โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จตุพร” แบ่งงาน รมช.ดูแลคนละ 4 หน่วย เร่งขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงพาณิชย์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 7 ก.ค. – รมว. จตุพรลงนามคำสั่งแบ่งงานรัฐมนตรีช่วยคนละ 4 หน่วยงาน “สุชาติ” กำกับกรมการค้าภายใน-องค์การคลังสินค้า “ฉันทวิชญ์” ดูแลกรมการค้าต่างประเทศ-สนค. ย้ำเร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สินค้าสวมสิทธิ์ และการปรับปรุงกฎหมายล้าสมัย พร้อมแสดงความห่วงใยต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงนามในคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 722/2568 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 มอบหมายงานรัฐมนตรีช่วยว่าการ โดยนายสุชาติ ชมกลิ่นกำกับดูแลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน และองค์การคลังสินค้า

ส่วนนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์กำกับกรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)

สำหรับหน่วยงานหลักด้านนโยบาย และการบริหารราชการทั่วไปอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT)

นายจตุพรให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทำงานว่า เป็นงานทำงานเป็นทีม โดยขณะนี้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนยังอยู่ในระดับที่น่าห่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมเน้นย้ำให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาและต้นทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันและวัตถุดิบผันผวน

ทั้งนี้ต้องขับเคลื่อนทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไม่ใช่แค่กระทรวงพาณิชย์เพียงลำพัง แต่ต้องประสานงานกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงอื่นๆ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลอย่างยั่งยืน และที่สำคัญคือต้องไม่ซ้ำเติมภาระของประชาชน

ในส่วนของนโยบายระยะสั้น นายจตุพรได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลราคาสินค้าเกษตรตามฤดูกาล โดยเฉพาะ ผลไม้ เช่น มังคุด ทุเรียน และลางสาด ซึ่งเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวจำนวนมาก พร้อมผลักดันแนวทาง “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ควบคู่กับการหาตลาดส่งออก

นอกจากนี้ ได้กำหนด KPI ชัดเจนให้ทูตพาณิชย์ทุกประเทศ ในการผลักดันสินค้าไทยเจาะตลาดใหม่ รวมถึงส่งรายงานผลตอบกลับมายังกระทรวง เพื่อประเมินและขับเคลื่อนเชิงรุก. – 512 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...