โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพราะความรู้สึกตัวเองนั้นสำคัญ 4 ขั้นตอนฟื้นฟูจิตใจ เมื่อถูกละเลยความรู้สึก

Mission To The Moon

เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2565 เวลา 12.00 น.

มีใครที่กำลังคิดว่าความรู้สึกของตัวเราเองเป็นเรื่อง “ไม่สำคัญ” บ้าง?
.
เมื่อคุณมีความคิดหรือความรู้สึกต่อเรื่องบางเรื่องในชีวิต แต่ก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ แสดงออกอย่างเกรงใจ หรือเลือกที่จะโกหกว่าคุณไม่เป็นอะไรไปเสียทุกครั้ง เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นมองว่าตัวเองเป็นคนอ่อนไหว
.
การที่เราละเลยความรู้สึกของตัวเองแบบนี้ อาจมีสาเหตุมาจาก “การถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ในวัยเด็ก” หรือ Childhood Emotional Neglect ที่ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดทางความคิดและความรู้สึกเมื่อเราเติบโตขึ้น แต่อย่าเพิ่งกังวลไป มาทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และวิธีฟื้นฟูให้กลับมาเห็นคุณค่าของความรู้สึกที่แท้จริงได้อีกครั้ง
.
.
การถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ในวัยเด็กคืออะไร?
.
การถูกทอดทิ้งทางอารมณ์เกิดขึ้นเมื่อพ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง ละเลยความรู้สึกและขาดการตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเด็ก หรือแย่กว่านั้นคือ ‘เลือก’ ที่จะไม่ตอบสนองต่อความต้องการนั้น เช่น ไม่สอบถามหรือแสดงความใส่ใจต่อความรู้สึกของลูก
.
เมื่อถูกเพิกเฉยจากครอบครัวแล้ว เด็กจะเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว และเข้าใจว่าความต้องการของพวกเขานั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ หรือไม่ควรร้องขอความช่วยเหลืออีก เพราะความต้องการหรืออารมณ์ที่อ่อนไหวนั้นแสดงถึง ‘ความอ่อนแอ’
.
เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ความเชื่อที่เกิดจากการถูกทอดทิ้งทางอารมณ์เหล่านี้อาจติดอยู่ในรูปแบบของ ‘ความรู้สึกผิด’ ทำให้บุคคลนั้นมีแนวโน้มที่จะโกรธ ไม่ไว้ใจตัวเอง หรือรู้สึกขาดความมั่นใจอยู่ภายในจิตใจ จนอาจส่งผลให้เกิดเรื่องผิดพลาดในชีวิตได้
.
.
‘ความผิดพลาด’ ระหว่างชีวิตการเติบโต
.
ความผิดพลาดในที่นี้ ไม่ใช่ความผิดพลาดที่เกิดกับใคร แต่เป็นตัวของเราเอง หากคุณดำเนินชีวิตต่อด้วยความรู้สึกไม่สำคัญโดยไม่รู้ตัวแล้ว มันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวคิดที่คุณมีต่อตัวเอง รวมถึงการตัดสินใจและการกระทำของคุณด้วย
.
6 ความผิดพลาดทางความคิดที่เกิดจากการถูกทอดทิ้งทางอารมณ์
.
[ ] คุณตีตราตัวเองว่าเป็นผู้มีข้อบกพร่อง
คุณรู้สึกว่าคนรอบตัวมีอะไรบางอย่างที่คุณไม่มีอยู่เสมอ หรือรู้สึกไม่เข้าใจความรู้สึกหลงใหล สนุกสนาน หรือมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น สิ่งนี้จะทำให้คุณวางตัวห่างเหินกับคนอื่น เพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง
.
[ ] คุณไม่กล้าเผชิญความเสี่ยง
เมื่อคุณขาดการเชื่อมต่อกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองแล้ว คุณอาจไม่รับรู้ถึงความชอบ ความสนใจ หรืองานอดิเรกที่มีความหมายต่อตัวเอง และรู้สึกว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นั้นน่ากลัวมากกว่าน่าตื่นเต้น ส่งผลให้ขาดทักษะการตัดสินใจ และเกิดความรู้สึกไม่ไว้วางใจในสัญชาตญาณตัวเอง
.
[ ] คุณคอยรองรับอารมณ์ของผู้อื่น
การปฏิเสธที่จะฟังความรู้สึกของตัวเองทำให้คุณเลือกที่จะใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นแทน และคอยปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นไปตามความต้องการนั้น จนทำให้ไม่มีเวลาสังเกตตัวเองว่าคุณรู้สึกอย่างไร หรือต้องการอะไรจริงๆ
.
[ ] คุณบังคับให้ตัวเองไม่มีความต้องการ
