โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผวา “ไข้หูดับ” กลับมาระบาด เสียชีวิตแล้ว 5 ราย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 22.35 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 15.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นครราชสีมา 20 มิ.ย. – มีคำเตือน “ไข้หูดับ” หรือ “ไข้หมูดิบ” กลับมาระบาดอีกครั้ง โดยเฉพาะ 4 จังหวัดอีสานใต้ พบผู้ป่วย 89 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย

นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.นครราชสีมา กล่าวว่า โรคไข้หูดับ มีหมูเป็นพาหะนำโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย “สเตรปโตคอกคัส ซูอิส” อยู่ในทางเดินหายใจของหมูและเลือดของหมูที่กำลังป่วย

ติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1. การบริโภคเนื้อหมูและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ และ 2. ทางการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ ทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค เชื้อจะเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกาย หรือทางเยื่อบุตา หลังได้รับเชื้อประมาณ 1-14 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง

ตอนนี้ “ไข้หูดับ” หรือ “ไข้หมูดิบ” กำลังระบาดใน 4 จังหวัดอีสานใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 มิถุนายน 2568 พบผู้ป่วย 89 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 5 ราย จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยมากสุด 47 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย รองลงมา คือ จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 17 ราย จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 13 ราย และ จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 12 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุด คือ 65 ปีขึ้นไป

วิธีป้องกันไข้หูดับ คือ

  • รับประทานเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น คือ ต้องผ่านความร้อนอย่างน้อย 60-70 องศาเซลเซียส ในเวลา 10 นาที
  • สำหรับคนที่ชอบอาหารปิ้งย่าง ควรใช้อุปกรณ์ในการคีบเนื้อหมูดิบ และเนื้อหมูสุก แยกจากกัน และขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด”
  • ไม่ควรรับประทานหมูดิบ ร่วมกับการดื่มสุรา
  • เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ เนื้อหมูไม่มีกลิ่นคาว สีไม่คล้ำ
  • ไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสหมูทุกครั้ง
  • หากมีอาการป่วย มีไข้สูง ปวดศีรษะ ร่วมกับประวัติเสี่ยง ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที. – สำนักข่าวไทย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...