โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ก.ล.ต. เปิดผลศึกษา เกษียณตอนนี้ ควรมีเงินเท่าไหร่ ?

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 28 พ.ย. 2565 เวลา 07.30 น. • ทันข่าว Today

Highlight

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดผลวิจัยจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในปี 2022 พบว่า จำนวนเงินที่เพียงพอรองรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณไปอีก 30 ปีข้างหน้า ควรต้องมีเงินออมไว้อย่างน้อย 3.1 ล้านบาท หรือมีเงินไว้ใช้จ่ายประมาณเดือนละ 8,611 บาท โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายบางส่วนที่รัฐสนับสนุนในการรักษาสุขภาพ แต่คนไทยยังมีเงินออมกันน้อยมาก แม้แต่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็มีเพียงร้อยละ 23 เท่านั้น

คุณศิษฏศรี นาคะศิริ” ผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับธุรกิจออกแบบการลงทุนและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บอกว่า จากการศึกษาของ “สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” เมื่อปี 2022 พบว่า จำนวนเงินที่เพียงพอรองรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณไปอีก 30 ปีหลังจากอายุ 60 จะต้องมีเงินออมไว้อย่างน้อย 3.1 ล้านบาท หรือมีเงินไว้ใช้จ่ายประมาณเดือนละ 8,611 บาท โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายบางส่วนที่รัฐสนับสนุนในการรักษาสุขภาพ
ในขณะที่มีสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียง 23% หรือเท่ากับ 8,730 คน เท่านั้นที่ได้รับเงินมากกว่า 3.1 ล้านบาท ณ วันเกษียณ (ข้อมูล ณ เดือนมิ.ย. 22)
กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างผลักดันให้ การออมภาคบังคับ สำหรับแรงงานภาคเอกชนในระบบ ด้วยการจัดตั้ง กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ” (กบช.)
กบช. จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ความเพียงพอในการมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ โดยสาระสำคัญในร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. …. (ร่าง พ.ร.บ. กบช.) กำหนดให้ลูกจ้างทุกคนที่มีอายุ 15-60 ปี ต้องส่งเงินเข้ากองทุนร่วมกับนายจ้างในอัตราขั้นต่ำฝ่ายละ 3% ของค่าจ้าง และจะทยอยปรับเพิ่มอัตราขั้นต่ำเป็น 10% ในระยะเวลา 10 ปี เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างมีระยะเวลาปรับตัว ซึ่งในระยะแรกจะ ใช้บังคับกับนายจ้างขนาดใหญ่ที่มีจำนวนลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป และลูกจ้างของนายจ้างนั้น ให้เข้าสู่ การออมภาคบังคับเมื่อพ้น 365 วันนับจากวันที่ พ.ร.บ. กบช. มีผลใช้บังคับ”
เมื่อมี “กบช.” แล้ว กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะยังคงเป็นเครื่องมือการออม ภาคสมัครใจ ได้เช่นเดิม และจะมีการปรับปรุงกฎหมายรองรับให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการออมภาคบังคับได้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในการย้ายเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไป กบช.
ในร่าง พ.ร.บ. กบช. ยกเว้นให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีคุณสมบัติตามที่ กบช. กำหนด (Qualified PVD) ไม่ต้องเข้าเป็นสมาชิกของ กบช. เช่น กองทุนมีข้อบังคับกำหนดให้นายจ้างนำส่งเงินสมทบฝ่ายเดียวในกรณีที่สมาชิกได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 10,000 บาท เว้นแต่สมาชิกประสงค์จะส่งเงินสะสมด้วย และสมาชิกสามารถนำเงินออกได้ทั้งจำนวนเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ
ทั้งนี้ ต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และมีการนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบไม่น้อยกว่าอัตราขั้นต่ำที่ พ.ร.บ. กบช. กำหนด เป็นต้น นั่นหมายความว่าหากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปัจจุบันนำข้อบังคับมาแก้ไขเพื่อแปลงสภาพเป็น “Qualified PVD” จะส่งผลให้สมาชิกกองทุนนั้นกลายเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับได้เลย
สมาชิกของ “Qualified PVD”สามารถลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด โดยในปัจจุบันมีบริษัทจัดการให้บริการทั้งสิ้น 17 แห่ง ซึ่งบริหารจัดการกองทุน จากทั้งหมด 367 กองทุน และมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น
ออมเพิ่ม กับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ร่าง พ.ร.บ. กบช.กำหนดเพดานค่าจ้างที่นำมาใช้ในการคำนวณจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องนำส่งไว้ที่ 60,000 บาท ส่งผลให้สมาชิกที่ได้รับค่าจ้างสูงกว่า 60,000 บาท และส่งเงินเข้ากองทุนในอัตราขั้นต่ำ 10% ต้องสะสมเงินเข้าภาคบังคับ 6,000 บาท และนายจ้างสมทบอีก 6,000 บาท อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สมาชิกออมเงินภาคบังคับกับ Qualified PVD แล้ว และต้องการ “ออมเงินเพิ่มจากขั้นต่ำ” ที่ พ.ร.บ. กบช. กำหนดไว้ อาจออมเงินส่วนเพิ่มกับ “Qualified PVD” หรือออมกับ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจ” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเงื่อนไขแบบใดที่สอดคล้องกับความต้องการ
“หากเลือกออมเงินเพิ่มกับ ‘Qualified PVD’ สมาชิกจะสามารถนำเงินออกจากกองทุนได้เมื่ออายุครบ 60 ปี และได้รับเงินสะสมของตนและเงินสมทบของนายจ้างพร้อมดอกผล เต็มจำนวน (fully vested) แต่หากเลือกออมเงินเพิ่มกับ ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจ’ จะสามารถนำเงินออกเมื่อใดก็ได้ อย่างไรก็ดี หากต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย จะนำเงินออกมาได้เมื่ออายุครบ 55 ปี และเป็นสมาชิกมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี ทั้งนี้ สมาชิกจะได้รับเงินเต็มจำนวนหรือได้รับเพียงบางส่วนนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อบังคับของกองทุน”
ก.ล.ต.เตรียมแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รองรับ กบช.
ปัจจุบัน สำนักงานก.ล.ต. อยู่ระหว่างเสนอปรับปรุง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้สามารถเป็นกลไกการออมและการลงทุนแก่ประชาชนวัยแรงงานในระบบเพื่อรองรับการเกษียณ และจะเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกครั้ง เพื่อรองรับการออมภาคบังคับตามร่าง พ.ร.บ. กบช. เมื่อร่าง พ.ร.บ. กบช. ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว
ทั้งนี้ ในระหว่างการแก้ไข ‘พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ เพื่อรองรับการออมภาคบังคับ สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปัจจุบันและลูกจ้างที่เข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อนวันที่ ‘พ.ร.บ. กบช.’ ใช้บังคับ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าเป็นสมาชิก กบช. และเมื่อ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อรองรับการออมภาคบังคับมีผลใช้บังคับ กองทุนจะต้องมาจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกับ ก.ล.ต. เพื่อแปลงสภาพจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจให้เป็น Qualified PVD ภายใน 150 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่แก้ไขมีผลใช้บังคับ
สำหรับลูกจ้างที่อยู่ในระบบ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ได้เตรียมตัวให้พร้อมในอนาคตที่จะมี กบช. ซึ่งเป็นการออมภาคบังคับเกิดขึ้นมา และช่วยกันบอกต่อเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ให้กับสมาชิก PVD ที่คุณรู้จักกันด้วยก็ยิ่งดีเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...