เมื่อคุณเรียนรู้ว่าการร้องขอเป็นการแสดงออกถึงความอ่อนแอ คุณจึงบังคับให้ตัวเองรู้สึกว่าไม่ต้องการสิ่งใด และถึงต้องการ ก็ควรทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำให้คุณเก็บกดความรู้สึก แม้ในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือก็ตาม
.
[ ] คุณคิดว่าอารมณ์ของตัวเองเป็นภาระของผู้อื่น
เพราะคุณมองว่าความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ จึงคิดว่าคนอื่นก็คงเห็นว่ามันเป็นภาระด้วยเช่นกัน ทำให้คุณแน่ใจว่าคนอื่นจะปฏิเสธและไม่สามารถช่วยจัดการกับอารมณ์ของคุณได้ เลยเลือกที่จะไม่แสดงอารมณ์และความต้องการ จนจมอยู่กับความรู้สึกโดดเดี่ยวในท้ายที่สุด
.
[ ] คุณไม่พูดความจริง
ไม่ว่าชีวิตจะต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่น่าอึดอัดเพียงใด การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ถูกละเลยทางอารมณ์ส่งผลให้คุณเลือกที่จะโกหกว่าตัวเองสบายดี ไม่ได้รู้สึกโกรธ เจ็บปวด หรือเสียใจ ทำให้คุณปิดโอกาสให้คนอื่นได้รู้จัก และเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณมากขึ้น
.
แม้ว่าความผิดพลาดทั้ง 6 ข้อนี้จะเป็นสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ แต่อย่าลืมว่าการถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ในวัยเด็กไม่ใช่ความผิดของคุณ และคุณสามารถเรียนรู้ที่จะสร้างพื้นฐานทางอารมณ์ และวิธีการแสดงออกถึงความต้องการของตัวเองได้เสมอ แค่คุณกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมันอย่างจริงจัง
.
.
4 ขั้นตอน ฟื้นฟูตัวเองจากการถูกทอดทิ้งทางอารมณ์
.
1. ทำความรู้จักและยอมรับตัวเอง
ก่อนอื่น ให้คุณลองทำความรู้จักว่าตัวตนที่แท้จริงของคุณคือใคร มีอารมณ์และความรู้สึกในรูปแบบใดบ้าง เพื่อที่จะเข้าใจว่าการเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด และความต้องการของตัวเองก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เช่นกัน
.
2. ยอมรับว่าความรู้สึกของเราสำคัญเท่ากับผู้อื่น
การไม่ด้อยค่าความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง จะส่งผลให้คุณเห็นความสำคัญของตัวเองเหมือนอย่างที่คุณคอยใส่ใจคนรอบตัวอยู่เสมอ ลองบอกความต้องการกับคนที่ไว้ใจ หรือลองเป็นฝ่ายแชร์ความรู้สึกของคุณออกมาบ้าง
.
3. แสดงความต้องการของคุณ
คุณต้องเรียนรู้ว่าการแสดงความต้องการเป็นเรื่องปกติ และเป็นการโต้ตอบระหว่างมนุษย์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน หากคุณแสดงความต้องการของตัวเองอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา คนรอบตัวของคุณก็จะสามารถรับรู้ถึงบุคลิกของคุณ และเรียนรู้ที่จะตอบสนองต่อความต้องการนั้นได้อย่างเหมาะสม
.
4. ฝึกการผ่อนคลายตัวเอง
หากคุณเคยผ่านสภาพแวดล้อมที่ถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ในวัยเด็กมาแล้ว คุณอาจไม่เคยรู้จักการปลอบประโลมตัวเอง แต่การผ่อนคลายจากความรู้สึกผิดจากการถูกละเลยทางอารมณ์เป็นสิ่งที่สามารถฝึกได้ เพราะบางครั้งตัวเราก็อาจมีช่วงเวลาที่ยากจะยอมรับได้ แต่ถ้าคุณฝึกให้จิตใจผ่อนคลายลง ก็จะสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
.
.
ความรู้สึกของเรา สำคัญสำหรับตัวเราเองเสมอ
.
ความรู้สึกภายในจิตใจจะนำทางคุณไปตลอดชีวิต มันสามารถปกป้อง กระตุ้น และเชื่อมโยงกับตัวตนของคุณอยู่เสมอ เมื่อคุณรับรู้ถึงความผิดพลาดระหว่างการเติบโตนั้น แล้วเลือกที่จะยอมรับและเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว ก็จะทำให้คุณมองเห็นคุณค่าในตัวเองได้อย่างแท้จริง
.
.
อ้างอิง
- Childhood Emotional Neglect Causes These 6 Lifelong Mistakes : Jonice Webb Ph.D., Psychology Today : https://bit.ly/3P72VVO
- 4 Ways to Begin to Recover from Childhood Emotional Neglect : Andre Sólo, Psychology Today : https://bit.ly/3HyrOrV
.
#inspiration
#selfdevelopment
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...