โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

งัดกฎหมายทุกมาตราหาเงิน แจกดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 01.19 น.

ในที่สุดนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย ก็เริ่มเห็นกระบวนการไปสู่การปฏิบัติ เมื่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประกาศ หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต โดยเขียนข้อความผ่านแอปพลิเคชั่น “X” ว่า “ดิจิทัลวอลเลต พร้อมเปิดลงทะเบียน 1 ส.ค. 2567 นี้” และยืนยันด้วยว่า “พี่น้องไม่ต้องคอยเก้อ… แน่นอน”

เปลี่ยนแหล่งเงินอีกรอบ-ไม่ใช้ ธ.ก.ส.

ล่าสุดโครงการมีการเปลี่ยนแปลง “แหล่งเงิน” อีกครั้ง จากเดิมที่มีแนวคิดจะใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับงบประมาณปี 2567 และปี 2568 และหากย้อนไปก่อนหน้านั้น ก็เคยเปลี่ยนจากวิธีการออกกฎหมาย “กู้เงิน” มาเป็นใช้งบประมาณกับเงิน ธ.ก.ส.แล้วครั้งหนึ่ง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายฯ ได้มีมติเห็นชอบในแหล่งที่มาของเงินใหม่ โดยสาเหตุที่ปรับเปลี่ยน เพราะได้ดำเนินการตาม “ข้อห่วงใยของหน่วยงานตรวจสอบ” และไปดูแหล่งที่มา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบกรอบวงเงินที่ 4.5 แสนล้านบาท แต่ยังไม่มีการปรับขนาดโครงการ โดยเป้าหมายยังเป็น 50 ล้านคนเช่นเดิม แต่หากมีคนลงทะเบียนน้อยกว่า หรือมากกว่า “จะใช้กลไกในการบริหารเงิน” เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์เพียงพอ

“เมื่อเราไปดู ไม่เคยมีโครงการไหนที่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมเกินกว่า 70-90% การตั้งงบประมาณให้เพียงพอ พอเหมาะ จึงเป็นแนวที่หน่วยงานตรวจสอบได้เคยให้ไว้ จึงตั้งงบประมาณวางไว้ว่าประมาณ 45 ล้านคน คือ 4.5 แสนล้าน นั่นคือการเตรียมเงินไว้รองรับ แต่ยืนยันว่าขนาดโครงการยังเป็น 50 ล้านอยู่ หากมีคนลงทะเบียนน้อยกว่า หรือมากกว่า รัฐก็จะใช้กลไกการบริหารงบประมาณ” รมช.คลังระบุเหตุผล

ส่วนการใช้เงินจากการดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ หรือผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามกฎหมายมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ตามแนวทางก่อนหน้านี้ ก็จะไม่ใช้แล้ว

นอกจากนี้ มีข้อเสนอให้ตัดสิทธิกลุ่มที่เคยทำผิดเงื่อนไขโครงการรัฐในอดีต เช่น มีการถูกเรียกเงินคืน ทั้งในส่วนร้านค้าและประชาชนออกไป

งัดกฎหมายทุกมาตราบริหารงบฯ

นายจุลพันธ์กล่าวว่า โครงการจะใช้แหล่งเงินจากงบประมาณปี 2567 และปี 2568 ดังนี้ 1.การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงิน 165,000 ล้านบาท ประกอบด้วย แหล่งเงินจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี 2567 วงเงิน 122,000 ล้านบาท ที่เหลืออีก 43,000 ล้านบาท ใช้วิธีการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายปี 2567

แหล่งเงินที่ 2.มาจากการบริหารงบประมาณรายจ่ายปี 2568 วงเงิน 285,000 ล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณรายจ่ายปี 2568 ที่ตั้งไว้แล้ว 152,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 132,300 ล้านบาท ใช้วิธีการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายปี 2568

ขณะที่นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การบริหารจัดการงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเลตแจกคนละ 10,000 บาท จะยึดตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 หมวด 5 เรื่องการบริหารงบประมาณรายจ่าย ซึ่งมีหลายวิธี ขึ้นกับเวลาและความเหมาะสม

ด้านนายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า แหล่งเงินดิจิทัลวอลเลตจะใช้การบริหารจัดการ “ทางการคลังและการงบประมาณ” ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การออก พ.ร.บ.โอน การโอนเงินเหลือจ่ายมาใช้ หรือการใช้งบฯกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน เป็นต้น

แต่ยังมียอดเงินอีก 4.3 หมื่นล้านที่ได้รับการยืนยันจากนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ระบุว่าจะมีงบฯกลางปี 2567 สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเลตประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท

