบรรทุกที่รอเข้าท่าเทียบเรือ 70 ไร่ และ 22 ไร่ เพื่อลดการจอดซ้อนหรือไหลล้นสู่ถนนสาธารณะ และเพิ่มห้องสุขาเคลื่อนที่เฝ 12 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ขับขี่รถบรรทุกสินค้า

2.)ประสานกรมศุลกากรเพื่อขออนุญาตนำตู้สินค้าขาเข้าไปพักนอกเขตท่าเรือเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความแออัดภายในพื้นที่ท่าเทียบเรือ และวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

3.)นำระบบ Truck Queue มาใช้แบบครบวงจร 100% เพื่อจัดลำดับการเข้า – ออกของรถบรรทุก เพื่อบริหารจัดการคิวรถบรรทุกทุกคันอย่างเป็นธรรม และลดความแออัดบริเวณหน้าทางเข้า รวมถึง จัดเตรียมพื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรสำหรับรองรับรถบรรทุกสินค้าที่รอเข้าคิว และพัฒนาแอปพลิเคชั่น (Dash board) บนโทรศัพท์มือถือ ติดตั้งกล้อง CCTV และระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์เพื่อติดตาม สถานการณ์จราจร

4.)พัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างท่าเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ใช้บริการให้ทำงานบนฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้กระบวนการเคลียร์สินค้าและตู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

5.)มาตรการระยะกลางและระยะยาว ส่งเสริมการจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ เพื่อ กระจายปริมาณรถตามรอบเวลา และศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น แนวคิดการก่อสร้าง สะพานข้ามทางรถไฟหรืออุโมงค์ พัฒนาระบบ Smart Port เพื่อให้ท่าเรือสามารถบริหารจัดการทรัพยากรและการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ

นายสรวุฒิ กล่าวทิ้งทายว่า กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการ ระยะกลาง และระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนความเชื่อมั่นในระบบโลจิสติกส์ไทยและลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ พนักงานขับรถบรรทุกในพื้นที่โดยเร็วที่สุด.-513.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...