Boyfriend Air เมื่อตัวตนของแฟนสาว แปรผันไปตามแฟนหนุ่มที่คบ ที่บางครั้งก็ทำให้บางคนรักตัวเองมากขึ้น แต่สำหรับบางคนคือการสูญเสียตัวตนในความสัมพันธ์
อาจมีผู้หญิงคนหนึ่งที่รักในการแต่งหน้ามาก แปลงร่างเป็นสาวที่แทบจะไม่แตะเครื่องสำอางตอนมีแฟน ผู้หญิงอีกคนที่ปกติแล้วมักจะเข้ายิมบ่อยๆ กลับไม่ค่อยได้เข้าแล้ว เมื่อเธอเลือกจะใช้เวลานั้นกับแฟนแทน ผู้หญิงอีกคนที่เคยตั้งเวลาเข้านอนให้เฮลตี้กับสุขภาพที่สุด แต่เมื่อมีแฟน เธอกลายเป็นคนนอนไม่พอไปเสียอย่างนั้น หรือจะผู้หญิงอีกคนที่เคยชอบแต่งตัวเซ็กซี่ แต่พอมีแฟนก็ทำเอาเพื่อนๆ งง เพราะเธอแทบจะสลัดลุคแซ่บทิ้งไปอย่างราบคาบ และยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่กิจวัตรของเธอ จนถึงความชอบของเธอเปลี่ยนไป หลังจากคบกับแฟนหนุ่ม นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Boyfriend Air’ เมื่อบรรยากาศรอบตัวและตัวตนของแฟนสาว แปรผันไปตามแฟนหนุ่มที่คบด้วย
จริงๆ คอนเซปต์นี้มันก็คล้ายๆ กับการที่เราเอาตัวไปอยู่ที่ไหน เราก็อาจมีตัวตนที่เปลี่ยนไป เช่น เราไปอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีเพื่อนที่คอยส่งเสริมความมั่นใจ เราก็อาจจะกลายเป็นคนที่มั่นใจขึ้นตามเพื่อนๆ หรือหากเราไปอยู่ในที่ทำงานที่มีบรรยากาศเคร่งครัด จากที่เราชอบทาปากสีแดง เราก็อาจจะต้องหยิบลิปสติกสีชมพูหวานๆ มาแทน เพียงแต่ว่าในกรณี Boyfriend Air นับเป็นการเปลี่ยนแปลงไปของเราในความสัมพันธ์ เมื่อการมีอีกคนเข้ามาในชีวิต กลายเป็นปัจจัยให้เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
แง่หนึ่งถ้าเราคบกับคนที่เคมีไปด้วยกันได้ดี ส่งพลังงานที่ดีให้กัน การใช้ชีวิตคู่กับเขาก็อาจทำให้เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น บางคนอาจกลายเป็นคนใจเย็นลง บางคนอาจกล้าแสดงออกมากขึ้น หรือบางคนอาจมั่นใจในตัวเองมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้เป๊ะ หรือแต่งหน้าให้จึ้ง แฟนก็คอยชมอยู่ตลอดเวลา ก็นับว่าดีต่อใจ และเพิ่ม self-esteem ให้ตัวเองได้ กระทั่งก็มีแง่มุมการปรับเข้าหาคนในความสัมพันธ์ที่เป็นสิ่งที่ดี เช่น หากฝ่ายหนึ่งชอบคนตรงต่อเวลา อีกฝ่ายติดมาสาย หรือฝ่ายหนึ่งชอบคนมีระเบียบ อีกฝ่ายชอบอะไรสบายๆ ฯลฯ ซึ่งหากหาตรงกลาง โดยเลือกเดินมาคนละครึ่งทาง ปรับตัวเองเข้าหากันได้ ก็อาจจะเกิดความสัมพันธ์ที่เฮลตี้ขึ้นมา เพราะไม่มีใครสามารถเป็นตัวเองได้ 100% โดยไม่ปรับอะไรเลยในความสัมพันธ์ได้อยู่แล้ว
แต่ในทางกลับกัน หากตัวตนที่เราเป็น เริ่มค่อยๆ หายไปทีละนิด ไม่ว่าจะจากการถูกอีกฝ่ายกดดันให้เปลี่ยนตัวเอง ‘เพื่อเขา’ หรือเรามอบเวลาของเราให้เขาจนไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย จนความสุขที่มีให้ตัวเองมันแทบไม่เหลือ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณว่าเราอาจจะกำลังเข้าใกล้ความสัมพันธ์ท็อกซิกหากปล่อยไว้นานๆ
“สิ่งสำคัญเลยคือ เราต้องมีสติและตระหนักถึงตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน เพราะมันถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น คุณต้องหมั่นรักษาตัวตนของตัวเองไว้นะ” Adrine Davtyan นักสังคมสงเคราะห์กล่าว เพราะเธอมองว่า “การสูญเสียตัวตนในความสัมพันธ์นั่นหมายถึงคุณไม่สามารถเป็นตัวเองได้จริงๆ ในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะทางจิตใจ หรือทางร่างกาย”
