ครูเงาะ ติด ‘กระดุมเม็ดแรกของการดับทุกข์’
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 10.18 น. • The Bangkok Insightครูเงาะติด“กระดุมเม็ดแรกของการดับทุกข์”
ชีวิตทุกคนเกิดมามีความแตกต่างกัน แต่ประสบการณ์ สิ่งที่ประสบพบเจอได้นำพาให้ชีวิตมุ่งมั่นไปสู่จุดหมายและความสำเร็จ หากมีความตั้งใจอันมุ่งมั่น ตัวอย่างของบุคคลที่มีใจแน่วแน่ในการศึกษาธรรมะและเรียนรู้แนวทางการพ้นจากความทุกข์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ นักพัฒนาศักยภาพมนุษย์และครูสอนการแสดง ได้มาแบ่งปันประสบการณ์และสนทนาธรรมในหัวข้อ“ธรรมะทำ ทำไมธรรมมะ” บนเวที เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่น จัดโดย พุทธปัญญาชมรม บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่
ครูเงาะเริ่มเล่าเรื่องในวัยเด็กว่า ที่บ้านของครูเงาะนั้นคุณพ่อชอบยิงนกตกปลา วนคุณแม่จะใส่บาตรสวดมนตุ์กวัน พี่สาวของครูเงาะประสบอุบัติเหตุจากไปตั้งแต่ครูเงาะยังไม่เกิด และคุณพ่อก็จากไปตอนครูเงาะอายุได้6 ขวบ ด้วยโรคตับแข็ง ครูเงาะเล่าว่าที่คุณแม่ผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้เพราะคุณตาคุณยายเป็นสายธรรมะเหมือนกัน บอกกับคุณแม่ว่า บุญเขามาแค่นี้ ที่เป็นความเชื่อแบบคนไทยพุทธ บุญเขาหมดแค่นี้ ถึงเวลาที่ต้องไป ไม่เอาผิดคนที่ขับรถมาชนลูก แม้แต่บาทเดียวแม่ก็ไม่ได้เอา เพราะแม่มีความรู้สึกว่า ถ้าถึงเวลาต้องตาย เขาต้องตาย แม่เป็นคนเชื่อในเหตุของกรรมมากๆ จึงก้าวข้ามเหตุการณ์นั้นมาได้
ครูเงาะยังเล่าอีกว่าที่บ้านจะทำบุญแบบประเพณีนิยมก็คือสวดมนต์ที่เราไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรใส่บาตรแล้วก็หวังว่าทุกอย่างชีวิตเราจะดีจากการใส่บาตรแล้วก็ได้ทำบุญกับพระอริยะเพราะที่แถวบ้านจะมีสำนักสงฆ์ที่หลวงปู่ชอบหลวงปู่หลุยส์ท่านจะมาอยู่ตรงนั้นประจำพี่ชายก็จะพาไปกราบหลวงปู่ชอบหลวงปู่หลุยส์ตั้งแต่เด็กเดินสายหาพระทางอีสานตรงไหนว่าดีก็ต้องไปกราบท่านหวังจะเอาบุญมาไว้กับตัวของเราแต่เชื่อไหมว่าตลอดระยะเวลาที่เราเดินสายแบบนั้นเงาะเกือบเอาตัวไม่รอดกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นคนอารมณ์เย็นแต่ไม่ยอมคนไม่ยอมเอาซะจริงๆเลยแม้ในตอนเด็กเวลาเถียงแม่ก็เถียงคำไม่ตกฟากโตมาพอมีแฟนก็ทะเลาะกับแฟนไม่ลดละจนเกือบตายบนถนนแต่วันนั้นพอขับรถออกมาสติมันถึงมาเพราะความทุกข์มันดับสติมันค่อยผุดปัญญามันผุดขึ้นมาความละอายก็เกิดเห็นหน้าแม่ลอยขึ้นมาทำไมวันนี้เด็กคนนี้ถึงโง่ขนาดที่ให้อารมณ์ควบคุมผลลัพธ์ในชีวิต
