โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระวัง! อย่าแถมเงินให้นายทุน

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • The Bangkok Insight

"ดร.สามารถ" เตือน!! รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระวัง! อย่าแถมเงินให้นายทุน

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตยย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความระบุว่า เป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้าที่รัฐบาลจะเริ่มใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นต้นไป นั่นคือผู้โดยสารจะจ่ายค่าโดยสารสูงสุด 20 บาท ไม่ว่าจะนั่งใกล้หรือไกล

รถไฟฟ้า

นโยบายนี้จะทำให้เอกชนผู้รับสัมปทานได้รับรายได้จากค่าโดยสารลดน้อยลง ซึ่งรัฐจะต้องชดเชยรายได้ให้เอกชน พูดได้ว่ารัฐจะช่วยจ่ายค่าโดยสารส่วนหนึ่งแทนผู้โดยสาร แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐจะต้องชดเชยรายได้ให้เอกชนเป็นจำนวนเท่าไร และใช้หลักเกณฑ์อะไรในการคำนวณ ซึ่งหากการชดเชย "เกินความจำเป็น" อาจนำไปสู่คำถามว่า นี่คือนโยบายประชานิยมหรือการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนทางราง? อาจทำให้ถูกมองว่าเป็นการเอื้อนายทุนอย่างแยบยล

ที่สำคัญ จะหาเงินจากที่ไหนมาชดเชยให้เอกชน มีการพูดกันว่าจะใช้เงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นเงินส่วนแบ่งรายได้จากการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยได้รับส่วนแบ่งมาจากเอกชนผู้รับสัมปทาน ก็คงมีพอที่จะใช้ได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น หากไม่มีรายได้ใหม่เข้ามาอย่างยั่งยืน การรักษานโยบายนี้ในระยะยาวจะทำได้ยาก

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าคืนจากเอกชน ซึ่งจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ โดยจะหาเงินจากการเก็บค่าผ่านทางเข้าย่านธุรกิจซึ่งมีรถติดที่เรียกกันว่าค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Charge หรือ Congestion Pricing) ตามที่กระทรวงคมนาคมได้คิดไว้เป็นแนวทางหนึ่ง ซึ่งก็เงียบหายไป

อย่าลืมว่า เลือกตั้งครั้งหน้าใกล้เข้ามาทุกที ทำให้นโยบายนี้อาจถูกมองได้ว่าเป็นการ "โปรยเสน่ห์ทางการเมือง" มากกว่าจะเป็นการปฏิรูประบบขนส่งอย่างจริงจัง หากไม่มีแหล่งรายได้รองรับอย่างยั่งยืน นี่อาจเป็นเพียง "โปรโมชั่นชั่วคราว" ที่จบลงพร้อมกับวาระของรัฐบาล

รถไฟฟ้า

โดยสรุป ผมเห็นด้วยที่จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลง แต่มีคำถามเกิดขึ้นดังนี้

  • มีหลักเกณฑ์การชดเชยรายได้ให้เอกชนผู้รับสัมปทานอย่างไร? จึงจะไม่ทำให้เอกชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน
  • ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบว่าจำนวนเงินชดเชยเหมาะสมหรือไม่? ชดเชยมากเกินไปหรือไม่?
  • นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะใช้แหล่งเงินชดเชยจากที่ไหน? และจะอยู่ได้นานกี่ปี?
  • ยังมีแนวคิดที่จะซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าคืนจากเอกชนอีกหรือไม่? และถ้ามี จะหาเงินจากไหนมาซื้อคืน? ยังคงคิดที่จะเก็บค่าธรรมเนียมรถติดอยู่อีกหรือไม่?

ทั้งหมดนี้ด้วยความหวังดี อยากให้นโยบายนี้มีความยั่งยืน ไม่ใช่แค่หาเสียงก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งหน้าเท่านั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...