โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขาดทุนพันล้าน แต่ยังไม่ยอมแพ้ ‘โฟร์โมสต์’ ปรับตัวอย่างไร ในวันที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ

Future Trends

อัพเดต 28 ม.ค. 2566 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2565 เวลา 11.52 น.

ตอนนี้ ‘ตลาดนม’ ยังไม่ฟื้นตัวจาก ‘โควิด-19’

คุณเชื่อคำบอกเล่าตามประโยคด้านบนหรือเปล่า? หากยังไม่แน่ใจ ลองมาหาคำตอบในบทความนี้

ถึงแม้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ การค้าขายกลับมาคึกคัก แต่บาดแผลที่โควิด-19 ได้ฝากไว้กับภาคธุรกิจยังไม่จางหายไป โดยเฉพาะปัญหาด้านซัพพลายเชน (Supply Chain Crisis) ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต

และหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่เป็นสองรองใคร ก็คือ ‘ตลาดนม’ ที่มีการเติบโตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ติดลบ 1-3 เปอร์เซ็นต์ แม้จะเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่เมื่อคิดออกมาเป็นตัวเลข นับเป็นการสูญเสียมูลค่าตลาดหลักร้อยล้านเลยทีเดียว

ทิศทางการเติบโตที่ถดถอยคงสวนทางกับความคิดของหลายๆ คน เพราะนมเป็นสินค้าครัวเรือนที่มีการบริโภคจำนวนมาก และยังเป็นเครื่องดื่มที่คนทุกเพศทุกวัยดื่มได้ ไม่ใช่สินค้าที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ต่อให้อยู่ในช่วงที่เกิดวิกฤต ความต้องการของผู้บริโภคก็ไม่น่าจะลดลงขนาดนี้

ผลกระทบจากวิกฤตและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้หนึ่งในแบรนด์นมเก่าแก่ของไทยอย่าง ‘โฟร์โมสต์’ (Foremost) กำลังประสบปัญหาขาดทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท และต้องรักษาเสถียรภาพการบริหารงานด้วยการหยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์ นับเป็นข่าวเศร้าสำหรับแฟนพันธุ์แท้นมโฟร์โมสต์หลายๆ คน

การหยุดจำหน่ายหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของแบรนด์ จะทำให้ก้าวต่อไปของ ‘โฟร์โมสต์’ เป็นอย่างไร? Future Trends จะชวนทุกคนมาพูดคุยในประเด็นนี้ไปพร้อมๆ กัน

Image on foremostthailand.com

จากท็อป 3 ตลาดนมโค สู่การปรับโครงสร้างองค์กรสู้วิกฤต

โฟร์โมสต์อยู่ภายใต้การบริหารงานของฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) ที่เป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัทแม่จากเนเธอร์แลนด์มากว่า 65 ปี โดยมีแนวทางการบริหารงานที่ถอดแบบมาจากบริษัทแม่ เช่น การวางระบบจัดการฟาร์มโคนม การพัฒนาสินค้าด้วยเทคโนโลยีคุณภาพสูง

ชื่อเสียงด้านคุณภาพที่สั่งสมมาตลอด ทำให้โฟร์โมสต์ครองตำแหน่ง ‘ท็อป 3’ ของตลาดนมโคที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ใน 3 อันดับแรกมาอย่างยาวนาน และเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่หลายคนจะนึกถึงชื่อเป็นอันดับแรกๆ เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์นมในไทย

แต่การเป็นท็อป 3 ไม่ได้การันตีความสำเร็จในระยะยาว เมื่อในปี 2021 โฟร์โมสต์ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนครั้งแรกในรอบ 8 ปีมากกว่า 1 พันล้านบาท ในขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่สามารถทำกำไรไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้าน ถือเป็นแนวโน้มการเติบโตที่สวนทางกับคู่แข่งเป็นอย่างมาก

แม้ว่า โฟร์โมสต์จะไม่ได้ออกมาบอกสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการขาดทุนจำนวนมหาศาลอย่างชัดเจน แต่ก็พอเดาได้ว่า เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามที่ตอกย้ำความรุนแรงของปัญหาด้านซัพพลายเชน

