มติเอกฉันท์! “ทรัมป์” ผิดทุกกระทง คดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 67 คณะลูกขุน 12 คนในนิวยอร์กตัดสินด้วยข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์ ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ ทำมีความผิดทางอาญาทั้ง 34 กระทง ตามที่อัยการยื่นฟ้องในคดีปลอมแปลงหลักฐานทางธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับการจ่ายเงิน 130,000 ดอลลาร์ (เกือบ 5 ล้านบาท) ให้กับ “สตอร์มี แดเนียลส์” ดาราหนังผู้ใหญ่ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เขาชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 59
โดยคำพิพากษาดังกล่าว ทำให้ทรัมป์เป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินให้มีความผิดทางอาญา โดยในแต่ละกระทงมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 4 ปี
การพิจารณาคดีอาญาครั้งแรกของทรัมป์ วัย 77 ปี จบลงด้วยการที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้ง 34 กระทง เกี่ยวกับการปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจเพื่อหลบซ่อนการจ่ายเงินที่มีจุดประสงค์เพื่อปิดปากแดเนียลส์ แต่ทรัมป์ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องมีการวางเงินประกัน และเชื่อว่าเขาจะทำการยื่นอุทธรณ์ต่อไป
ขณะที่ทรัมป์ได้ประกาศกับผู้สื่อข่าวว่า ผลของการพิจารณาคดีดังกล่าวเป็นเรื่องน่าอับอายและเป็นเรื่องฉ้อโกง ทั้งยังประกาศด้วยว่าคำตัดสินที่แท้จริงจะมาจากการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย. 67 นี้
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัมป์กลายเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกพิพากษาว่าทำผิดในคดีอาญา แต่มันไม่ได้ขัดขวางเขาจากการดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาวอีกครั้ง แม้ว่าผู้พิพากษาฮวน เมอร์ชาน จะตัดสินจำคุกเขาก็ตาม
ด้านทีมหาเสียงของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ระบุว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” ไมเคิล ไทเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของไบเดนบอกว่า “ในนิวยอร์กทุกวันนี้ เราเห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย โดนัลด์ ทรัมป์ เชื่ออย่างผิด ๆ มาโดยตลอดว่าเขาจะไม่มีวันต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการละเมิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของเขาเอง”
เขาเสริมว่า “แต่คำตัดสินของวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า ชาวอเมริกันเผชิญกับความเป็นจริงที่เรียบง่าย มีทางเดียวเท่านั้นที่จะกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว นั่นก็คือที่กล่องลงคะแนน ไม่ว่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิดหรือไม่ก็ตาม ทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน”