โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้แล้ว ทำไมรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้เมารถได้ง่ายกว่ารถน้ำมันปกติ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 14.39 น.

แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะเงียบ นุ่มนวล และถูกยกย่องว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่หลายคนกลับพบว่า เมื่อเปลี่ยนจากรถน้ำมันมานั่งรถไฟฟ้า กลับรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หรือแม้แต่เสียการทรงตัว ทั้งที่ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน งานวิจัยล่าสุดเผยว่า อาการเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับพลังแม่เหล็กหรือระบบไฟแรงสูงของรถ แต่เป็น “สมองของเรา” ที่ยังปรับตัวไม่ทันกับลักษณะการเคลื่อนไหวของรถไฟฟ้าต่างหาก

ดร.วิลเลียม เอมอนด์ (Dr. William Emond) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Belfort-Montbéliard ประเทศฝรั่งเศส อธิบายว่า สมองของมนุษย์จดจำการเคลื่อนไหวของรถน้ำมันผ่านเสียงเครื่องยนต์ การสั่นสะเทือน และแรงเร่งต่าง ๆ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าที่ไร้เสียง ไร้แรงสั่น และมีการเร่ง/เบรกที่ไม่เหมือนเดิม สมองจึง “เสียจังหวะ” ไม่ทันคาดการณ์ ทำให้เกิดอาการเมารถ

อีกจุดที่มีผลมากคือระบบเบรกแบบ regenerative braking ของรถไฟฟ้า ซึ่งเมื่อผู้ขับถอนคันเร่ง รถจะชะลอทันทีเพื่อนำพลังงานกลับไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ ต่างจากรถน้ำมันที่มักปล่อยให้รถ “ไหล” อย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาของ InsideEVs ปี 2024 ยืนยันว่า ยิ่งเบรกแรงหรือเบรกบ่อยเท่าไร อาการเมารถในผู้โดยสารก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

เพื่อลดอาการดังกล่าว นักวิจัยแนะนำให้ผู้ผลิตรถไฟฟ้าเพิ่ม “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” เพื่อให้สมองผู้โดยสารได้เตรียมตัว เช่น หน้าจอที่แสดงทิศทางการเคลื่อนไหว ไฟ ambient ที่เปลี่ยนสีก่อนเร่ง/เบรก หรือเบาะที่สั่นเบาๆ ก่อนเปลี่ยนจังหวะ ทุกสิ่งเหล่านี้ช่วยให้สมองรับรู้ว่ากำลังจะเกิดการเคลื่อนไหว และลดอาการเวียนหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก soha

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...