โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำตาล KTIS นครสวรรค์ แตกไลน์บรรจุภัณฑ์ “เยื่อชานอ้อย”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2565 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 04.05 น.

สัมภาษณ์

กลุ่มน้ำตาลเกษตรไทย หรือ KTIS ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ จังหวัดนครสวรรค์เร่งปรับตัวเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ที่เป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก “ทันตแพทย์สุพจน์ หวังปรีดาเลิศกุล” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เกษตรไทยอินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางธุรกิจที่กำลังก้าวไป

แม้ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลยังเป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม KTIS แต่ขณะเดียวกันได้ขับเคลื่อนการทำอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยี โดยนำผลพลอยได้จากทุกส่วนของน้ำตาล มาทำผลิตภัณฑ์ควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ได้แก่ โรงงานเอทานอล โรงงานปุ๋ยอินทรีย์ โรงไฟฟ้า โรงงานเยื่อกระดาษ โดยรายได้รวมต่อปีของกลุ่ม KTIS อยู่ที่ประมาณ 10,400 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากอุตสาหกรรมน้ำตาล 60% และที่ไม่ใช่น้ำตาลหรือ by-product 40%

ล่าสุดเร่งต่อยอดการผลิต by-product เพิ่มขึ้นอีก ด้วยการลงทุนโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ และหลอดจากเยื่อชานอ้อย ที่ใช้งบฯลงทุนกว่า 600 ล้านบาท

ผลิต “จาน-หลอดชานอ้อย”

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์และหลอดจากชานอ้อยของกลุ่ม KTIS เริ่มปักหมุดก่อสร้างราวปี 2563-2564 ด้วยงบฯลงทุนกว่า 600 ล้านบาท เหตุผลสำคัญที่แตกไลน์นี้ คือ มิติเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกปัจจุบันและอนาคต สอดรับกับแนวทางการดำเนินงานของบริษัท ที่มุ่งให้ความสำคัญด้านคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และสังคม ประกอบกับมีวัตถุดิบชานอ้อยที่มีคุณภาพมากเพียงพอ

ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยยังมีไม่มากนักในตลาดเมืองไทย KTIS จะเป็นอีกทางเลือกของผู้เล่นในตลาดบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นไลน์ธุรกิจที่ตอบโจทย์นโยบาย BCG ของรัฐบาลที่กำลังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

จาน-หลอด-เยื่อชานอ้อย
หลอดเยื่อชานอ้อย

บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย ผลิตภายใต้บริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ แพ็คเกจจิ้ง จำกัด (EPAC) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง เกรดพรีเมี่ยม ผลิตจากชานอ้อย 100% โดยการสกัดไฟเบอร์ของชานอ้อย ซึ่งมีความแข็งแรง ไม่มีส่วนผสมของวัตถุดิบอื่นเจือปน ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน และย่อยสลายได้ภายใน 90 วัน หรือราว 3 เดือน ด้วยวิธีฝังกลบตามธรรมชาติ

ล่าสุด อยู่ระหว่างการทดสอบอีกราว 2 เดือน (กรกฎาคม-สิงหาคม) หลังจากนั้นจะเดินเครื่องการผลิตเต็มรูปแบบวันละ 3 ล้านชิ้น คาดทำรายได้ต่อปีกว่า 2,000 ล้านบาท เบื้องต้นมี 3 ไอเท็มหลัก คือ จาน ชาม และกล่องใส่อาหาร ภายใต้แบรนด์ “Charm” เป้าหมายวางสัดส่วนส่งออก 60% ไปจีนและยุโรป โดยเฉพาะตลาดจีนเป็นฐานลูwกค้าดั้งเดิมที่ซื้อเยื่อกระดาษของกลุ่ม KTIS และมีความต้องการสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยเพิ่มมากขึ้นด้วย

ส่วนตลาดในประเทศ 40% มุ่งเจาะตลาดภาคเหนือตอนล่างเป็นหลักก่อนในช่วงแรก เนื่องจากฐานการผลิตอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถกระจายสินค้าเข้าถึงและครอบคลุมพื้นที่แถบนี้ เบื้องต้นเน้นเจาะร้านรายย่อยที่ขายสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะต่าง ๆ โดยใช้กลยุทธ์การทำตลาดแบบป่าล้อมเมือง

