ตร.ตรวจร้านนวด หลัง “สาวญี่ปุ่น” ร้อง! โดนลวนลาม แต่เรื่องเงียบ
จากกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ อ้างว่าตัวเองถูกล่วงละเมิดทางเพศหลังเข้าใช้บริการร้านนวดแผนไทยภายในซอยรามบุตรีย่านถนนข้าวสารเมื่อเดือน ก.พ.66 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการช่วยเหลือ ทำให้ผ่านมานานกว่า 3 เดือน แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า
ล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 13 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม, ตำรวจท่องเที่ยวกองกำกับการ 1 และนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบร้านทองอู๋ ซึ่งเป็นร้านนวดที่ถูกกล่าวอ้าง
โดย พ.ต.อ.สนอง เผยว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ในวันเกิดเหตุได้มีการสอบปากคำทั้งสองฝ่าย ดูหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ กระทั่งได้ให้ทั้งสองฝ่ายไปไกล่เกลี่ยในชั้นพนักงานสอบสวนและลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะนัดผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่เมื่อถึงวันนัดนักท่องเที่ยวสาวไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามที่นัดหมาย ทราบภายหลังว่าเดินทางกลับประเทศไปแล้ว และจากการสอบปากคำพนักงานนวดชาย ซึ่งให้การว่านวดไปตามศาสตร์แพทย์แผนไทยปกติไม่ได้มีเจตนาลวนลามหรือจะล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด จึงเข้าใจว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะท่านวดแผนไทยบางท่า มีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะทำให้เข้าใจได้ว่ากำลังถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตำรวจจึงไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก แต่การจะเอาผิดได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและธุรกิจร้านนวดในประเทศไทย เบื้องต้นทาง ผกก.สน.ชนะสงคราม และนายปารเมศ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นที่จะต้องส่งหนังสือไปถึงผู้ประกอบการทุกร้านภายในพื้นที่ให้มาเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือร่วมกันในการยกระดับการให้บริการ และให้ระมัดระวังในการให้บริการกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการใช้พนักงานชายนวดให้กับผู้ใช้บริการที่เป็นผู้หญิง ในวันที่ 15 มิ.ย.66 นี้