เกิดใหม่เป็นลูกชายของป๊ะป๋ามาเฟีย
ข้อมูลเบื้องต้น
"ป๊าเมื่อไหร่จะให้อาเร็มมีแฟนอะ"
"เอ็งตัวแค่นี้ริอาจมีแฟน อยู่เป็นเพื่อนป๊านี่แหละ"
"วุ้ย !! ป๊าไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย"
"เอ็งเพิ่งจะหกขวบเลิกดูดขวดนมให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาคุยกับฉัน"
เจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มอย่างเทลถึงกับปวดหัวกับลูกชายตัวน้อยจนต้องเปิดรับสมัครบอดี้การ์ดมาให้ลูกชายตัวแสบเพราะกลัวลูกชายตัวน้อยจะมีแฟนก่อนวัยอันควร
"กูละปวดกบาลกับมันจริงๆ"
(เทล)
****
อิชิน part
อาเร็ม
"นายเป็นใครอ่ะ"
อิชิน
"เป็นพ่อนายมั้ง"
อาเร็ม
"หูย !! เร็มมีพ่อคนเดียว"
อิชิน
"งั้นเหรอ"
"yes!! หรือพี่อิชินจะมาเป็นพ่อเร็มอีกคน"
"ฝันอยู่เหรอครับคุณหนู"
******
เมมโมรี่ขอแจ้งแม่ ๆ เรื่องอายุพระเอกและนายเอกสักนิดค่า
อิชินเจอน้องเร็มตอนอายุ 6 ขวบ ตอนอิชินอายุ 20 ปี
ทั้งคู่มีอายุห่างกัน 14 ปี
(เรื่องนี้คนพี่หลงเสน่ห์น้อง)
พระเอกของเรากินเด็กนะคะ
ส่วนคนน้องกินคนแก่ค่ะ
-น้องเร็มชอบคนดูแลตัวเองได้และมีความคิดเป็นผู้ใหญ่)
ตอนที่ 1 บล็อกโคลีคุมกำเนิด
เฮ้อ วันนี้กินอะไรดีนะ
เด็กหนุ่มเลิกจากงานในตอนเย็นกำลังเดินหากับข้าวในตลาด มืออีกข้างแบกกระเป๋าโน๊ตบุ๊กใบใหญ่หิ้วของพะรุงพะรังไหนจะเอกสารในมือของตนนั่นอีก ข้าวก็หิวงานก็ต้องแบกกลับไปทำที่บ้าน เนื่องด้วยหัวหน้าเร่งงานแต่ก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี
แต่แล้วร่างบางก็มองไปเห็นแม่ค้าร้านขายกับข้าวกำลังผัดบล็อกโคลีชิ้นใหญ่อยู่หน้าตาน่ากินมาก
คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคอตามมันต้องอร่อยมากแน่ ๆ ดูจากที่ลูกค้าหน้าร้านกำลังต่อคิวแล้ว
งั้นผมกินเจ้านี่ก็แล้วกัน ร่างบางรีบเดินไปต่อแถวเมื่อมาถึงคิวของตนก็สั่งไซซ์ใหญ่พิเศษไปเลย
“ป้าครับขอชิ้นใหญ่ ๆ นะ”
กลิ่นของซอสผัดกับข้าวหอมโชยแตะจมูกชวนให้หิวมากขึ้นไปอีกอยากกลับบ้านไปกินเร็ว ๆ แล้วสิ
“เท่าไหร่ครับป้า” รีบวางของที่ตัวเองถืออยู่ลงที่พื้นก่อนจะล้วงเอากระเป๋าตังค์ของตัวเองออกมาเพื่อจ่ายเงิน
“แปดสิบบาทไอ้หนู”
“นี่ครับ” ร่างบางยื่นแบงก์ร้อยให้คุณป้าและรับเงินทอนมาพร้อมกับถุงผัดบล็อกโคลีก่อนจะหอบเอาเอกสารและกระเป๋าโน๊ตบุ๊กกลับบ้าน
อาเร็มโยนของทุกอย่างไว้บนโซฟาและเดินเข้าครัวไปเพื่อหาน้ำกินอากาศข้างนอกก็ร้อนแสนร้อนไม่รู้โลกจะแตกเมื่อไหร่
อาเร็มเดินออกมาเปิดข่าวทีวีดูก่อนจะนั่งลงแกะห่อบล็อกโคลีผัดไข่ออกมาใส่จานและตักข้าวที่เหลืออยู่ในหม้อออกมากิน ยังดีเมื่อเช้าก่อนออกไปทำงานชายหนุ่มได้หุงข้าวทิ้งไว้ ไม่อย่างงั้นกลับบ้านต้องมาหุงข้าวอีกคงหิวไส้กิ่วพอดี
ข่าวในช่วงนี้มีแต่ข่าวของพวกมาเฟียเกลื่อนเมืองเต็มไปหมดไม่รู้ว่าจะแข่งกันเบ่งอำนาจกันไปถึงไหนนี่อย่าให้ผมเกิดมาเป็นลูกมาเฟียนะผมจะฆ่าล้างตระกูลพวกมันให้หมดเลยพวกที่นิสัยไม่ดีเนี่ย คนตัวเล็กบ่นประหนึ่งตัวเองเป็นมาเฟียในข่าวที่กำลังเข็นฆ่ากันอยู่ในช่วงนี้แถมมีคนตายไม่เว้นแต่ละวัน
คนพวกนี้น่าจับส่งเข้าคุกให้หมด ไม่ก็ฆ่าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อาเร็มสบถออกมาไม่หยุดพร้อมกับตักผัดบล็อกโคลีเข้าปากไปด้วย