สิ่งที่ทำถัดมา คือครูเงาะออกเดินทางตามหาหนทาง เลยไปเรียนนั่งสมาธิ นั่งนานบางทีนั่ง2 ชั่วโมงก็นั่ง นั่งก้าวข้ามเวทนาได้ก็นึกว่าเป็นฮีโร่ นั่งเห็นแสงไฟวิบวับก็นึกว่าใช่ ไม่ได้รู้เรื่องเลย ไม่ได้แตะแก่นพุทธศาสนาเลย ชอบความสงบ ใครมาทำให้ไม่สงบก็ด่าอีก พอหาเรียนเมืองไทยแล้วต้องไปเรียนต่างประเทศ จ่ายเงินเรียนถึง300,000 บาท ไปเรียนที่เยอรมัน เค้าบอกว่าคนนี้เก่งมาก สอนเรื่องขันธ์ แล้วสอนแค่2 ขันธ์สอนแบบผิวเผินไม่ได้ลงลึก ซึ่งเราเคยอ่านเรื่องนี้จากหลวงปู่ชามาก่อน เพราะสมัยเป็นเด็กมีความสนใจเรื่องนี้ เป็นคนชอบเรียนพุทธศาสนาตั้งแต่เด็ก เป็นตัวแทนห้องเรียน ผู้ประกาศพุทธศาสนา รู้ทุกอย่างแต่ไม่เข้าใจซักอย่าง ท่องได้หมด อิทธิบาท4 สังฆวัตถุ4 ได้หมด แต่เอาไปใช้ไม่เป็น เงาะอ่านหนังสือหลวงปู่ชาท่านสอนเรื่องสัญญาสังขารไว้ท่านบอกว่า ถ้าเกิดวันนี้เราเอาโถชักโครกที่เพิ่งออกจากโรงงานมาใหม่ แล้วเอาอาหารตักไปใส่ตรงนั้น ให้พวกเรากิน พวกเราก็จะไม่อยากกิน เพราะสัญญาของเรามันฝังไว้ เราโดนสัญญาหลอก สัญญาคือความทรงจำใช่ไหม ทีนี้ฝรั่งฝรั่งเค้าสอนวันสุดท้ายก่อนจะกลับบังคับให้ทุกคนแชร์ ก็เลยยกเรื่องที่หลวงปู่ชาสอน คนในห้องประมาณ20% เดินมาหาครูเงาะแล้วบอกว่าฉันนั่งเรียนอยู่ไม่รู้เรื่องเลยเพิ่ง เพิ่งเข้าใจตอนเธอแชร์ อาจารย์ของเธอเป็นใคร ตั้งเจตนาเลยวันนั้นว่าขอให้ข้าพเจ้าได้พบครูบาอาจารย์ที่ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจแก่นธรรมของพระศาสนาด้วยเถิด
เชื่อไหมว่า2600 กว่าปีมาแล้ว ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดเลยสามารถคัดค้านคำสอนของพระพุทธได้แม้แต่ข้อเดียว มีแต่นักวิทยาศาสตร์ตามทุกอย่าง เรื่องที่ท่านบอกไว้หมด ลำไส้ขนาดไหน สั้นขนาดไหนนี่อยู่ในพระไตรปิฎกในร่างในไส้ของมนุษย์มีพยาธิอยู่จำนวนเท่าไหร่ บอกระยะเด็กในครรภ์มารดาบรรยายไว้หมดแล้ว ฉะนั้นแหล่งความรู้ที่เพียงพอแล้วต่อการดับทุกข์มันอยู่ในพระไตรปิฎก
วันหนึ่งครูเงาะได้ไปเจอพระอาจารย์ต้น ธรรมนาวา ท่านก็เป็นพระปฏิบัติชอบ ท่านเป็นพระที่อยู่ในป่าแล้วออกมาเพื่อเผยแผ่ธรรมของท่าน ท่านบวชตั้งแต่ปี2543 แล้วออกมาเริ่มเผยแผ่ตั้งแต่ปี2547แต่ท่านทำเงียบๆอยู่ในป่าที่จังหวัดเชียงรายในอดีตครูเงาะจะเป็นคนที่มีอัตตามานะสูงเพราะว่าด้วยความที่เป็นคนไม่ยอมคนนี่คือสันดานของเราที่ติดมาแล้วแต่ละคนมีสันดานไม่เหมือนกันบางคนจะเป็นขี้กลัวบางคนจะเป็นขี้โกรธบางคนจะเป็นถือดีบางคนจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ของครูเงาะจะเป็นเรื่องของความถือดีแต่แปลกมากทันทีที่อ่านธรรมะของพระอาจารย์ต้นก็เกิดภาวะที่ใจเราไม่ต้านเลยรู้สึกนอบน้อมจึงลองเข้าไปฟังธรรมของท่านสิ่งที่ท่านสอนมันดับทุกข์ในชีวิตของเราได้จริงๆ
พระพุทธเจ้าสอนอะไรพระพุทธเจ้าไม่ใช่เป็นผู้คิดค้นพระพุทธศาสนาท่านเป็นคนค้นพบเพราะสิ่งที่ท่านสอนนั้นมันมีอยู่แล้วในโลกแม้ท่านจะสอนหรือไม่สอนสิ่งนี้มีอยู่ในโลกแต่ท่านมาสอนให้เราเห็นทางพระไตรปิฎกเป็นธรรมะจากพระพุทธเจ้าซึ่งเรามีเอาไว้ใช้แต่ปัญหาของคนไทยคือมีเอาไว้สวดซึ่งพระพุทธเจ้าเคยห้ามศาสนาพุทธแปลว่าการประกาศย้ำสอนจิตเพื่อเอาไปใช้จริงในชีวิตฉะนั้นพระพุทธศาสนาไม่เน้นการสวดมนต์พระพุทธศาสนาให้กล่าวพร่ำสาธยายแต่สาธยายในอดีตสาธยายกันเป็นภาษามคธเป็นภาษาธรรมชาติที่พูดภาษามคธหรือบาลีตัวเขียนเป็นอันเดียวกันแต่การท่องไม่ผิดถ้าเราเข้าใจความหมาย
