โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลวิจัยจาก MIT ชี้การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ส่งผลต่อทักษะการคิดวิเคราะห์

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 07.49 น.
ภาพไฮไลต์

การศึกษาของ MIT พบว่าการพึ่งพาเอไอช่วยในการทำงาน อาจส่งผลกระทบต่อความจำ ความเป็นเจ้าของในผลงาน และการทำงานของสมอง

บทความวิจัยหัวข้อ Your Brain on ChatGPT: Accumulation of Cognitive Debt when Using an AI Assistant for Essay Writing Task ได้นำเสนอผลการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับต้นทุนทางปัญญา หรือ Cognitive Cost จากการใช้ผู้ช่วยเอไอในการเขียนเรียงความ หรือในการทำงานรูปแบบต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในแวดวงการศึกษาและเทคโนโลยี โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลอง 54 คน ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อเปรียบเทียบผลกระทบอย่างชัดเจน ได้แก่ กลุ่มที่ใช้ LLM, กลุ่มที่ใช้ Search Engine และกลุ่มที่ใช้มันสมองของตัวเอง

ผลการศึกษาได้เผยให้เห็นผลกระทบที่น่าสนใจหลายประการ โดยประเด็นแรกที่พบคือ กลุ่มที่ใช้ ChatGPT มีปัญหาในการจดจำเนื้อหาที่ตนเองเขียน และยังรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ (Ownership) ในผลงานน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้น การวิเคราะห์ทางภาษาศาสตร์ยังพบว่าเรียงความของกลุ่มนี้มีความคล้ายคลึงกันสูง สะท้อนว่าเครื่องมือมีอิทธิพลต่อผลงานมากกว่าความคิดของผู้เขียนเอง ซึ่งหลักฐานที่ยืนยันความแตกต่างนี้ชัดเจนที่สุดมาจากผลสแกนสมอง (Electroencephalography: EEG) ที่พบว่าการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทลดระดับลงอย่างเป็นระบบตามปริมาณการสนับสนุนจากภายนอก กล่าวคือ กลุ่มที่ใช้สมองอย่างเดียวมีการทำงานของสมองที่แข็งแกร่งที่สุด ตามมาด้วยกลุ่ม Search Engine และกลุ่มที่ใช้ ChatGPT ซึ่งมีการทำงานของสมองอ่อนแอที่สุด

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของการศึกษาครั้งนี้อยู่ในการทดลองครั้งที่ 4 ซึ่งมีการสลับกลุ่มเพื่อให้เห็นถึงการปรับตัวทางความคิด เมื่อกลุ่มที่เคยใช้เอไอถูกบังคับให้ใช้สมองเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทของพวกเขานั้นอ่อนแอกว่าเดิม และมีการใช้งานเครือข่ายสมองส่วนที่จำเป็นต่อการคิดวิเคราะห์น้อยลง

ในทางกลับกัน กลุ่มที่เคยใช้สมองอย่างเดียวแล้วได้ลองใช้ AI กลับแสดงความสามารถในการจดจำที่ดีขึ้น และมีการกระตุ้นการทำงานของสมองในส่วนการประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกับกลุ่มที่ใช้ Search Engine ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อบุคคลที่มีพื้นฐานการคิดที่แข็งแกร่งได้ใช้เอไอเป็นเครื่องมือ พวกเขาสามารถใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระตุ้นการทำงานของสมองในเชิงบวก

ด้วยเหตุนี้ ทีมนักวิจัยจึงสรุปว่า ตลอดการทดลองทั้ง 4 ครั้ง กลุ่มผู้ใช้ LLM มีประสิทธิภาพด้อยกว่ากลุ่มที่ใช้สมองเพียงอย่างเดียวในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการทำงานของระบบประสาท ด้านภาษาศาสตร์ และคะแนนที่ได้รับ

ดังนั้น การศึกษานี้จึงเป็นเหมือนคู่มือเบื้องต้นที่แนะแนวทางว่า การใช้เอไอควรเริ่มต้นจากการใช้สมองของตัวเองในการคิดวิเคราะห์และวางโครงร่างของสิ่งที่จะทำเสียก่อน แล้วจึงใช้เอไอเป็นเครื่องมือเสริม เพื่อต่อยอดและขัดเกลาให้งานออกมาสมบูรณ์แบบขึ้น แทนที่จะใช้เป็นผู้คิดแทนตั้งแต่แรก เพื่อรักษาและพัฒนาทักษะทางปัญญาในระยะยาว

อย่างไรก็ดี งานวิจัยฉบับนี้ยังเป็นการศึกษาเบื้องต้นในการทำความเข้าใจผลกระทบจากการใช้งานเอไอ ซึ่งรายงานฉบับนี้ยังไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

ที่มา: Brain on LLM

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลวิจัยจาก MIT ชี้การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ส่งผลต่อทักษะการคิดวิเคราะห์

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...