โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“บขส.” เปิดแผนเช่า 5 ปี ดันรถโดยสาร 311 คัน ปลดล็อคหนี้ 3 พันล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 08.48 น.

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังงานวันคล้ายวันสถาปนาบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ครบรอบปีที่ 95 ว่า หลังจากบขส.ได้กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ซึ่งเป็นคนเดิมที่เคยรักษากรรมการผู้จัดการฯอยู่แล้ว ถือเป็นผู้ที่มีฝีมือที่มีการปรับเปลี่ยนองค์กร โดยปี 2566 พบว่าช่วงเทศกาลสำคัญไม่พบปัญหาผู้โดยสารเดินทางตกค้าง ทำให้ในปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการบขส.เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.4 แสนคน จากเดิมที่มีผู้ใช้บริการราว 8 หมื่นคน

“ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารคนใหม่เร่งดำเนินการหาเส้นทางเดินรถใหม่ รวมถึงระบบขนส่งมวลชนรอง (ฟีดเดอร์) เพื่อรองรับแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ที่จะเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวเส้นทางใหม่ๆที่เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย” นายสุรพงษ์ กล่าว

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ความคืบหน้าแผนจัดหารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน วงเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งการจัดหารถโดยสารในครั้งนี้เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมที่ให้บริการในปัจจุบัน ซึ่งมีการใช้งานกว่า 15-30 ปี และเตรียมปลดระวาง กว่า 200 คัน

ขระเดียวกันการจัดหารถโดยสารนั้นมีบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา ระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยวันเริ่มต้นของสัญญาเช่ารถ จะนับตั้งแต่วันส่งมอบรถ เช่น รับมอบงวด 1 จำนวน 99 คัน สัญญาเริ่มวันที่ 9 ก.ย.2568 และมีอายุสัญญา 5 ปีจนสิ้นสุดสัญญา

ทั้งนี้การส่งมอบรถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน แบ่งการส่งมอบเป็น 4 งวด ประกอบด้วย งวด 1 วันที่ 9 ก.ย.2568 จำนวน 99 คัน ,งวด 2 วันที่ 9 ต.ค.2568 จำนวน 95 คัน ,งวด 3 วันที่ 8 พ.ย.2568 จำนวน 76 คัน และงวด 4 วันที่ 8 ธ.ค.2568 จำนวน 41 คัน

สำหรับรถโดยสาร 311 คัน แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1 ก) ขนาด 12 เมตร จำนวน 24 ที่นั่ง จำนวน 28 คัน 2.รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 พิเศษ (ม.1 พ) ขนาด 12 เมตร จำนวน 32 ที่นั่ง จำนวน 50 คัน และ 3.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1 ข) ขนาด 12 เมตร จำนวน 36 ที่นั่ง จำนวน 233 คัน

นอกจากนี้รถโดยสารที่ปัจจุบันให้บริการอยู่นั้น เป็นรถโดยสารที่เช่าจำนวน 165 คัน ซึ่ง บขส.จะทยอยส่งคืนตามสัญญาเช่า และจัดซื้อรถโดยสารเอง ประมาณ 80 คัน โดยแบ่งประเภทตามสภาพรถ เพื่อประเมินขายและปรับปรุงให้บริการ

ทั้งนี้รถโดยสารที่ บขส.ทำสัญญาเช่ามีอายุ 5 ปี ยี่ห้อ MAN (เอ็มเอเอ็น) เป็นรถโดยสารสัญชาติเยอรมัน ใช้เชื้อเพลิงดีเซล มีเทคโนโลยีเครื่องยนต์ทันสมัย ใช้เกียร์ออโต้ ช่วยประหยัดพลังงานลดลง 20 -30% และได้มาตรฐานยูโร 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถโดยสารที่ได้รับการยอมรับด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับสัญญาเช่ารถโดยสารใหม่นั้น เป็นสัญญาเช่าที่ครอบคลุมรวมถึงการซ่อมบำรุงและเป็นลักษณะคิดค่าเช่าตามการใช้งานจริง

จากผลการศึกษาพบว่าจะช่วยให้ บขส.ประหยัดค่าดำเนินงานมากขึ้น เพราะไม่ต้องแบกรับค่าซ่อมบำรุงที่มีเฉลี่ยกว่า 100 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งหากคำนวณค่าเช่ารวมค่าซ่อมบำรุง พบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคันต่อวัน

นอกจากนี้การเช่ารถโดยสารในลักษณะนี้ทำให้ บขส.สามารถรู้ต้นทุนและกำไรที่เกิดขึ้นต่อวันได้ทันที และทำให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ เพราะมีต้นทุนเดียวที่เกิดขึ้น คือ ต้นทุนพนักงานขับรถและบริการต่างๆ ซึ่งจากการคำนวณตัวเลขแล้ว

“บขส.เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้องค์กรมีกำไรเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 300 – 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยหักลบหนี้สะสมที่มีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ลดลงต่อเนื่อง ปัจจุบัน บขส.มีหนี้สะสมอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท

จากแผนดำเนินงานที่ปรับเป็นการเช่ารถโดยสารทั้งหมด และการหารายได้นอกเหนือจากการเดินรถ ทั้งส่วนของการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีขนส่งและบริการขนส่งพัสดุ จะทำให้ บขส.สามารถล้างหนี้สะสมที่มีอยู่ทั้งหมดได้ภายใน 4 ปี” นายอรรถวิท กล่าว

นายอรรถวิท กล่าวต่อว่า ส่วนแผนการเพิ่มรายได้ของบขส.นั้น หลังจากเข้ามารับตำแหน่งนี้ตั้งเป้าในองค์กรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3,500 ล้านบาท ภายใน 2 ปี แบ่งเป็น รายได้จากการเดินรถ 2,500 ล้านบาท รายได้จากการจัดเก็บค่าสถานีต่างๆและพื้นที่เชิงพาณิชย์ 500 ล้านบาท

และรายได้จากการขนส่งพัสดุ 500 ล้านบาท โดยเป็นการขยายจุดรับพัสดุทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ตลอดจนการจัดทำระบบที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ดีจากเดิมพบว่าบขส.มีรายได้อยู่ที่ 1,998 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากการเดินรถ 1,200 ล้านบาท รายได้จากการจัดเก็บค่าสถานีต่างๆและพื้นที่เชิงพาณิชย์ 500 ล้านบาท และรายได้จากการขนส่งพัสดุ 200 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...