“พิชัย” แจงไม่แย่งเม็ดเงินลงทุน

ขณะที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดทางเม็ดเงินในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567-2568 ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า “การพิจารณาแหล่งเงินดิจิทัลวอลเลต เนื่องจากงบประมาณถูกจัดสรรไปหมดแล้ว จึงมาดูว่ามีช่องไหนที่เหลือพอจะเป็นแหล่งเงิน โดยไม่ผิดวินัยการเงินการคลัง เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น”

ดังนั้น จะเห็นว่าที่พูดกันถึง 50 ล้านคน วงเงิน 5 แสนล้านบาท แต่วันนี้ตัวเลขจริง ๆ ก็มีแค่ 153,000 ล้านบาท ที่เป็นงบฯ ปี 2568 แล้วก็ที่เป็นงบฯ เพิ่มเติมของปี 2567 อีก 122,000 ล้านบาท รวมกันจริง ๆ แล้วก็แค่ 270,000 ล้านบาท

“เราให้ความสำคัญกับการใช้งบฯกลางให้เต็มที่ก่อน ซึ่งหากใช้เต็มที่แล้วยังเหลือ แล้วไม่มีที่ใช้ เราค่อยนำมาใช้ ผมคิดว่าการเติมเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เราจะไม่ไปแย่งเม็ดเงินของการลงทุนที่ควรลง ลงให้เต็มที่ก่อน แล้วเหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคนจะมาลงทะเบียนเท่าไหร่ และวิธีการเติมเม็ดเงินก็มีหลายวิธี เติมเท่าไหร่ เติมกี่งวด เติมอย่างไร มันมีอะไรที่เราจะคิด เมื่อไปประกอบกับการใช้งบประมาณของประเทศแล้วได้ผลดีที่สุด ดังนั้น จะไม่มีโจทย์ ณ วันนี้ว่าอย่างนี้ ๆ 100% แต่เรารู้ว่านี่คือหลัก”

“การเติมเงินผ่านโครงการดิจิทัลวอลเลตถือเป็นการเติมเงินเพื่อกระตุ้น เพื่อให้เศรษฐกิจกระชุ่มกระชวยขึ้น เท่าที่เม็ดเงินเอื้อ เพราะวันนี้เม็ดเงินเหือดแห้งจากข้างล่าง เหมือนน้ำในบ่อมันแห้ง ถ้าไม่เติมไปก็จะแห้งลงไปอีก”

2 บริษัทคว้างานพัฒนาแอปทางรัฐ

สำหรับความคืบหน้าในกระบวนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 67 สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา “Government Super App” หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางของรัฐ ซึ่งน่าจะหมายถึงแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ที่จะใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเลต

โดยบริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด (Depthfirst) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างงาน จ้างบริการบุคลากรปฏิบัติงานใน “การพัฒนาระบบลงทะเบียนร้านค้า” ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง จากการเสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 4,690,000 บาท

เกณฑ์ผู้มีสิทธิรับเงินยังตามเดิม

สำหรับเกณฑ์การลงทะเบียนรับสิทธิยังเป็นไปตามเดิม คือ (1) เป็นบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (2) มีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2567 (3) มีเงินฝากทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 มี.ค. 2567 (4) มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี ตามข้อมูลภาษีปี 2566 (5) มีบัญชีเงินฝากสำหรับรับเงินดิจิทัลวอลเลตตามนโยบาย

ยันห้ามซื้อมือถือ-อุปกรณ์ไฟฟ้า/อิเล็กฯ

สำหรับสินค้า Negative List ที่ไม่สามารถใช้ดิจิทัลวอลเลตซื้อได้คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ โทรศัพท์มือถือ แต่มีข้อสังเกตในที่ประชุม เปิดความยืดหยุ่นให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม เช่น สินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ อาทิ ปืน เป็นต้น

คาดเปิดลงทะเบียน 1 เดือนครึ่ง

สำหรับการเปิดลงทะเบียน นายจุลพันธ์ระบุว่าจะมีการแยกลงทะเบียนเป็นกลุ่ม เพราะมีทั้งกลุ่มผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน และกลุ่มร้านค้า ซึ่งระยะเวลาของการลงทะเบียนจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยระยะเวลาการเปิดให้ลงทะเบียนจะอยู่ที่ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเห็นเรื่องระบบการโอนเงินจะต้องปลอดภัยและมั่นคง ยืนยันว่าเรื่องนี้ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอในที่ประชุมแล้ว ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน และอยู่ในกรอบความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด

อย่างไรก็ดี ความชัดเจนทั้งหมดคงต้องรอฟังนายกรัฐมนตรีแถลงในวันที่ 24 ก.ค.นี้ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งัดกฎหมายทุกมาตราหาเงิน แจกดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...