โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ตารางผ่อน – ดาวน์ 2023 NEW MG4 Electric ทุกรุ่น ผ่อนเริ่มต้นที่ 11,272 บาท

Car2day

อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2565 เวลา 02.40 น. • Car2Day

เปิดราคาขายอย่างเป็นทางการสำหรับ New MG4 Electric ในงาน Motor Expo 2022 เก๋งแฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของค่ายที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง สีสันสดใส

ดีไซน์ภายนอก MG4 Electric

  • ไฟหน้า LED ดีไซน์หกเหลี่ยม LED GALAXY TECHNOLOGY MATRIX HEADLIGHTS
  • พร้อมไฟ DRL แบบ LED
  • กระจังหน้า ดีไซน์ ‘shark-nosed’ และเส้นแนวตั้ง 2 เส้น Fins รวมอยู่ด้วย โดยรวมด้านหน้ามาในแบบรูปตัว X
  • ล้ออัลลอยและ AERO WHEEL COVER ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55R17
  • หลังคาแบบทูโทน
  • สปอยเลอร์หลังแบบ TWIN ARROW WING
  • ไฟท้าย LED แนวตั้งพาดยาวครอบทั้งฝาท้ายแบบ ลาย CGYNUS SYMBOL DECORATIVE LIGHT
  • กันชนหลังทรงสปอร์ต

ตัวรถมาจากแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะสามารถนำไปปรับใช้ร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าได้ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ หลายขนาด ตั้งแต่รถแฮทช์แบ็ค ซีดานไปจนถึงรถกระบะ รวมถึงรองรับแบตเตอรี่หลากหลายความจุ ตั้งแต่ความยาว 4,287มม. ความกว้าง 1,836 มม. ความสูง 1,516 มม. ฐานล้อ 2,705 มม. และระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มม.

ดีไซน์ภายใน MG4 Electric

  • คอนโซลกลาง FLOATED CENTRAL CONTROL PLATFORM
  • อุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สาย (Wireless charger)
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์
  • กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Dual Screen แบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว (Digital Multi-function Display)
  • หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว
  • ลำโพง 6 จุด
  • รองรับการเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ สมาร์ทโฟนระบบ Android
  • ช่องเชื่อมต่อ USB TYPE A และ C
  • ช่องจ่ายไฟ Power Outlet 12V
  • ระบบปรับอากาศดิจิตอล
  • กรองอากาศ PM2.5
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังพนักพิง ปรับ 60:40
  • โหมด Intelligent Smart Access เมื่อผู้ขับขี่อยู่ในตำแหน่งคนขับ เพียงเหยียบเบรกระบบการทำงานของรถจะสตาร์ทอัตโนมัติ

เทคโนโลยีและฟีเจอร์ต่าง ๆ

  • ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART ยกระดับคุณค่าและประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า
  • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check) ที่ครอบคลุมระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ ไปจนถึงการค้นหาสถานีชาร์จ โดยล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ BATTERY DOCTOR บนแอพพลิเคชั่น MG THAILAND บันทึกและวิเคราะห์ พฤติกรรมการใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน
  • เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ง่ายยิ่งขึ้นด้วยระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command)
  • ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)

สมรรถนะเครื่องยนต์ ขุมพลังไฟฟ้าที่จำหน่ายในไทยเป็นมอเตอรไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง 170 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,000-3,500 รอบ/นาที จากความจุแบตเตอรี่ 51 kWh วิ่งไกลสุด 425 กม./การชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, CUSTOM และ SNOW จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction พร้อมช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ในขณะชะลอรถ ด้วยระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 4 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และแบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE)

ชุดแบตเตอรี่มาพร้อมเทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอน ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีด้วยระบบ LIQUID COOLING SYSTEM ตามมาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น ง่าย สะดวกสบาย ทุกการชาร์จ ด้วยระบบการชาร์จ 2 รูปแบบ รองรับทั้งแบบ Quick Charge และ Normal Charge โดยชาร์จแบบเร็ว Quick Charge DC กระแสตรง ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที รองรับการชาร์จสูงสุด 88 kWh และชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge AC กระแสสลับ ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ 8.30 ชั่วโมง รองรับการชาร์จสูงสุด 6.6 kW และรองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

ด้วยแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะมาพร้อมการควบคุมที่มั่นใจกับพวงมาลัยรูปแบบใหม่ DUAL PINION ควบคุมด้วยไฟฟ้าให้รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตรการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ควบคู่กับการออกแบบลักษณะ Low Centre of Gravity ที่ให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมากเพียง 490 มม. ความสนุกสนานในการขับขี่ ทั้งอัตราเร่งที่ทันใจ พวงมาลัยที่ตอนสนองฉับไวเข้าโค้ง มั่นใจด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension

โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) และความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System 26 ระบบ ช่วยเตือนอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา และระบบช่วยควบคุมการขับขี่ ได้แก่

  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist)
  • สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System)
  • ระบบ LDP (Lane Departure Prevention) LKA (Lane Keep Assist) และ ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) เข้าไว้ด้วยกัน
  • ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
  • ช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
  • เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
  • ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง กุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) และไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME)

NEW MG4 ELECTRIC ประกอบด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น D ราคา 869,000 บาท
  • รุ่น X ราคา 969,000 บาท

โดยราคาดังลกล่าวเป็นราคาหลังหักส่วนลดมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

โดยมีสีตัวถังให้เลือกถึง 5 สี คือ

  • สีฟ้า Brighton Blue
  • สีดำ Black Knight
  • สีแดง Scarlet Red
  • สีเทา Andes Grey
  • สีขาว Arctic White

ตกแต่งภายในด้วยสีดำ (Black) ในรุ่น D และสไตล์ทูโทนเทา-ดำ (Grey & Black) ในรุ่น X

ตารางผ่อน – ดาวน์ 2023 NEW MG4 Electric

หากท่านสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของ 2023 NEW MG4 Electric สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ตัวแทนจำหน่ายที่โชว์รูม MGได้ทั่วประเทศ

*เงื่อนไขการคิดดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทกำหนด

บทความอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...