โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“คางคกยักษ์” สัตว์เลี้ยงแสนเชื่อง นิสัยดี ดูแลง่าย อายุยืน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 08 พ.ย. 2565 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2565 เวลา 21.00 น.

คุณไตรศาสตร์ ศรีบุญชู หรือ คุณเฮาส์ วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์ม “ศรีบุญชูฟาร์ม” ในพื้นที่ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ที่นำความชื่นชอบในการเลี้ยงสัตว์ทางเลือกใหม่ (Exotic pets) ตั้งแต่วัยเด็กมาสานต่อเป็นธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 11 ปี ที่เรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ทางเลือกใหม่ที่มีอยู่ในประเทศไทยให้มีความสวยงามมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองมากกว่าหลักล้านต่อปี

จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงสัตว์ทางเลือกใหม่นั้น เกิดขึ้นเมื่อครั้งวัยเด็ก จึงเรียนรู้และพัฒนา ต่อยอดมาตั้งแต่สมัยทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มต้นเพาะพันธุ์สัตว์หลากหลายชนิด ทั้งกบ คางคก และงู จนกระทั่งปี พ.ศ. 2554 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและย้ายถิ่นฐานกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดพะเยา และก่อตั้งฟาร์มในพื้นที่ 5 ไร่

“ปี 2554 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตอนนั้นผมทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงตัดสินใจลาออกจากงาน และย้ายของและสัตว์กลับบ้านเกิดจังหวัดพะเยา จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการทำฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ทางเลือกใหม่มาจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลา 11 ปีแล้วครับ”

ภายในศรีบุญชูฟาร์มนั้น ถือว่าแหล่งเพาะพันธุ์กบสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เช่น กบต้นไม้สีฟ้า/สีเขียว กบยักษ์, กบยิ้ม เป็นต้น และสัตว์อีก 1 ชนิด ถือได้ว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของฟาร์มนั้นก็คือ “คางคกยักษ์” ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และแผ่นดินใหญ่ในอเมริกากลาง แต่ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับหมู่เกาะต่างๆ ทั่วทั้งโอเชียเนียและแคริบเบียนเช่นกัน เป็นทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เป็นคางคกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสมาชิกของสกุล Rhinella ซึ่งรวมถึงคางคกหลายสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วอเมริกากลางและเมริกาใต้

สำหรับคางคกยักษ์นั้น เมื่อตัวโตเต็มวัยยาวเฉลี่ย 10-15 เซนติเมตร ตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้มีความยาวช่องจมูก 24 เซนติเมตร คางคกยักษมีต่อมพิษและลูกอ๊อดมีพิษร้ายแรงต่อสัตว์ส่วนใหญ่ หากกินเข้าไป ผิวหนังที่เป็นพิษสามารถฆ่าสัตว์หลายชนิดได้ทั้งในป่าและสัตว์เลี้ยง ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับหลายภูมิภาคในแปซิฟิกและหมู่เกาะแคริบเบียนเพื่อใช้เป็นวิธีการควบคุมศัตรูพืชทางการเกษตร

ในด้านการผสมพันธุ์นั้น จะมีการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ เมื่อตัวผู้และตัวเมียผสมพันธุ์กันเสร็จแล้ว จะแยกออกทันที จากนั้นจะทำการแยกเพื่ออนุบาลลูกคางคกยักษ์ต่อไป

วิธีการเลี้ยงดูคางคกยักษ์นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยมีวิธีการดังนี้

  • ควรให้อยู่ในอุณหภูมิ 25-35 องศา สำหรับลูกคางคกเล็กกรงไม่ควรแห้งเกินไป ควรมีถ้วยน้ำและเปลี่ยนน้ำทุกวัน
  • น้ำที่ใช้ต้องไม่มีคลอรีน และต้องไม่ใช่น้ำบาดาล
  • ให้อาหารทุกวัน
  • ควรล้างมือก่อนสัมผัสคางคกยักษ์ด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น หรือใส่ถุงมืออนามัย

วัสดุปูพื้นสำหรับเลี้ยง

  • จัดสถานที่เลี้ยงให้มีพื้นที่แห้ง เช่น บกเทียมเพื่อให้คางคกยักษ์ได้พักผิว
  • ทรายละเอียด 50% ขุยมะพร้าว 50% พรมน้ำให้พอชื้น ทำความสะอาด

ในด้านของอาหาร คางคกยักษ์ชอบกินแมลง หนูแช่แข็ง ไม่ชอบกินปลาหรืออาหารสำเร็จรูป และควรให้อาหารผสมกับวิตามินและแคลเชียม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน

ด้านวิธีป้องกันการป่วยนั้น คุณเฮาส์ แนะนำว่า ควรเปลี่ยนน้ำที่เลี้ยงทุกวัน ควรให้ว่ายน้ำอย่างน้อย 3-4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และสามารถเลี้ยงให้โดนแสงแดดได้ หากป่วยลำตัวจะมีสีผิวที่คล้ำดำและจะนอนนิ่ง ไม่เคลื่อนย้ายตัว สามารถรักษาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการแยกตัวคางคกยักษ์ออก หากเลี้ยงมากกว่า 1 ตัว จากนั้นลดอาหารที่ให้กิน ควรทำความสะอาดภาชนะทุกวัน และควรแช่ยา Enrofloxacin 30-50 มิลลิกรัม ดูดตัวยา 0.3-0.5 ซีซี ละลายน้ำเปล่า 10 ลิตร และแบ่งตัวยาที่ละลายมาแช่คางคกพอท่วมท้อง ไม่ควรท่วมตัว แช่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ต่อวัน นาน 7-10 วัน และพักคางคกยักษ์ไว้ในที่พัก จะดีขึ้นตามอาการ หากไม่ดีขึ้นควรนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง

เมื่อสอบถามถึงความต้องการทางด้านตลาด คุณเฮาส์ เล่าว่า ได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งในและนอกประเทศ แต่ส่วนมากจะมีการซื้อขายในกลุ่มลูกค้าโซนประเทศยุโรปและเอเชีย ถือว่าคางคกยักษ์ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะเนื่องด้วยนิสัยที่น่ารัก เชื่อง และอายุยืน เฉลี่ยตัวเมียจะมีอายุราวๆ เกือบ 20 ปี ตัวผู้จะมีอายุที่สั้นกว่าอยู่ที่ 7-10 ปี จึงเป็นทางเลือกสัตว์ใหม่ของใครหลายๆ คน อีกทั้งทางฟาร์มได้รับใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม และทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกจากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรฐานระดับสากล ปลอดภัย และรวดเร็ว ลูกค้าจึงมั่นใจในของมาตรฐานอย่างแน่นอน

เมื่อสอบถามถึงราคานั้น สามารถเริ่มขายได้ตั้งแต่เป็นลูกอ๊อด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 บาท จนถึง 5,000 บาท ราคาจะแตกต่างตามขนาด

สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อ คุณไตรศาสตร์ ศรีบุญชู หรือ คุณเฮาส์ ได้ที่ “ศรีบุญชูฟาร์ม” ในพื้นที่ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา หรือเบอร์โทรศัพท์ 087-825-6464

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...