ซึ่งโฟร์โมสต์ก็เลือกที่จะตัดแขนขาปรับโครงสร้างองค์กรให้เล็กลงด้วยการปิดโรงงานนมย่านหลักสี่ที่เป็นตำนานตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และเบนเข็มไปยังการจำหน่ายสินค้าที่เก็บรักษาได้นานแทน ทำให้เส้นทางการจำหน่ายนมพาสเจอร์ไรซ์ของแบรนด์จบลงไปโดยปริยาย

Image on prachachat.net

อนาคตของ ‘โฟร์โมสต์’ หลังการปรับโครงสร้างองค์กร

การปรับโครงสร้างองค์กรเป็นเพียงการซื้อเวลาให้ได้ต่อลมหายใจชั่วคราว เพราะต้องมาวัดกันต่อที่กลยุทธ์และการกำหนด ‘ก้าวต่อไป’ ของการทำธุรกิจ เพื่อพาบริษัทเข้าสู่ช่วงพลิกทำกำไรหลังจากที่ผ่านช่วงเวลาแห่งความสูญเสียมา

แล้วกลยุทธ์ที่ ‘โฟร์โมสต์’ ใช้ในการพาบริษัทเข้าสู่ช่วงทำกำไรคืออะไร?

ถึงแม้จะไม่ได้มีทิศทางจากโฟร์โมสต์ออกมาอย่างชัดเจน แต่เราพยายามรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของโฟร์โมสต์ 2 ส่วนใหญ่ๆ นั่นคือภาวะเศรษฐกิจ และเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนไป

ซึ่งการออกกลยุทธ์จะช่วยแก้ปัญหาจากเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนไปมากกว่า เพราะภาวะเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยจังหวะในภาพรวมด้วย

ข้อมูลจาก McKinsey องค์กรระดับโลกระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 53 เปอร์เซ็นต์ ต้องการทดลองผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ จากแบรนด์น้องใหม่หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากเดิม นอกจากนี้ เทรนด์การบริโภคอาหารจากพืช (Plant-based Food) เริ่มเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ทำให้นมจากพืชที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของนมโคได้รับความนิยมมากขึ้น และมีอัตราการเติบโตของตลาดมากกว่าเดิมถึง 5 เปอร์เซ็นต์

การสำรวจของ McKinsey สะท้อนได้ว่า ผลิตภัณฑ์ในตลาดนมมีความจำเจ รสชาติยังคงวนเวียนอยู่ที่รสเดิมๆ เช่น รสจืด รสช็อกโกแลต รสสตรอเบอร์รี ทำให้แบรนด์ที่ออกรสชาติใหม่ๆ จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น และต้องยอมรับว่า โฟร์โมสต์ยังคงเสียเปรียบคู่แข่งในประเด็นนี้อยู่เล็กน้อย

นอกจากการสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จะเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ การพาแบรนด์ไปอยู่ในน่านน้ำใหม่ๆ แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ตามเทรนด์ที่เกิดขึ้นก็เป็นแนวคิดที่ดี อย่างในปัจจุบันโฟร์โมสต์มี ‘ฟอลคอน’ (Falcon) เป็นผลิตภัณฑ์ลูกสำหรับตลาดเบเกอรีโดยเฉพาะ ซึ่งตลาดเบเกอรียังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และในอนาคตอาจจะมีไลน์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน

จริงๆ แล้ว กลยุทธ์การปรับตัวยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกมากมาย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแบรนด์ว่าจะปรับตัวในมิติใดบ้าง อาจจะเป็นอย่างที่เราวิเคราะห์หรือไม่ใช่เลยก็เป็นได้ แต่เราน่าจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆ จากแบรนด์นมเก่าแก่ที่มีชื่อว่า ‘โฟร์โมสต์’ อย่างแน่นอน

Sources:https://bit.ly/3zaH4Gm

https://bit.ly/3TSJvoZ

https://mck.co/3MVvaFX

https://bit.ly/3D2X6mL

https://bit.ly/3F9gscD

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...