โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โรม” ขอคนไทยอย่าให้ค่า “ฮุนเซน” อาจหลงกลกัมพูชา

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.11 น.

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยกับทีมข่าวสำนักข่าววันนิวส์ เกี่ยวกับการออกมาเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า เป็นความพยายามในการทำสงครามประสาท เพื่อหวังผลให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองกับกัมพูชา และพาประเทศไทยไปสู่ศาลโลก ดังนั้น หากคนไทยยิ่งให้ความสนใจ พารถทัวร์ไปจอด สมเด็จฮุน เซนก็จะยิ่งชอบ และเราอาจหลงเข้าไปในเกมของกัมพูชาได้ จึงอยากเตือนสติประชาชนคนไทย ต้องไม่ไปติดกับ หรือให้ค่า ให้ความเชื่อถือในสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน พยามยามยั่วยุ ปั่นประสาท รวมถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน บอกว่า ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ส่วนตัวมองว่า เป็นอีกหนึ่งความพยายามปั่นป่วนคนไทย ซึ่งเราต้องรู้เท่าทั้น อย่าไปวิ่งตามจนติดบ่วงกัมพูชา

นายรังสิมันต์ บอกอีกว่า ในส่วนการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ส่วนตัวมองว่า เป็นแต้มต่อของประเทศไทย แต่การปิดทุกด่านอาจดูเป็นการด่วนตัดสินใจเกินไป เพราะจริง ๆ แล้วสามารถเลือกปิดเฉพาะด่านที่ส่งผลกระทบต่อ “กระเป๋าเงิน” หรือแหล่งรายได้ของผู้มีอำนาจในกัมพูชาก่อนได้ อย่างเช่น ด่านบริเวณคาสิโน เพราะนอกจากการปิดด่านแล้ว ก็ยังมีอีกหลายมาตรการที่สามารถทำได้ โดยเฉพาะมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ และปัญหาอาชญากรรม ที่รัฐบาลสมควรทำตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจะมาประกาศว่าจะทำ จึงทำให้ประชาชนบางส่วนอาจเกิดความคลางแคลงใจ ว่า นายกรัฐมนตรี จะไม่นำมาตรการที่เกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ไปใช้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์อะไรบางอย่างกับกัมพูชา และแม้ตอนนี้รัฐบาลจะประกาศยกระดับมาตรการกดดันกัมพูชาแล้ว แต่ก็ยังเป็นเพียงนามธรรม เพราะดูเหมือนตอนนี้รัฐบาลจะไปให้ความสนใจการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มากกว่าการทำมาตรการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาตรการต่าง ๆ ยังไม่เป็นรูปธรรมนั้น อาจมาจากการที่รัฐบาลไม่มีความชอบธรรม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานขาดความมั่นใจต่อรัฐบาล

ทั้งนี้ ทางออกของปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา นายรังสิมันต์ ระบุว่า ต้องกลับไปที่ “หลัก” คือการใช้กลไกทวิภาคีในการเจรจาหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 26 มิ.ย. กมธ.ความมั่นคงฯ ก็ได้เชิญนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ เลขาฯ สมช. ให้มาหารือแนวทางทำให้เกิดทวิภาคีร่วมกัน ซึ่งส่วนตัวอยากให้นายมาริษเข้ามาร่วมหารือครั้งนี้ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือไม่ และหากสมเด็จฮุน เซนมีโอกาสได้ติดตามข่าวและมีล่ามแปลภาษาให้ ส่วนตัวก็อยากฝากให้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศที่ต้องอยู่กันตรงนี้ต่อไป มากกว่าการรักษาหน้าตาทางการเมืองหรือผลประโยชน์ของตระกูลตัวเอง เพราะหากวันหนึ่งสมเด็จฮุน เซนไม่อยู่ และนายฮุน มาเนตเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าหน้าที่อื่น แต่คนที่ยังอยู่ คือ ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ต่อให้ไปสู้กันตามกฎหมายที่ศาลโลก แล้วแพ้-ชนะ แต่จะแค่นั้นจริง ๆ หรือเปล่า เพราะสุดท้ายสิ่งที่ยังเหลืออยู่ ก็คือความบาดหมางกันของ 2 ประเทศ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...