โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยามศึกรบ ยามสงบค้า “ชุมชนชาวพม่า” ตั้งรกรากค้าขายในอยุธยาตรงไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 17.35 น.
ภาพ “ยูเดีย” (อาณาจักรอยุธยา) วาดโดยโยฮันเนส วิงโบนส์ (Johannes Vingboons) ต้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เรามักคิดถึงพม่าในบทบาทศัตรูที่ทำสงครามกับกรุงศรีอยุธยา แต่ที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยา-พม่า ยังมีอีกหลายมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงการตั้งรกราก ที่ปรากฏหลักฐาน “ชุมชนชาวพม่า” อยู่ในกรุงศรีอยุธยา

กำพล จำปาพันธ์ นักวิชาการประวัติศาสตร์ เล่าไว้ในหนังสือ “Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษาและโลกาภิวัฒน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

สมัยกรุงศรีอยุธยา การค้ากับพม่าโดยมากจะอยู่บริเวณหัวเมืองชายแดน เช่น ตาก อุทัย กาญจนบุรี ราชบุรี มะริด ตะนาวศรี อาจมีบ้างที่เข้ามาติดต่อถึงกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากการค้าของพม่าเน้นลงใต้สู่อ่าวเมาะตะมะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สะดวกและเหมาะสมกว่า ช่วงหลังจึงมีพ่อค้าพม่าเข้ามากรุงศรีอยุธยาไม่มาก ประกอบกับการเข้าไปมีอิทธิพลต่อล้านนา พม่าจึงเข้าไปติดต่อค้าขายกับบ้านเมืองในลุ่มแม่น้ำโขงด้วย

โดยทั่วไปหากพ่อค้าพม่าจะเข้ามาติดต่อค้าขายในกรุงศรีอยุธยา มักแทรกปนมากับพ่อค้าชาวมอญ กะเหรี่ยง เงี้ยวหรือไทใหญ่ และอาศัยเครือข่ายของชาวมอญในการเข้าถึงทรัพยากรของกรุงศรีอยุธยา เพราะความใกล้ชิดทางภาษาและวัฒนธรรม

เป็นไปได้ว่า ในชุมชนมอญที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งพื้นที่ในและรอบนอกเกาะเมืองอยุธยา จะมีสมาชิกชุมชนบางส่วนเป็นชาวพม่าหรือเครือญาติของพม่ารวมอยู่ด้วย

ชุมชนชาวพม่าอยู่ที่ไหนในกรุงศรีอยุธยา?

กำพลบอกว่า บันทึกของเยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) บอกว่า ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอยุธยากับพม่าค่อนข้างเลวร้าย พบว่า มีพ่อค้าชาวพม่านำสินค้าต่างๆ จากพะโคและอังวะมาขายในตลาดอยุธยา อาทิ กำยาน กำมะถัน ขี้ผึ้ง อัญมณีต่างๆ เพียงแต่ไม่ปรากฏหลักฐานการตั้งชุมชนของชาวพม่าในรัชสมัยนี้

ชุมชนชาวพม่าในกรุงศรีอยุธยา มาปรากฎหลักฐานในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ซึ่งเป็นยุคปลายกรุงศรีอยุธยาเข้าไปแล้ว

ช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์กบฏมอญ นำโดยสมิงทอ ยึดเมืองหงสาวดีได้สำเร็จ นักวารุตองกับมังรายจอสู ผู้นำพม่าที่เมืองเมาะตะมะมีความหวั่นกลัวสมิงทอกับพรรคพวก จึงพาสมัครพรรคพวกราว 300 คน หลบหนีเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา ขอพระบารมีเป็นที่พึ่ง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระกรุณารับไว้ โปรดให้ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณ วัดมณเฑียร ตรงริมคลองทางทิศตะวันออกของวังหลัง วัดสวนหลวงสบสวรรย์ (ที่ตั้งของพระเจดีย์สุริโยไทในปัจจุบัน) นักวารุตองกับมังรายจอเป็นกลุ่มพ่อค้า ในครั้งนั้นได้ “พระราชทานตราคุ้มห้ามให้ค้าขาย” ด้วย

ภายหลังชุมชนชาวพม่าขยายไปครอบคลุมพื้นที่ ตลาดวังหลัง และตลาดวัดงัวควาย (วัดวัวหรือวัดเขาวัว ใกล้วัดศรีโพธิ์) ซึ่งจาก “คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม: เอกสารจากหอหลวง” พบว่า มีชาวพม่าประกอบอาชีพฆ่าเป็ดไก่ขาย สำหรับนำไปปรุงอาหารอยู่ที่ตลาดวัดงัวควายด้วย

ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ มีชาวพม่าอีกกลุ่มเข้ามาคือ หุยตองจา เจ้าเมืองทวาย โปรดให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ บางปลาสร้อย (ชลบุรี) ไกลจากฝั่งตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ชาวพม่าคุ้นเคย

เหตุที่ทรงให้ไปตั้งบ้านเรือนไกลถึงเพียงนั้น กำพลสันนิษฐานว่า น่าจะเพราะราชสำนักพระเจ้าเอกทัศน์ไม่ไว้วางใจ เกรงจะเป็นไส้ศึก เพราะเป็นช่วงเวลาที่อยุธยาเริ่มมีเรื่องกระทบกระทั่งกับพม่า ไม่ใช่ช่วงที่มีสัมพันธไมตรีเหมือนอย่างในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยามศึกรบ ยามสงบค้า “ชุมชนชาวพม่า” ตั้งรกรากค้าขายในอยุธยาตรงไหน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...