โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"โอโซน ก๊าซอันตรายที่มักเข้าใจผิด ว่าเป็นอากาศบริสุทธิ์" มันเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต และส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์

Environman

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 13.00 น.

โอโซน (Ozone) ก๊าซอันตรายที่มักถูกเข้าใจผิดและมักใช้ผิดอยู่บ่อย ๆ ว่าเป็นอากาศบริสุทธ์ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าออกซิเจน 3 ตัวนั้นแตกต่างอย่างยิ่งกับออกซิเจน 2 ตัวที่เราใช้หายใจ

เมื่อเข้าฤดูฝน ป่าไม้ในประเทศไทยตามภูเขาสูงต่างเขียวชอุ่มซึ่งแค่มองเห็นก็ให้ความรู้สึกสดชื่นและรับรู้ถึงอากาศบริสุทธิ์ได้แล้ว ทว่าหลายคนมักเข้าใจผิดไปไกลว่าอากาศบริสุทธิ์เหล่านั้นเรียกว่า ‘โอโซน’ - ชวนไปสูดโอโซน หรือไม่ก็เมืองแห่งโอโซน แต่ความจริงแล้ว โอโซนคือก๊าซพิษสำหรับสิ่งมีชีวิต และไม่ควรหายใจเข้าไปอย่างยิ่ง

#โอโซนคืออะไร?

โอโซนคือชื่อเรียกของโมเลกุลออกซิเจน 3 อะตอม (O3) แตกต่างจากออกซิเจนที่เราใช้หายใจซึ่งมี 2 อะตอม (O2) โดยทั่วไปแล้วโอโซนจะเกิดขึ้นเมื่อความร้อนและแสงแดดทำปฏิกิริยาทางเคมีกับออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า ไฮโดรคาร์บอน โดยปฏิกิริยาดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งใกล้พื้นดินและในชั้นบรรยากาศสูง

ชื่อโมเลกุลด้านบนอาจทำให้คนที่ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะเคมีมาเวียนหัวได้ง่าย ๆ แต่เราสามารถกล่าวได้ง่าย ๆ ว่าโอโซนเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ซึ่งมักผันผวนไปตามธรรมชาติ ตามฤดูกาล และตามละติจูดของโลก

เมื่อมันเกิดแล้วก็มักจะลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศสูง 15-30 กิโลเมตร แล้วสะสมตัวเป็นชั้นโอโซนบาง ๆ ที่ทำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน นั่นคือ ปกป้องพวกเราจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ รวมถึงรังสีอวกาศที่เป็นอันตราย หากไม่มีชั้นโอโซน สิ่งมีชีวิตบนโลกจะถูกเผาและฉีกดีเอ็นเอเป็นชิ้น ๆ

หากโอโซนช่วยเราขนาดนั้น แต่เป็นอันตรายกับเราได้อย่างไร?

#โอโซนภาคพื้นดิน

แม้โดยทั่วไปแล้วโอโซนจะอยู่ด้านบนและไม่สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตด้านล่าง แต่หากมันเกิดขึ้นในระดับพื้นดินและมีพืช สัตว์ หรือมนุษย์ไปสัมผัส ออกซิเจน 3 อะตอมนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต และนั่นไม่ใช่เรื่องดีที่ใครอยากเจอเลย

“เมื่อคุณมีอุณหภูมิสูง มีแสงแดดมาก และอากาศนิ่ง มันเป็นสูตรสำเร็จที่สมบูรณ์ในแบบสำหรับการสร้างโอโซนระดับพื้นดิน” Loretta Mickley นักวิจัยอาวุโสด้านปฏิกิริยาระหว่างเคมีและภูมิอากาศ ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าว

ในพืช โอโซนจะเข้าไปขัดขวางการสังเคราะห์แสง ทำพืชสร้างอาหารให้ตัวเองน้อยลง และท้ายที่สุดมันก็ทำให้ผลผลิตพืชลดลง กล่าวอย่างง่ายพืชจะเติบโตได้น้อยมากหากมันสัมผัสกับโอโซน ในส่วนของสัตว์และมนุษย์ โอโซนจะเข้าไปในร่างกายแล้วทำให้เนื้อเยื่ออ่อนในนั้นมีอาการอักเสบ

ทำให้เกิดโรคหอบหืดและเกิดการติดเชื้อได้ โดยเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านระบบหายใจจะมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ ‘โอโซนอยู่บนดี แต่อยู่พื้นไม่ดี’

#มลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อนทำให้เกิดโอโซนระดับพื้นดินมากขึ้น

ตามรายงานของบริษัทวิจัย ‘First Street’ ที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอากาศของมนุษย์จะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะโอโซนในระดับพื้นดิน โดยมีมลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อนเป็นตัวผลักดัน

มันเป็นก๊าซที่ไม่มีสี แม้ว่าจะเกิดตามธรรมชาติได้ ทว่ายานพานหะที่ใช้น้ำมันเป็นพลังงานจะปล่อยไนโตรเจนไดออไซด์ออกมา ซึ่งเป็นโมเลกุลที่จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน 2 อะตอม (O2) และกลายเป็น O3 หรือโอโซนออกมา แต่ประเด็นสำคัญก็คือความร้อนทำให้โอโซนเกิดในปริมาณมากยิ่งขึ้น

“อุณหภูมิที่ร้อนขึ้น จะทำให้สารเคมีรวมตัวกันและสร้างโอโซนได้ง่ายขึ้น” Jeremy Porter) นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศที่บริษัทวิจัย Frist Street กล่าว “สิ่งนี้มักจะเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ”

รายงานการประเมินสภาพภูมิอากาศแห่งชาติคาดการณืว่า การเกิดโอโซนในระดับพื้นดินที่รุนแรงจะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องประสบกับคลื่นความร้อนอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงเมืองที่ร้อนอยู่แล้วและมีการจรจาจรมากเป็นทุนเดิม

#คนรับกรรมคือเราเอง

นอกจากจะเป็นอันตรายกับผู้ที่มีปัญหาด้านระบบหายใจแล้ว โอโซนยังทำให้เกิดอาการไอและอาการเจ็บขณะหายใจ ผลกระทบดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้แม้แต่กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง การทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่มีโอโซนระดับพื้นดินสูง จะทำให้เกิดการปวดแสบปวดร้อนที่คอและหน้าอกได้

แต่ผลกระทบนั้นร้ายแรงยิ่งขึ้นกับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้อาการหอบหืดกำเริบ ถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบ และอาจถึงขึ้นเสียชีวิตได้เลย แม้แต่ต้นไม้บางชนิดที่แข็งแรงก็สามารถได้รับความเสียหายทันทีจากระดับโอโซนภาคพื้นดินที่มากเกินไป

“ทุกคนต้องให้ความสนใจกับโอโซนมากขึ้น” Jeffrey Yanosky นักวิจัยจากสถาบันพลังงานและสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเพนน์สเตต กล่าว “คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีสารที่อาจเป็นอันตรายในบรรยากาศ และระดับของสารเหล่านั้นอาจเพิ่มสูงขึ้น”

ที่มา

https://www.nationalgeographic.com/…/ozone-depletion

https://www.epa.gov/gro…/health-effects-ozone-pollution….

https://www.nationalgeographic.com/…/climate-change…

https://scdhec.gov/…/most…/about-ozone/how-ozone-formed

https://forces.si.edu/Atmosphere/02_05_04.html

Photo : National Renewable Energy Laboratory, Colorado State University

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...