โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโฉม 'แผนแม่บทสภาพภูมิอากาศ' เน้นสร้างภูมิคุ้มกัน-มีส่วนร่วมได้จริง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 23.23 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 06.59 น.

แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ซึ่งจะเป็น "ร่มใหญ่" ในการขับเคลื่อนการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยมีเป้าหมายระยะยาว 25-30 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน

โครงสร้างและแนวคิดหลัก "ร่มใหญ่" แห่งอนาคตคาร์บอนต่ำ

ดร.ภาวิญญ์ เถลิงศรี ผู้เชียวชาญดานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวในงาน การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ….. ว่า แผนแม่บทนี้ถูกออกแบบมาใน 5 ส่วนหลัก เริ่มตั้งแต่บทนำที่มาและวัตถุประสงค์ ไปจนถึงแนวทางการขับเคลื่อนและการประเมินผล แตกต่างจากแผนเดิมอย่าง NDC และ NAP ตรงที่ทำหน้าที่เป็นกรอบชี้นำภาพรวม มุ่งเน้นการชี้เป้าทิศทางในระยะยาว และวางระบบรองรับการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรอบแนวคิดในการจัดทำแผนอ้างอิงข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ตามความตกลงปารีส โดยตั้งเป้าลดอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศา หรือ 1.5 องศา สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัว (Adaptation) โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณที่ชัดเจนสำหรับการปรับตัว รวมถึงการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และการบูรณาการการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย สร้างภูมิคุ้มกันสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

วิสัยทัศน์ ของแผนแม่บทคือ "การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน" ซึ่งสะท้อนถึงคีย์เวิร์ดสำคัญคือ "เติบโตแบบคาร์บอนต่ำ" "มีภูมิคุ้มกัน" และ "ประชาชนมีส่วนร่วม"

ผศ.ดร.ภาสนันทน์ อัศวรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พันธกิจหลัก 4 ประการ ได้แก่ การสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเน้นการบูรณาการข้ามหน่วยงาน การพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบข้อมูลเพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง การพัฒนากลไกขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการเสริมสร้างศักยภาพและความตระหนักแก่ภาคีทุกภาคส่วน

เป้าหมายหลัก แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งเน้นการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในทุกมิติของชีวิตประจำวัน ส่วนที่สองคือ การสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการกำหนด "Baseline" และตัวชี้วัดด้านภูมิคุ้มกันที่ชัดเจน พัฒนาแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัว และบูรณาการเข้ากับแผนในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างฐานข้อมูลและองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

แผนแม่บทได้กำหนด กรอบเวลา 3 ระยะ ได้แก่ระยะวางรากฐาน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและกำหนด Baseline ระยะดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อขยายผลมาตรการลดก๊าซและการปรับตัว และ ระยะบรรลุเป้าหมาย เพื่อก้าวสู่ Net Zero และสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่มีภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

แนวทางการขับเคลื่อนและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย

การบรรลุเป้าหมายของแผนแม่บทจำเป็นต้องมี สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย (Enabling Environment) ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่

  • เทคโนโลยี: ต้องมี "Climate Technology Strategy" ที่ชัดเจน พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และขจัดอุปสรรคทางกฎหมาย
  • การเงิน: กำหนดยุทธศาสตร์การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมกลไกการเงินนวัตกรรม เช่น Carbon Credit และอาจพิจารณาจัดตั้งสถาบันการเงินพิเศษ
  • การมีส่วนร่วม: นำแนวคิด "Just Transition" และ "Inclusiveness" มาใช้ตั้งแต่ต้น พัฒนากลไกประสานงาน และเสริมสร้างศักยภาพท้องถิ่นและภาคเอกชน
  • ความรู้เท่าทัน (Climate Literacy): พัฒนา "Climate Thailand Web Portal" เป็นศูนย์กลางข้อมูล และใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสาร
  • กฎหมายและกฎระเบียบ: เร่งรัดการออก พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำ "กฎหมายท้องถิ่นต้นแบบ" ในระยะยาว

เป้าหมายรายสาขา การลงมือทำในระยะเร่งด่วน

ในระยะวางรากฐาน แผนแม่บทได้กำหนดเป้าหมายเบื้องต้นสำหรับแต่ละภาคส่วน ได้แก่

  • พลังงาน: เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดการใช้ถ่านหิน พัฒนาเทคโนโลยี CCUS และโครงสร้างพื้นฐาน Smart Grid
  • คมนาคม: เพิ่มสัดส่วนยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาขนส่งสาธารณะไฟฟ้า และส่งเสริมการผสมไฮโดรเจนในระบบโลจิสติกส์
  • อุตสาหกรรม: พัฒนาเทคโนโลยี CCU และสนับสนุนโรงงานขนาดใหญ่จัดทำรายงานการปล่อยก๊าซ
  • ของเสีย: เพิ่มประสิทธิภาพระบบแยกขยะอินทรีย์ บำบัดน้ำเสียด้วยระบบชีวมวล และผลิตไบโอแก๊ส/ปุ๋ยชีวภาพจากขยะชุมชน
  • เกษตร: ส่งเสริมการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ระบบจัดการมูลสัตว์ด้วยไบโอมีเทน และขยายพื้นที่เกษตรแม่นยำ
  • ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน: เพิ่มการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง
  • ทรัพยากรน้ำ: พัฒนา Water Security Index, โครงสร้างพื้นฐานรับมืออุทกภัย, Water Footprint และระบบพยากรณ์น้ำ
  • เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร: พัฒนาดัชนีความสามารถในการพึ่งตนเอง, ระบบเตือนภัยการเกษตร, จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย และส่งเสริมเกษตรแม่นยำ
  • การท่องเที่ยว: ประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ จัดทำแผนรับมือภัยพิบัติ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยว
  • สาธารณสุข: เฝ้าระวังและคาดการณ์ความเสี่ยงต่อสุขภาพ และพัฒนาโครงสร้างสถานบริการสาธารณสุขให้รับมือการเปลี่ยนแปลงได้
  • ทรัพยากรธรรมชาติ (การปรับตัว): พัฒนา Biological Indicator, ยกระดับดัชนีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพสัตว์ถูกคุกคาม และประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม
  • การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์: พัฒนาเกณฑ์/ตัวชี้วัดความสามารถในการปรับตัวของเมือง, ระบบเตือนภัยพิบัติ และโครงสร้างพื้นฐานรับมือภัยธรรมชาติ รวมถึงการบูรณาการแผนปรับตัวในทุกระดับ

กลไกการขับเคลื่อนและการประเมินผล ก้าวไปข้างหน้าอย่างยืดหยุ่น

แผนแม่บทจะมีการ ทบทวนทุก 5 ปี เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์และบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และจะมีการ รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทุก 2 ปี โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการติดตามและประเมินผล และหากมาตรการใดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...