อือหือ ป้าคนขายผัดอร่อยฉิบว่าแล้วก็ตักไข่เข้าปากอีกคำเจ้านายก็มาเร่งจะเอางานอะไรวันนี้ก็ไม่รู้แม่ง แน่จริงมาทำเองมางานเอกสารนะเว้ย ไม่ใช่งานขี้ปะติ๋ว สั่งเมื่อกี้จะเอาเดี๋ยวนี้ถ้าพ่อกับแม่ผมยังอยู่ผมคงไม่ต้องมานั่งลำบากทำงานบริษัทงก ๆ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าบ้านไปวัน ๆ หรอก เฮ้อ อาเร็มถอนหายใจออกมา
งั่ม งั่ม
ทำไมผมไม่เกิดมาเป็นลูกคนรวยบ้างวะ จะนั่งกินนอนกินไม่ทำอะไรทั้งนั้นเลยแม่งอิจฉาพวกคนรวยที่นั่ง ๆ นอน ๆ ก็มีกินชะมัด
ชายหนุ่มยังคงตัดพ้อกับชีวิตของตัวเองวนไปและกินข้าวไปด้วย
แคก แคก ยัดข้าวเข้าไปเยอะถึงกับสำลักออกมาต้องควานหาน้ำมือเล็กคว้าไปที่แก้วน้ำและรีบยกขึ้นดื่มทันทีมือเล็กยกมือขึ้นทุบอกเบา ๆ
วู้ว เกือบข้าวติดคอตายแล้วไหมล่ะ
ผมชื่อ อาเร็มครับ เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านที่พ่อและแม่จากไปเพราะอุบัติเหตุตอนใกล้เรียนจบพอดี ผมไม่มีญาติที่ไหนหลังจากครอบครัวจากไปก็ใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอดยังดีที่เรียนอีกเทอมเดียวก็จบแล้ว
ในตอนที่อยู่คนเดียวก็มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือมากมายจนตั้งตัวได้และเรียนจบจึงรีบหางานบริษัททำซึ่งผมก็ได้เข้าทำงานเกี่ยวกับเอกสารด้านกฎหมายเป็นบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งทำเกี่ยวกับเอกสารหนี้และทรัพย์สินยังดีที่ภายในบริษัทพนักงานทุกคนอยู่กันเหมือนครอบครัวแต่ละคนให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างกันดีและอัธยาศัยดีกันทุกคน ผมจึงไม่ต้องเปลี่ยนงานเพราะสามารถเข้ากับพวกเขาได้ดีเลย ยกเว้นหัวหน้าคนเดียวที่ผมแสนจะรำคาญ ไม่รู้จะบ่นอะไรนักหนาที่ต้องทนทำงานที่นี่เพราะสวัสดิการมันดีและเพื่อนที่ทำงานดียกเว้นหัวหน้างานที่คอยสั่งงานนรกแตกสั่งวันนี้จะเอาพรุ่งนี้ใครจะไปทำทัน แต่ผมก็ทำทันมันทุกครั้งเรียกได้ว่าระยะแดงเดือด ผมทำงานที่นี่ได้สามปีแล้วคุ้นเคยกับงานเป็นอย่างดี วัน ๆ พิมพ์แต่งานทำเอกสารส่งอีกแผนกทุกวัน บางวันทางบริษัทก็จัดสังสรรค์ให้พนักงานพากันกินเลี้ยงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดก็สนุกไปอีกแบบ ชีวิตของผมจะได้ไม่น่าเบื่อมากนักพอได้มีเพื่อนเที่ยวไม่เหงา
ตอนนี้ผมอายุยี่สิบห้าปีแล้ว แฟนก็ไม่มี สถานะโสดไปวัน ๆ ทำแต่งานกลับบ้านมาก็เหนื่อยและหาเวลาออกไปเดตแทบไม่มีจะเอาเวลาไหนไปมีแฟนกับเขา ผมจึงใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายเพราะมีหนี้บ้านที่ครอบครัวยังจ่ายไม่หมดเป็นภาระจึงต้องตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าบ้าน
ลำพังเงินแต่ละเดือนแทบไม่เหลือเก็บ ความลำบากนี่น่ากลัวจริง ๆ ชายหนุ่มนึกตัดพ้อให้กับชีวิตของตัวเอง
จนมาถึงบล็อกโคลีในจานชิ้นสุดท้ายมันใหญ่มากร่างบางตักมันใส่ช้อนขึ้นมาใส่ปากและรีบกลืน
“โอ้ว แคก แคก” อาเร็มสำลักอีกครั้งพร้อมกับควานหาน้ำซึ่งน้ำที่เขากินนั้นหมดแล้วจึงทำให้ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจะวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำกินแต่กลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเจ้าก้อนบล็อกโคลีติดเข้าไปในหลอดลมทำให้หายใจไม่ออกมือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นจับที่คอของตัวเองและล้มลงไปกับพื้น
