โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น่าหลงใหล หรือแค่แปลก? กลยุทธ์ ‘ลาบูบู้’ เอาชนะใจคนทั่วโลก ?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 01.15 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 07.30 น.

ไม่ว่าเราจะคิดว่ามันน่ารัก น่าเกลียด หรือแค่แปลกประหลาด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราล้วนเคยได้ยินชื่อตุ๊กตาตัวนี้ที่โด่งดังไปทั่วโลก ไม่ว่าจะมาจากคนดังที่คลั่งไคล้ อย่าง Rihanna, Dua Lipta หรือ Lisa และยังมีแฟน ๆ ของเจ้าตุ๊กตาตัวนี้อีกด้วย จนกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของจีน ทำให้เกิดแถวต่อคิวเพื่อซื้อ “กล่องสุ่ม” ยาวเหยียดไปทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ปักกิ่งไปจนถึงลอนดอน ทำให้ตุ๊กตาตัวอื่น ๆ ในตระกูลเดียวกันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

“ลาบูบู้” ได้ถือกำเนิด ในฐานะสัตว์ประหลาดจากแบรนด์ Pop Mart ผู้ผลิตตุ๊กตารายใหญ่จากประเทศจีน จนทำกำไรไปได้กว่า สามเท่า ในปีที่ผ่านมา

ลาบูบู้ คืออะไร

นี่คือหนึ่งในคำถามที่ผู้ค้นถามมากที่สุด ซึ่งแม้แต่คนที่รู้คำตอบก็ยังไม่แน่ใจว่าจะอธิบายความคลั่งไคล้นี้ได้อย่างไร

ลาบูบู้ คือตัวละครสมมติที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีความหมายใด ๆ โดยในตอนแรกมันเป็นเพียงชื่อตัวละครหนึ่งในชุดของเล่น “The Monster” ที่ถูกสร้างโดย Kasing Lung ศิลปินชาวฮ่องกง

แต่ปัจจุบันตุ๊กตาลาบูบู้ ได้ปรากฏตัวในซีรีส์ "The Monsters" หลายชุด เช่น Big into Energy, Have a Seat, Exciting Macaron และ Fall in Wild นอกจากนี้แบรนด์ลาบูบู้ ยังมีตัวละครอื่นๆ จากจักรวาลของมัน ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดตุ๊กตายอดนิยมของตัวเอง เช่น Zimomo ผู้นำเผ่า, Tycoco แฟนของเธอ และ Mokoko เพื่อนของเธอ

ลาบูบู้ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ หูแหลมคม, ตาโต และรอยยิ้มซุกซนที่เผยให้เห็นฟันเก้าซี่ ขณะที่ชาวเน็ตมีทั้งที่อยากรู้อยากเห็น พร้อมแสดงความคิดเห็นที่แตกแยก เพราะยังคงตัดสินใจไม่ได้ว่าพวกมันน่ารักหรือแปลกประหลาด

เมื่อเราลองหาข้อมูลเกี่ยวกับตุ๊กตาตัวนี้ในเว็ปไซต์ผู้จัดจำหน่ายพบว่า “ลาบูบู้” มีจิตใจดีและอยากช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แต่บ่อยครั้งก็บังเอิญทำให้เกิดผลตรงกันข้าม

ลาบูบู้ ฟีเวอร์ เกิดขึ้นมาได้ยังไง

ก่อนหน้านี้ ลาบูบู้ มีกระแสแค่ในประเทศต้นกำเนิดเท่านั้น ในช่วงปลายปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่จีนเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่

Ashley Dudarenok ผู้ก่อตั้ง ChoZan บริษัทวิจัยที่เน้นตลาดจีน กล่าวว่า "หลังการเกิดโรคระบาด ผู้คนจำนวนมากในจีนต่างรู้สึกว่าพวกเขาต้องการหลีกหนีจากความเครียด ซึ่ง ลาบูบู้ เป็นตัวละครที่มีทั้งเสน่ห์และความวุ่นวายไปพร้อม ๆ กัน" "มันเป็นตัวแทนของแนวคิดต่อต้านความสมบูรณ์แบบ"