ขณะที่โรงงานผลิตหลอดจากชานอ้อยซึ่งผลิตภายใต้บริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ สตรอว์ จำกัด (EPAS) วางกำลังการผลิตไว้วันละ 1 แสนหลอด ภายใต้แบรนด์ “cherr” จะเริ่มเดินเครื่องการผลิตในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 พร้อม ๆ กับบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย โดยเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก วางกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด คือ ร้านขายเครื่องดื่มที่ใช้หลอดโดยตรง ได้แก่ ร้านชานมไข่มุกและร้านกาแฟแบรนด์ดังในกรุงเทพฯ ที่มีการดีลทางธุรกิจและมีการเจรจาซื้อขายกันแล้ว รวมถึงการขายทางออนไลน์ผ่าน Shopee ควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้ คาดว่ารายได้ต่อปีของผลิตภัณฑ์หลอดจากชานอ้อย จะอยู่ที่ราว 40-50 ล้านบาท

ชูแบรนด์ “น้ำตาลหวานละมุน”

ผลผลิตอ้อยของโรงงานน้ำตาล 3 แห่งของกลุ่ม KTIS คือ โรงงานน้ำตาลที่จังหวัดนครสวรรค์ 2 โรง ได้แก่ โรงงานน้ำตาลเกษตรไทย อ.ตาคลี และ ต.บ้านมะเกลือ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และโรงงานที่ 3 คือ โรงงานน้ำตาลไทยเอกลักษณ์ จ.อุตรดิตถ์ ผลผลิตอ้อยต่อปีของ 3 โรงงาน อยู่ที่ราว 8 ล้านตันอ้อย

แบ่งเป็นน้ำตาลทรายดิบ ส่งออกผ่านโบรกเกอร์ไปหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น ขณะที่น้ำตาลทรายขาวสัดส่วนราว 30% ทำตลาดในประเทศ เน้นขายเป็นกระสอบมีลูกค้าหลัก อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มน้ำอัดลม ของกลุ่มไทยน้ำทิพย์ เป็นต้น

น้ำตาลทรายหวานละมุน

ทั้งนี้ น้ำตาลทรายขาวที่เดิมเน้นขายเป็นกระสอบ ในปีนี้กลุ่ม KTIS จะเพิ่มไลน์การผลิตน้ำตาลทรายขาวแบบถุง ขนาดบรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม ภายใต้แบรนด์ “น้ำตาลหวานละมุน” เป็นน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จากน้ำอ้อยธรรมชาติ 100% ไม่ใส่สารฟอกขาว ซึ่งการที่กลุ่ม KTIS หันมาทำน้ำตาลทรายขาวบรรจุถุง เนื่องจากต้องการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในประเทศได้มีโอกาสรู้จักแบรนด์น้ำตาลหวานละมุน ซึ่งเป็นผลผลิตของคนไทยที่ผลิตในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบกับผลผลิตน้ำตาลของกลุ่ม KTIS มีคุณภาพและมีมากเพียงพอที่สามารถเพิ่มไลน์การผลิตใหม่ ๆ ได้

โดยแผนการตลาดจะเน้นตลาดค้าปลีกเป็นหลัก เช่น การวางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นต้น คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 นี้ ตั้งเป้าทดลองตลาดในช่วงระยะ 1-2 ปี

กลุ่ม KTIS มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่อยู่ในโครงการ Contract Farming ซึ่งเป็นคู่สัญญากว่า 2 หมื่นราย ในพื้นที่แถบภาคเหนือตอนล่างและจังหวัดใกล้เคียง อาทิ นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และสุพรรณบุรี มีพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 7 แสนไร่ ที่จะนำผลผลิตอ้อยมาขายให้กับกลุ่ม KTIS โดยปัจจุบัน volume ของโรงงานน้ำตาลทั้ง 3 โรง รับอ้อยเฉลี่ยต่อปีราว 8 ล้านตันอ้อย ทั้งนี้ การผลิตเต็มกําลัง ของทั้ง 3 โรงงาน สามารถรับอ้อยได้สูงสุดถึง 10 ล้านตันอ้อยต่อปี

ทั้งหมดเป็น by-product ที่ได้ waste หลังจากนำอ้อยมาทำน้ำตาล เป็นก้าวรุกที่มีทิศทางชัดเจนของกลุ่ม KTIS ที่มุ่งสู่ธุรกิจ “BCG economy model” อย่างเต็มตัว ที่จะผลักดันรายได้จาก 10,400 ล้านบาทในปัจจุบัน ให้เติบโตเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...