โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘จีนเทา’ เขย่าบ้านแพงชะลอยาว ‘คอนโดหรู’ ไม่สะเทือน ’ต่างชาติ’ ขนเงินสดช้อปสนั่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 มิ.ย. 2566 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 09.47 น.

‘จีนเทา’เขย่าบ้านแพงชะลอยาว ‘คอนโดหรู’ไม่สะเทือน ’ต่างชาติ’ขนเงินสดช้อปสนั่น ห้องไซซ์ใหญ่ขาดตลาด

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง2566 กำลังซื้อในกลุ่มระดับลักชัวรี่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย จากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และภาะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ทำให้มียอดทิ้งโอนกรรมสิทธิ์น้อยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4% และส่วนใหญ่จะซื้อเงินสด โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติที่ซื้อสดเกือบทั้งหมด และซื้อเป็นห้องขนาดใหญ่เกิน 100 ตารางเมตร ตอนนี้ห้องชุดขนาด 200 ตารางเมตรขาดตลาด ทำให้ที่ผ่านมาบริษัทปรับพอร์ตหันมารุกตลาดลักชัวรี่มากขึ้น

“ปัจจุบันเรามีสัดส่วนลูกค้าที่ซื้อโครงการของเรา ที่ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ มูลค่า 5,200 ล้านบาท 146 ยูนิต มียอดขายแล้ว 85% และเทตต์ สาทร ทเวลฟ์ มูลค่า 4,400 ล้านบาท 231 ยูนิต มียออดขายแล้ว 92% เป็นลูกค้าคนไทย 54% และต่างชาติ 46% ซึ่ง 5 อันดับต่างชาติมาซื้อมากสุด ได้แก่ 1.อังกฤษ 2.จีน ไต้หวัน ฮ่องกง 3.รัสเซีย 4.อเมริกัน และ 5.ฝรั่งเศส ส่วนพม่าส่วนใหญ่ซื้อเป็นเพนต์เฮาส์ ขณะที่จีนหลังเปิดประเทศมีมาซื้อมากขึ้นกลับมาเหมือนเดิมและเอเยนต์จีนคึกคักมาก ซึ่งโครงการใหม่ๆ เราจะพัฒนาในครึ่งปีหลัง จะร่วมกับเอเยนต์เจาะตลาดต่างชาติมากขึ้น” นายกรณ์กล่าว

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านระดับบนราคา 40-50 ล้านบาทชะลอตัวตั้งแต่ปลายปี 2565 หลังเกิดกรณีทุนจีนสีเทา จนถึงขณะนี้ลูกค้าต่างชาติยังไม่กลับมา เหลือแต่กำลังซื้อคนไทย ซึ่งจะใช้เวลาดูบ้าน 4-5 ครั้งกว่าจะตัดสินใจซื้อ คาดว่าลูกค้าจีนจะกลับมามากขึ้นในครึ่งปีหลังนี้ ส่วนคอนโดมิเนียมตลาดต่างชาติเริ่มดีขึ้นในทำเลกลางเมือง มีทั้งจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และซื้อห้องขนาด 60 ตารางเมตรขึ้นไป

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 จะดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วย ซึ่งผู้ประกอบการเองก็ต้องรู้จักปรับตัว แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่ายังไงคนจะต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ในทุกสถานการณ์ย่อมมีดีมานด์ ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการจะผลิตสินค้าออกมาให้สอดรับกับสภาวะตลาดอย่างไร

อย่าแข่งกันขายจนเกิดสงครามราคา ทำให้เกิดโอเวอร์ซัพพลาย ปัจจุบันเริ่มเห็นการลดราคาบ้านและคอนโดมิเนียมกันแล้ว แต่ยังไม่รุนแรงมาก จนทำให้เกิดไพรซ์วอร์หรือสงครามราคา เหมือนที่เคยเกิดมาแล้วเมื่อปี 2540 อย่างในขณะนี้ ตลาดอสังหาฯภูเก็ตกำลังซื้อเริ่มกลับมา ซัพพลายไม่พอกับดีมานด์ หากผู้ประกอบการจะลงทุนใหม่ต้องลงทุนแบบพอดี ไม่ให้เกิดภาวะล้นตลาด

“ตลาดอสังหาฯในปี 2566 ยังทรงตัว ไม่หวือหวาตามภาวะเศรษฐกิจ จากกำลังซื้อยังไม่เติบโต มีปัจจัยเสี่ยงมาบั่นทอนกำลังซื้อ ทั้งการเมืองไม่นิ่ง การขึ้นค่าแรงและดอกเบี้ย ไม่ผ่อนปรนมาตรการ LTV ซึ่งตลาดคอนโดมิเนียมยังต้องพึ่งกำลังซื้อต่างชาติมาเสริม ส่วนตลาดแนวราบยังไปได้ ขณะที่ตลาดโดยรวมฟื้นตัวบางทำเล และบางจังหวัด” นายอธิปกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...