มีติ๊กต่อกเกอร์หลายต่อหลายคนได้ออกมาแชร์เรื่องราวของตัวเองที่เป็นผลกระทบจาก Boyfriend Air เช่นสาวคนหนึ่งที่แชร์ว่า “ฉันรู้สึกแฮปปี้มากที่ตอนนี้คนพูดถึงเรื่อง boyfriend air กันแล้ว เพราะฉันรู้สึกว่ากำลังจะบ้าแล้วจริงๆ นะ เพราะฉันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของแฟนหนุ่มในนิวยอร์ก และจำได้เลยว่าฉันอาบน้ำทั้งตัวทุกเช้านะ พร้อมกับคิดว่า ‘ฉันสกปรกจัง’” เธอยังเสริมว่าผมสลวยของเธอเริ่มมันเยิ้ม จากที่แต่งหน้าได้เลิศๆ ก็กลายเป็นมอมแมมขึ้น จนเธอคิดว่า มันเกิดอะไรขึ้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า การเปลี่ยนตัวเองไปตามแฟนจะเป็นข้อเสียหรือถูกมองว่าเลวร้ายเสมอไป มีสาวติ๊กต่อกเกอร์บางคนออกมาพูดว่า “ฉันรู้สึกสวยมากและมั่นใจสุดๆ” อีกคนก็พูดว่า “ฉันอาจจะกลับบ้านมาแล้วผมชี้ฟูนิดหน่อย แต่ฉันไม่เคยมีความสุขขนาดนี้เลยอะ” ซึ่ง Nicole Moore ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ จึงอยากชี้ให้เห็นถึงมุมมองอีกด้านว่า บางคนก็มีความสุขดีและสบายใจกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปพร้อมๆ กับการมีแฟน แง่หนึ่งมันอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับบางคนที่เคยพยายามทำตัวให้สวยตลอดเวลาเพราะกลัวไม่ถูกรัก แต่เมื่อเจอแฟนที่เขารักในตัวตนของเราจริงๆ บางคนก็โยนเครื่องสำอางทิ้ง ไม่ต้องแต่งหน้าจัดเต็มให้เหนื่อย และช่วยบรรเทาให้พวกเธอไม่ต้องรู้สึกกดดันว่าต้องสวยจรดเท้าจึ้งจะถูกเลือกจากใคร เพราะนั้นถือเป็นการเอาตัวเองไปผูกติดกับคนอื่นจนลดทอนคุณค่าของตัวเอง
“Boyfriend air อาจช่วยให้บางคนตระหนักได้ว่าพวกเธอก็เป็นที่รักได้ โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดมันอยู่ที่ข้างในตัวเธอมากกว่า” Nicole Moore กล่าว
ฉะนั้นแล้ว หากแฟนที่เราคบด้วย ทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น ตัวตนของเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น ก็จงรักษาความรักครั้งนี้ไว้อย่างดี เพราะนั่นอาจหมายถึงคุณได้เจอคนที่ใช่สำหรับคุณแล้ว กลับกัน หากแฟนที่คบอยู่ เขาทำให้เรารักตัวเองน้อยลง โลกของเราหมุนรอบเขา จนเราไม่มีความสุข และลืมที่จะรักตัวเอง นั่นอาจถึงเวลาที่เราต้องสื่อสารกับเขาให้เข้าใจถึงปัญหานี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข แต่ถ้าปรับจูนกันแล้ว ลองพยายามกันแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การปล่อยมือกันไป ก็อาจเป็นสิ่งที่เซฟความรู้สึกเราได้มากที่สุด
อ้างอิง:
https://www.usatoday.com/story/life/health-wellness/2023/11/30/boyfriend-air-definition/71716075007/
https://www.myimperfectlife.com/features/boyfriend-air
https://www.popsugar.com/relationships/boyfriend-air-meaning-49358844
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Boyfriend Air เมื่อตัวตนของแฟนสาว แปรผันไปตามแฟนหนุ่มที่คบ ที่บางครั้งก็ทำให้บางคนรักตัวเองมากขึ้น แต่สำหรับบางคนคือการสูญเสียตัวตนในความสัมพันธ์
- ความสัมพันธ์ใน ‘FiveM’ เกมโรลเพลย์ใช้ชีวิต ที่เปิดโอกาสให้มีแฟนในเกมโดยห้ามนอกบท ซึ่งบางครั้งก็เล่นกับใจสุดๆ เมื่อมีฝ่ายเผลอคิดไปไกล จนกระทบความรู้สึก และความสัมพันธ์ในชีวิตจริง
- เราอาจไม่ต้องบีบตัวเองว่าต้อง ‘ให้อภัย’ เดี๋ยวนี้ เมื่อการเยียวรักษาบาดแผลทางใจที่ได้ผลในระยะยาวกว่า คือการปล่อยให้ความโกรธหรือความเสียใจได้ทำงาน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com