อ๊าก หายใจไม่ออก
คนตัวเล็กดิ้นไปมาตาเหลือกขึ้นบนพยายามจะคว้ามือไปจับโทรศัพท์บนโต๊ะแต่ก็ไม่สำเร็จลมหายใจเริ่มรวยรินร่างบางหลับตาลง
ผมจะมาตายเพราะบล็อกโคลีเจ้ากรรมไม่ได้นะงื้อ
ร่างบางหลับตาลงค่อย ๆ หมดลมหายใจไป
จนผ่านไปสามวันกลิ่นเหม็นเริ่มโชยทำให้เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่าจึงเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้มาตรวจสอบดู
หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามเรียกอยู่หน้าบ้านหลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับจึงพังประตูเข้าไปในบ้านซึ่งพบศพเน่าขึ้นอึดจนต้องจุดธูปเพื่อไล่กลิ่นเหม็นและทำการแจ้งเจ้าหน้าที่มาเก็บศพเพื่อไปทำพิธีต่อ
งานศพผ่านไปได้ด้วยดีโดยทางมูลนิธิเป็นคนจัดการทำให้
วาร์ป
เสียงสีขาวสว่างขึ้นอีกครั้งร่างของอาเร็มมาโผล่ที่ไหนสักแห่งล่องลอยอยู่ในอากาศ
นี่ผมอยู่ที่ไหนนี่
“สวัสดีเด็กน้อย ยินดีต้อนรับสู่สวรรค์” หญิงสาวร่างบางหน้าตาจืดชืดโผล่ออกมาจากทางด้านหลังของชายหนุ่ม
“คะ คุณเป็นใคร”
“ฉันเหรอ เป็นคนที่จะส่งนายไปเกิดใหม่”
“เกิดใหม่ คืออะไร ผมตายแล้วเหรอ”
เธอพยักหน้าให้
อ๊ะ นี่ผมตายแล้วงั้นเหรอ โฮ T^T ทำไมผมตายได้อนาถขนาดนี้เพราะความอยากกินบล็อกโคลีเนี่ยนะ
“เอ่อ ที่ว่าจะส่งผมไปเกิดใหม่คือยังไงเหรอครับ” เพราะไม่เข้าใจความหมายที่เธอสื่อจึงถามออกไป
“นายจะได้ชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของนายว่าโดนส่งไปไหน ไม่มีเวลาแล้วฉันขอให้นายโชคดี”
หลังจากนั้นแสงสีขาวก็สว่างจ้าขึ้นรอบตัวชายหนุ่มก่อนจะเลือนราง
อะ เฮ้ย
ร่างของอาเร็มหมุนติ้ว ๆ หายวับไป
“ขอให้นายสนุกกับชีวิตใหม่นะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางตัวของชายหนุ่มที่หมุนติ้ว ๆ เป็นวงกลม
ว่าแต่เขาจะให้ผมไปเกิดเป็นอะไรหว่ายังถือว่าผมทำบุญมาเยอะเหมือนกันนะไม่คิดว่าตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์เลยแถมยังได้ไปเกิดใหม่รวดเร็วทันใจอีกไม่ว่าชีวิตของผมจะเป็นอย่างไรขอให้มีชีวิตใหม่ที่ดีก็พอ
อาเร็มหลับตาลงแสงสีขาวรอบตัวก็พันสว่างจ้าหายไป
ตอนที่ 2 เกิดใหม่ในร่างเด็ก
อุแว้ อุ้แว้ อุแว้
เสียงร้องของเด็กทารกแรกเกิดดังขึ้นร้องลั่นโรงพยาบาล
มารดาผู้ให้กำเนิดหอบหายใจรวยรินหันไปมองหน้าสามีหนุ่มของเธอก่อนจะส่งยิ้มให้สามีของเธอรีบเข้าไปจับมือเพื่อให้กำลังใจ
“ริน เธอเป็นยังไงบ้าง โอเคหรือเปล่า” ชายหนุ่มกุมมือภรรยาสาวเอาไว้ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้
“รินไม่เป็นไร ลูกเป็นยังไงบ้างคุณ”
“ลูกของเราปล่อยภัยดี”
“ปล่อยภัยก็ดีแล้ว ฉันฝากลูกด้วยนะ” ดูเหมือนว่าเธอจะเสียเลือดเยอะเกินในการผ่าคลอดเมื่อได้ยินว่าลูกปลอดภัยเธอเองก็สบายใจ
“ริน” ลมหายใจของเธอรวยรินเปลือกตาของเธอหนักอึ้งและปิดลงหยาดน้ำตาเล็ดไหลออกมาก่อนจะสิ้นลมหายใจ
“ริน!! หมอช่วยเมียผมด้วย” สามีของเธอตกใจมากลุกพรวดขึ้นตะโกนบอกหมอด้วยความตกใจ
ติ๊ด !!
