โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

2 หุ้นนิคมฯ เจอแรงกดดันหนัก เมื่อภาษีทรัมป์ทำไทยเสียเปรียบรุนแรง ฉุดต่างชาติเมินลงทุน เบนเข็มไปประเทศอื่น

Share2Trade

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.52 น. • Share2Trade

WHA-AMATA โบรกฯมองยอดขายที่ดินมีความเสี่ยง เหตุเจรจาภาษีไทยกับสหรัฐฯเป็นอัตรารุนแรง อาจทำต่างชาติเบนเข็มลงทุนออกจากไทย พร้อมแนะหุ้นยังไม่น่าสนใจ แม้ราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐาน

2 หุ้นนิคมฯ เจอแรงกดดันหนัก_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าจากจีน 55% ส่วนจีนเก็บภาษีจากสหรัฐฯ 10% สหรัฐฯ จะอนุญาตให้นักศึกษาชาวจีน เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ส่วนจีนจะจัดส่งแร่หายากให้สหรัฐฯ มองว่าแม้มีการเก็บภาษีที่สูงกว่าไทย แต่ยังมีข้อกำหนดอื่นๆที่เอื้อประโยชน์กันอยู่บ้างสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าจากเวียดนาม 20% (สินค้าส่งผ่าน 40%) นำเข้าจากสหรัฐฯ 0% เป็นโมเดลที่สหรัฐฯต้องการต่อประเทศอื่นๆ

ขณะที่ไทยยังเจรจาไม่สำเร็จทำให้โดนบังคับใช้ 36% เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. 68 ถือว่าโดนอัตราภาษีฯค่อนข้างสูงเทียบกับกลุ่ม แม้สหรัฐฯเปิดให้เจรจาแต่ไทยต้องเปิดเศรษฐกิจมากขึ้นและไม่ใช้ภาษีต่อสหรัฐฯ แต่ยังมีความไม่ชัดเจนว่าจะสร้างความได้เปรียบเมื่อเทียบกับเวียดนามได้หรือไม่ ทำให้ปัจจุบันตลาดฯกังวลว่าไทยยังคงมีความเสี่ยงที่จะเสียเปรียบในด้านนโยบายการค้า ส่งผลกระทบต่อการขยายการลงทุนเข้ามายังไทย

สำหรับความเสี่ยงต่อเป้ายอดขายนิคมในไทยการปรับใช้ Tariff ที่สูงขึ้น รวมไปถึงการเตรียมการจำกัดชิปขั้นสูงจากสหรัฐฯจะทำให้ความน่าสนใจต่อการขยายการลงทุนเข้ามายังไทยลดลง มีความเสี่ยงต่อเป้ายอดขายนิคมในไทยปีนี้ซึ่งจะมีกระทบต่อยอดโอนในปีถัดไป

โดย WHA ได้ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 2,350ไร่ ไทย 1,700 ไร่ เวียดนาม 650 ไร่ และ AMATA ได้ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 3,500 ไร่ ไทย 2,500ไร่ เวียดนาม 500 ไร่ และลาว 500ไร่ ในช่วงที่ยังไม่มีความชัดเจนต่อผลของการเจรจาเราให้น้ำหนัก “ลงทุนน้อยกว่าตลาด”

ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาพื้นฐาน แต่ยังไม่เลือกเป็น Top pick ในช่วงนี้ โดย WHA คาดว่าผลประกอบการปีนี้โดดเด่นในช่วงไตรมาส 1/68 และ 4/68 จากการโอน Big lots ลูกค้า Data center รายใหญ่ ยังคงประมาณกำไรปี 68 ไว้ที่ 5,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% จากปีก่อน ปรับ P/E ให้เป็นปัจจุบันลงมาที่ 9.4 เท่า ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 3.54 บาท ซึ่งอัพไซด์จากราคายังไม่น่าสนใจแต่มีผลตอบแทนปันผลเข้ามาช่วย คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ส่วน AMATA คาดว่าผลประกอบการจะโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลังปี 68 จากการสะสม Backlog ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงยังคงประมาณกำไรปี 68 ไว้ที่ 3,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อนหน้า พร้อมกับปรับ P/E ให้เป็นปัจจุบันลงมาที่ 5.0 เท่า ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 15.20 บาท และอัพไซด์จากราคายังไม่น่าสนใจ แต่มีผลตอบแทนปันผลเข้ามาช่วย คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ทั้งนี้ จากข่าวปัจจุบันน่าเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ในช่วงระหว่างการเจรจากับสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มนิคมอาจเทรดใน P/E ที่ต่ำกว่าเฉลี่ย คาดหวังการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากนี้ หากนโยบายการค้าเป็นที่แข่งขันต่อประเทศเพื่อนบ้านได้จะช่วยให้หุ้นกลุ่มนิคมเทรดใน P/E ที่สูงขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...