"โอโซน ก๊าซอันตรายที่มักเข้าใจผิด ว่าเป็นอากาศบริสุทธิ์" มันเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต และส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์
โอโซน (Ozone) ก๊าซอันตรายที่มักถูกเข้าใจผิดและมักใช้ผิดอยู่บ่อย ๆ ว่าเป็นอากาศบริสุทธ์ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าออกซิเจน 3 ตัวนั้นแตกต่างอย่างยิ่งกับออกซิเจน 2 ตัวที่เราใช้หายใจ
เมื่อเข้าฤดูฝน ป่าไม้ในประเทศไทยตามภูเขาสูงต่างเขียวชอุ่มซึ่งแค่มองเห็นก็ให้ความรู้สึกสดชื่นและรับรู้ถึงอากาศบริสุทธิ์ได้แล้ว ทว่าหลายคนมักเข้าใจผิดไปไกลว่าอากาศบริสุทธิ์เหล่านั้นเรียกว่า ‘โอโซน’ - ชวนไปสูดโอโซน หรือไม่ก็เมืองแห่งโอโซน แต่ความจริงแล้ว โอโซนคือก๊าซพิษสำหรับสิ่งมีชีวิต และไม่ควรหายใจเข้าไปอย่างยิ่ง
โอโซนคือชื่อเรียกของโมเลกุลออกซิเจน 3 อะตอม (O3) แตกต่างจากออกซิเจนที่เราใช้หายใจซึ่งมี 2 อะตอม (O2) โดยทั่วไปแล้วโอโซนจะเกิดขึ้นเมื่อความร้อนและแสงแดดทำปฏิกิริยาทางเคมีกับออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า ไฮโดรคาร์บอน โดยปฏิกิริยาดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งใกล้พื้นดินและในชั้นบรรยากาศสูง
ชื่อโมเลกุลด้านบนอาจทำให้คนที่ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะเคมีมาเวียนหัวได้ง่าย ๆ แต่เราสามารถกล่าวได้ง่าย ๆ ว่าโอโซนเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ซึ่งมักผันผวนไปตามธรรมชาติ ตามฤดูกาล และตามละติจูดของโลก
เมื่อมันเกิดแล้วก็มักจะลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศสูง 15-30 กิโลเมตร แล้วสะสมตัวเป็นชั้นโอโซนบาง ๆ ที่ทำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน นั่นคือ ปกป้องพวกเราจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ รวมถึงรังสีอวกาศที่เป็นอันตราย หากไม่มีชั้นโอโซน สิ่งมีชีวิตบนโลกจะถูกเผาและฉีกดีเอ็นเอเป็นชิ้น ๆ
หากโอโซนช่วยเราขนาดนั้น แต่เป็นอันตรายกับเราได้อย่างไร?
แม้โดยทั่วไปแล้วโอโซนจะอยู่ด้านบนและไม่สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตด้านล่าง แต่หากมันเกิดขึ้นในระดับพื้นดินและมีพืช สัตว์ หรือมนุษย์ไปสัมผัส ออกซิเจน 3 อะตอมนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต และนั่นไม่ใช่เรื่องดีที่ใครอยากเจอเลย
“เมื่อคุณมีอุณหภูมิสูง มีแสงแดดมาก และอากาศนิ่ง มันเป็นสูตรสำเร็จที่สมบูรณ์ในแบบสำหรับการสร้างโอโซนระดับพื้นดิน” Loretta Mickley นักวิจัยอาวุโสด้านปฏิกิริยาระหว่างเคมีและภูมิอากาศ ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าว
ในพืช โอโซนจะเข้าไปขัดขวางการสังเคราะห์แสง ทำพืชสร้างอาหารให้ตัวเองน้อยลง และท้ายที่สุดมันก็ทำให้ผลผลิตพืชลดลง กล่าวอย่างง่ายพืชจะเติบโตได้น้อยมากหากมันสัมผัสกับโอโซน ในส่วนของสัตว์และมนุษย์ โอโซนจะเข้าไปในร่างกายแล้วทำให้เนื้อเยื่ออ่อนในนั้นมีอาการอักเสบ
ทำให้เกิดโรคหอบหืดและเกิดการติดเชื้อได้ โดยเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านระบบหายใจจะมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ ‘โอโซนอยู่บนดี แต่อยู่พื้นไม่ดี’
#มลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อนทำให้เกิดโอโซนระดับพื้นดินมากขึ้น
ตามรายงานของบริษัทวิจัย ‘First Street’ ที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอากาศของมนุษย์จะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะโอโซนในระดับพื้นดิน โดยมีมลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อนเป็นตัวผลักดัน
มันเป็นก๊าซที่ไม่มีสี แม้ว่าจะเกิดตามธรรมชาติได้ ทว่ายานพานหะที่ใช้น้ำมันเป็นพลังงานจะปล่อยไนโตรเจนไดออไซด์ออกมา ซึ่งเป็นโมเลกุลที่จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน 2 อะตอม (O2) และกลายเป็น O3 หรือโอโซนออกมา แต่ประเด็นสำคัญก็คือความร้อนทำให้โอโซนเกิดในปริมาณมากยิ่งขึ้น
“อุณหภูมิที่ร้อนขึ้น จะทำให้สารเคมีรวมตัวกันและสร้างโอโซนได้ง่ายขึ้น” Jeremy Porter) นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศที่บริษัทวิจัย Frist Street กล่าว “สิ่งนี้มักจะเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ”
รายงานการประเมินสภาพภูมิอากาศแห่งชาติคาดการณืว่า การเกิดโอโซนในระดับพื้นดินที่รุนแรงจะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องประสบกับคลื่นความร้อนอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงเมืองที่ร้อนอยู่แล้วและมีการจรจาจรมากเป็นทุนเดิม
นอกจากจะเป็นอันตรายกับผู้ที่มีปัญหาด้านระบบหายใจแล้ว โอโซนยังทำให้เกิดอาการไอและอาการเจ็บขณะหายใจ ผลกระทบดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้แม้แต่กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง การทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่มีโอโซนระดับพื้นดินสูง จะทำให้เกิดการปวดแสบปวดร้อนที่คอและหน้าอกได้
แต่ผลกระทบนั้นร้ายแรงยิ่งขึ้นกับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้อาการหอบหืดกำเริบ ถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบ และอาจถึงขึ้นเสียชีวิตได้เลย แม้แต่ต้นไม้บางชนิดที่แข็งแรงก็สามารถได้รับความเสียหายทันทีจากระดับโอโซนภาคพื้นดินที่มากเกินไป
“ทุกคนต้องให้ความสนใจกับโอโซนมากขึ้น” Jeffrey Yanosky นักวิจัยจากสถาบันพลังงานและสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเพนน์สเตต กล่าว “คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีสารที่อาจเป็นอันตรายในบรรยากาศ และระดับของสารเหล่านั้นอาจเพิ่มสูงขึ้น”
ที่มา
https://www.nationalgeographic.com/…/ozone-depletion
https://www.epa.gov/gro…/health-effects-ozone-pollution….
https://www.nationalgeographic.com/…/climate-change…
https://scdhec.gov/…/most…/about-ozone/how-ozone-formed
https://forces.si.edu/Atmosphere/02_05_04.html
Photo : National Renewable Energy Laboratory, Colorado State University