โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JWD กวาดรายได้รวม Q3/65 ที่ 1,593 ล้านบาท เติบโต 15% ตามเป้าหมาย ตั้งเป้าทำผลงานไตรมาส 4 สูงสุดในรอบปี

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2565 เวลา 11.23 น.

บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWDประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2565 เติบโตตามแผน ทำรายได้รวม 1,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน วางเป้าหมายทำผลงานไตรมาส 4 ดีที่สุดในรอบปี รับไฮซีซั่นของธุรกิจและภาพรวมเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวหนุนดีมานด์โลจิสติกส์และซัพพลายเพิ่มขึ้น ด้านผู้บริหารมุ่งขยายธุรกิจเชิงรุกตามแผนหลังประกาศดีลใหญ่ มั่นใจพาร์ทเนอร์ใหม่เพิ่มศักยภาพและความแข็งแกร่งทุกด้าน
ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWDผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2565เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยทำรายได้รวมเป็นสถิติใหม่ที่ 1,593.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% และ 13.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าตามลำดับ จากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายที่เพิ่มขึ้นจากการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 111.7 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจประกอบกับการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการควบรวมธุรกิจ
ธุรกิจที่มีรายได้เติบโตโดดเด่นในไตรมาส 3ที่ผ่านมา ได้แก่ (1) ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 136.7 ล้านบาท เติบโต 38.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (2) ธุรกิจขนส่งสินค้า มีรายได้ 322.6 ล้านบาท เติบโต 35.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (3) ธุรกิจรับขนย้าย มีรายได้ 110.4 ล้านบาท เติบโต 59.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (4) ธุรกิจคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าในกัมพูชา มีรายได้ 78.9 ล้านบาท เติบโต 76.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ (5) ธุรกิจบริการอาหารในประเทศไต้หวัน มีรายได้ 381.7 ล้านบาท เติบโต 9.1%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องในปีนี้ ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิพยานยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ สามารถทำรายได้สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าและใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว หลังจากปัญหาดังกล่าวเริ่มทยอยคลี่คลาย ประกอบกับบริษัทฯ ได้ขยายการให้บริการแก่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากประเทศจีนและจะมุ่งเจาะตลาดแบรนด์อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงเป็นผู้นำการให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว รวมถึงได้รับงานจากลูกค้าใหม่ที่เป็นแบรนด์รถชั้นนำจากยุโรปอีกด้วย
ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตในทิศทางเดียวกัน โดยมีรายได้รวม 4,402.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 391.5 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่มีอัตราเติบโตที่ดีจากการวางแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 4/2565 คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในรอบปี เนื่องจากเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจและจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการบริโภคภายใต้ประเทศ ทำให้เกิดความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ มั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทฯ ส่วนใหญ่จะมีอัตราเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปคาดว่าจะมีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ PACMในจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่เต็มความจุแล้ว และการขยายบริการไปยังกลุ่มสินค้าใหม่ ได้แก่ ยาและวัคซีน หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน GSDP (Good Storage and Distribution Practices) หรือหลักเกณฑ์การจัดเก็บและการจัดส่งสินค้าที่ดีของ WHO (องค์กรอนามัยโลก) เป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันเริ่มให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวแล้ว ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้าและปัญหาขาดแคลนชิพยานยนต์ที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น รวมถึงธุรกิจบริการอาหารในไต้หวันที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ
“หลังจาก JWD ได้ประกาศดีลใหญ่ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจเชิงรุกตามแผนงานที่วางไว้ ด้วยการเป็นผู้ประกอบรายแรกหรือ First Moverที่ริเริ่มหรือนำเสนอโซลูชันด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนใหม่ ๆ แก่ลูกค้า โดยการมีพาร์ทเนอร์ใหม่อย่าง เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ เข้ามาร่วม จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในทุกด้าน ทั้งศักยภาพการให้บริการ ฐานเงินทุนในการขยายธุรกิจ และบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในระดับภูมิภาคอาเซียน” นายชวนินทร์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...