โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ช้างป่าทำร้าย แม่ดับ-ลูกสาหัส จนท.เร่งช่วยเหลือทุลักทุเลนานกว่า 5 ชม.

Amarin TV

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 02.07 น.
ช้างป่าทำร้าย แม่ดับ-ลูกสาหัส หลังขึ้นไปเก็บผลมะแว้งในป่าบนเขา ก่อนเผชิญหน้า แต่หนีไม่ทัน จนท.ช่วยเหลือทุลักทุเลนานกว่า 5 ชม.

ช้างป่าทำร้าย แม่ดับ-ลูกสาหัส หลังขึ้นไปเก็บผลมะแว้งในป่าบนเขา ก่อนเผชิญหน้า แต่หนีไม่ทัน จนท.ช่วยเหลือทุลักทุเลนานกว่า 5 ชม.

วันที่ 7 ก.ค. 68 ที่จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย พร้อมรถจักรยานยนต์เสียหาย 1 คัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่นายนันทภพ แดงรัตน์ อายุ 37 ปี และนางวรรณณา แดงรัตน์ อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นแม่ลูกกันได้ขึ้นไปเก็บผลมะแว้งในพื้นที่ป่า

โดยระหว่างทางขากลับทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากับช้างป่า แต่ทั้งคู่หนีไม่ทันจึงช้างถูกทำร้ายบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว

จากเหตุการณ์นี้นางวรรณณาได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายนันทภพได้รับบาดเจ็บ มีอาการปวดหลังและขาขวาผิดรูป แต่ยังคงรู้สึกตัวดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าให้การช่วยเหลือ และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้รถจักรยานยนต์ของทั้งคู่ยังได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย

สำหรับจุดเกิดเหตุเป็นป่าเขาสูงชัน สภาพพื้นที่เป็นป่าเขาสลับซับซ้อน ซึ่งยากต่อการเข้าช่วยเหลือ กู้ภัยต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ จากนั้นต้องใช้รถมอเตอร์ไซค์และก็เดินเท้าเข้าไปยังจุดเกิดเหตุอีกประมาณอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ดังนั้นการช่วยเหลือจึงเป็นไปด้วยความล่าช้า และยากลำบากมากประกอบกับในพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ หรือสัญญาณวิทยุอนาล็อกที่สามารถสื่อสารกันได้ ซึ่งกว่าจะช่วยเหลือออกมาได้ต้องใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...