“ใบร่วง“ ทำชาวสวนวิกฤตน้ำยางลด 50% เลิกอาชีพ
“โรคใบร่วงยางพารา” กระทบชาวสวนหนัก น้ำยางหาย 40-50% หลายคนเลิกกรีดยาง ปล่อยที่ดินรกร้าง
นายอนุชาญ เพ็ญจำรัส ผู้จัดการ กลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาชิกของกลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมดประสบปัญหาโรคใบร่วงยางพาราอย่างหนัก และกระจายไปหลายอำเภอในพื้นที่จังหวัดพัทลุง
จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เกษตรจังหวัด การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง และตนเข้าร่วมประชุมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
พื้นที่จังหวัดพัทลุงได้ระบาดเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว แม้ทาง กยท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลรักษาฉีดยา พ่นยาให้ ซึ่งทำให้โรคหายไปสักพัก
แต่ก็กลับมาระบาดใหม่อีก โรคใบร่วงยางพาราถือเป็นโรคระบาดใหม่ ไม่ใช่เป็นยางพาราใบร่วงตามปกติ ส่งผลกระทบให้น้ำยางสดหดหายไปประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ สร้างความสูญเสียต่อรายได้ของชาวสวนยางพารา และรายได้ของประเทศ
“ตอนนี้ชาวสวนยางพาราส่วนหนึ่งต้องเลิกอาชีพกรีดยางกัน และปล่อยทิ้งสวนยางพารารกร้างไปจำนวนมากถือว่ากระทบหนักที่สุด ตอนนี้น้ำยางสดหดหาย ราคายางพาราก็ยังตกต่ำอีก”
นายจีระวัฒน์ ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกณรงค์ หมากไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัท เอกณรงค์ ได้ทำเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ทำการวิจัยโรคใบร่วงยางพารา โดยใช้พื้นที่สวนยางพารา ต.ทับช้าง อ.นาทวี จ.สงขลา เป็นสถานที่ศึกษาวิจัย มีระยะเวลา 10 เดือน
คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน 2567 ใช้งบประมาณวิจัย 846,000 บาท ร่วมกับค่าบริหารจัดการอื่น ๆ รวมประมาณ 1 ล้านบาท
“ปัจจัยสำคัญเรื่องโรคยางพาราใบร่วงเป็นโรคใหม่ น่าจะเกิดมาจากปัญหาเรื่องดิน ปุ๋ยที่ใช้ไม่ถูกต้อง ตอนนี้พยายามส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับปุ๋ยเคมี และทาง กยท.มีนโยบายใหม่เป็นปีแรกในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับปุ๋ยเคมี ปัญหาเรื่องยางพาราโรคใบร่วงระบาดมาหลายปี แต่ปี 2566 ชาวสวนยางพาราเดือดร้อนหนักที่สุด”