แม้โซเชียลในจีนจะสร้างกระสจนเป็นไวรัลไปทั่วประเทศมากมาย แต่มันกลับไม่ถูกส่งออกยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ลาบูบู้ เป็นหนึ่งในข้อยกเว้นนั้น ความนิยมของมันถูกแพร่กระจายมายังเอชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็ว

Fiona ซึ่งอาศัยอยู่ในแคนาดา เล่าว่าเธอรู้จัก ลาบูบู้ ครั้งแรกจากเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ในปี 2023 นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เธอเริ่มซื้อพวกมัน เธอพบว่ามันน่ารักแต่ความนิยมที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งดึงดูดใจสำคัญ

"ยิ่งมันได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากได้มันมากขึ้นเท่านั้น"

เธอกล่าวว่า "สามีของฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันซึ่งอยู่ในวัย 30 ถึงได้หมกมุ่นกับอะไรแบบนี้ อย่างเช่นการใส่ใจว่าจะซื้อสีไหนดี"

เธอกล่าวเสริมว่า ราคาของมันไม่ต่างจากราคาเครื่องประดับกระเป๋าในปัจจุบันอยู่แล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ แม้ว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ราคาในตลาดมือสองพุ่งสูงขึ้น แต่ Fiona กล่าวว่าราคาขายหน้าร้าน ซึ่งมีตั้งแต่ 25 ดอลลาร์แคนาดา (ราว 630 บาท) ถึง 70 ดอลลาร์แคนาดา สำหรับตุ๊กตาลาบูบู้ ถือว่า "ยอมรับได้"

นอกจากนี้ ความนิยมของ ลาบูบู้ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเหล่าคนดังต่างพากันโพสต์ภาพคู่กับมัน ไม่ว่าจะเป็น Lisa ที่โพสต์ภาพถ่ายหลากหลายภาพ, Rihanna ที่โพสต์ภาพมันพร้อมกับกระเป๋า Louis Vuitton นอกจากนี้ยังมีเหล่าคนดังอีกมากมายที่ต่างโพสต์ภาพในท่าทางที่แตกต่างกันออกไป

จนกระทั้งในตอนนี้ตุ๊กตาลาบูบู้ดูเหมือนจะอยู่ทั่วไปหมด ไม่เพียงแต่ในโลกออนไลน์ แต่ยังเห็นได้จากเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา

อะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้

พูดง่าย ๆ คือ ไม่มีใครรู้ เช่นเดียวกับกระแสไวรัลส่วนใหญ่ ซึ่งการที่ ลาบูบู้ จะสามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมากได้นั้นยากที่จะอธิบายได้ มันเป็นเรื่องของ จังหวะเวลา รสนิยม และดวง

รัฐบาลปักกิ่งย่อมพอใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีนระบุว่า ลาบู้บู้ "แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพ และวัฒนธรรมจีน ในภาษาที่ทั่วโลกสามารถเข้าใจได้" พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เห็น "Cool China"
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวรวมไปถึง ทรัพย์สินทางปัญญาทางวัฒนธรรมของจีนที่กำลังจะก้าวสู่ระดับโลก เช่น วิดีโอเกม Black Myth: Wukong และภาพยนตร์แอนิเมชันยอดนิยม อย่าง Nezha

นักวิเคราะห์บางรายดูประหลาดใจอย่างมากที่บริษัทสัญชาติจีน ตั้งแต่ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และนักพัฒนา AI ไปจนถึงผู้ค้าปลีก ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนเกิดความไม่สบายใจจากชาติตะวันตกเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของปักกิ่ง

Chris Pereira ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษา iMpact บอกกับ BBC News ว่า บริษัทเหล่านี้ทั้งหมดมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากเหมือนกันคือ "มันดีมากจนไม่มีใครสนว่ามาจากจีน คุณไม่สามารถมองข้ามพวกมันได้"

ผลงานแปลของ พงศ์พล นิสยันท์ นักศึกษาฝึกงานของกรุงเทพธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...