เมื่อเราปฏิบัติธรรม สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือ การนั่งสมาธิ ระดับของสมาธิแปลว่าจิตตั้งมั่น พระพุทธเจ้าตรัสถึง คุณของสมาธิไว้4 ประการ หนึ่งสมาธิที่พวกเรานั่งหลับตากันจะช่วยทำให้สงบสบายใจ แต่ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ ท่านสรรเสริญว่า ถ้าจิตมันฟุ้งมากก็นั่งสงบใจ นั่งสงบใจได้ความสงบ
สมาธิแบบที่สองคือเพื่อฤทธิ์ซึ่งก็มีจริงเราก็จะเห็นข่าวปลุกเสกหรือบางคนนั่งสมาธิเจอนิมิตก็ออกมาใบ้หวยต่างๆเป็นต้นซึ่งในปัจจุบันเราไปติดอยู่ที่ฤทธิ์เป็นส่วนใหญ่
สมาธิระดับที่สามคือเพื่อสร้างสติ
สมาธิตัวที่สี่ต่างหากที่พระพุทธเจ้าบอกว่าใช้เพื่อการดับทุกข์นั่นคือสมาธิในการตั้งมั่นเห็นขันธ์5 เกิดดับ
เราเห็นขันธ์ห้าเกิดดับเฉยเฉยเราเรียกว่าแค่สติ แต่ถ้าเมื่อไหร่จะพ้นทุกข์ได้พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนเลย อริยสัจสี่เป็นเส้นทางเดียวที่จะทำให้ออกจากเวียนว่ายตายเกิดได้ต้องมีอริยสัจสี่เข้าจับ
ครูเงาะเจริญสติมาตั้งแต่หลังจากที่มีเรื่องบนถนน ก็เริ่มไปฝึกสติ เห็นตัวเองมีสติได้กุศลได้ผลแห่งสติ ผลแห่งสติคืออะไร คือพอเห็นความโกรธ รู้ว่าความโกรธ ก็นึกว่าเราปฏิบัติแล้ว โกรธรู้ว่าโกรธ เศร้ารู้ว่าเศร้า อกหักรู้ว่าอกหัก ตอนนั้นร้องไห้ก็รู้ว่าร้องไห้ ก็ดูมันไป แต่สิ่งที่มันขาดคือ กระดุมเม็ดแรก สัมมาทิฏฐิ สมาธิในมรรค8 คือข้อแรก ทำไมพระพุทธเจ้าถึงตรัสไว้เป็นข้อแรก เป็นสิ่งที่เหมือนกับท่านบอกว่าพระอาทิตย์ ก่อนจะขึ้นเราจะเห็นแสงแรก แสงที่เราจะรู้ว่าอีกไม่นานพระอาทิตย์จะขึ้น เช่นเดียวกันหากคุณจะทำให้ตัวเองเข้าสู่นิพานคุณต้องเห็นแสงแรก คือสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิ จึงเป็นธงไชยของทั้งหมด คุณทำทานแต่ไม่มีสัมมาทิฏฐิ คุณก็ได้แค่ระดับบุญ สุดท้ายก็ไปเกิดเป็นเทวดา เทวดาหมดบุญ หมดบุญก็ตกนรกได้
ทุกข์มีไว้รู้ สมุทัยมีไว้ละ นิโรธทำให้แจ้ง มรรคทำให้เจริญ เมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้นในจิต ไม่หนี ทนดูความทุกข์นั้นให้ได้ ปัญหาเราคือไม่ทนให้มันดับ ถ้าจะเจริญอริยมรรคในชีวิตจริง ให้ทักว่าสิ่งนี้เป็นความคิดปรุงแต่ง เราแค่รู้ ทุกข์มีไว้รู้ สมุทัยต่างหากที่ให้ละ เกิดจนมันดับเรียกนิโรธ พอมันดับได้ทำให้แจ้ง การเห็นทั้งกระบวนการนี้เรียกว่ามรรค หากเฝ้าดูการเกิดดับนี้ตลอดนี่คือเส้นทางแห่งอริยมรรค
พบกับกิจกรรมเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา12.00-13.30 น. ผ่านช่องทางfacebook fanpage CPALL หรือสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน พร้อมรับฟังคติธรรมดีๆ ในช่องทางTikTok ได้ที่ ธรรมะTikTok
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'มืองไทยประกันชีวิต' ลุยมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24
- บอล เชิญยิ้ม แจ้งข่าวเศร้า! ตลกหญิงซูเปอร์เจ๋ง เสียชีวิตแล้ว เพื่อนร่วมอาลัย
- พระเอกดัง เตรียมบวชแก้บน 15 วัน ช็อก! หมอดูทักอาจไม่สึกตลอดชีวิต
ติดตามเราได้ที่