เครื่องช่วยหายใจดังขึ้นเป็นเส้นตรงจนหมอต้องกรู่เข้ามาปั๊มหัวใจของเธอแต่มันก็ไม่เป็นผลเธอจากไปไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้
งานศพของเธอถูกจัดแบบยิ่งใหญ่อลังการเนื่องจากสามีเป็นเจ้าพ่อมาเฟียผู้มีอิทธิพลของเมืองคนใหญ่โตรวมถึงแก๊งมาเฟียขนาดย่อมยังต้องเข้าร่วมงานท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของใครหลายคนที่ให้ความนับถือเธอ
ส่วนสามีของเธอนั้นอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาในงานพิธีพร้อมกับเงยหน้ามองรูปถ่ายภรรยาสาวที่กำลังมองมาและยิ้มให้
“ทำไมรินต้องจากพี่ไปแบบนี้” เทลก้มหน้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มทำใจไม่ได้เขาได้แต่กลั้นน้ำตาลูกผู้ชายเอาไว้และมองหน้าลูกชายตัวน้อยในอ้อมกอด ยังดีที่ยังเหลือลูกไว้ให้ฉันดูต่างหน้าเทลพูดขึ้นในใจ
“ฉันจะเลี้ยงเขาอย่างดี” ชายหนุ่มพูดต่อหน้ารูปภรรยาสาวก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับลูกชายตัวน้อยที่หลับปุ๋ยในอุ้งมือหนา
ในคืนนั้นฝนโหมกระหน่ำเทลงมาไม่ขาดสาย เทลให้คนขับรถขับพาไปส่งที่บ้านเจ้าลูกชายตัวน้อยทำปากขยับไปมาท่าทางจะหิวนม
ร่างสูงก้มลงมองหน้าลูกชายก่อนจะใช้มือเขี่ยที่ใบหน้าเล็กอย่างอ่อนโยนดวงตาเศร้าหมองและเหม่อลอย
“นายท่านครับตั้งชื่อนายน้อยเถอะครับ คุณผู้หญิงจะได้สบายใจ” ลูกน้องคนสนิทบอกกับเจ้านายของตน เขาเข้าใจเป็นอย่างดีนายท่านรักคุณผู้หญิงมากแต่มันช่วยอะไรไม่ได้เพราะเธอจากไปเพราะเสียเลือดในขณะคลอดลูกชายของเธอ ทุกคนทำได้เพียงไว้อาลัยให้เธอและรำลึกถึง
เทลเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าตารถท่ามกลางสายฝนและเสียงฟ้าร้อง ไปสู่สุคตินะริน ร่างสูงหลับตาลงก่อนจะเอ่ยชื่อลูกชายออกมา
“อาเร็ม ฟอร์”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเสียงเรียบแต่ทรงพลัง
แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ
อ๊ะ ผมอยู่ที่ไหนทำไมขยับตัวไม่ได้อาเร็มพยายามที่จะขยับตัวไปมาอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลร่างกายมันเหมือนถูกโอบเอาไว้หนาแน่น เมื่อลองขยับตัวดูอีกครั้งก็ยังไม่เป็นผลอีกอยู่ดี
อ๊ะ แต่ปากของผมเหมือนจะขยับได้แฮะ เมื่อลองขยับมันดูแล้วและพยายามจะพูด
มีใครอยู่ไหม ที่นี่ที่ไหน
อุแว้ อุแว้
กลับกลายเป็นเสียงร้องไห้ของเด็กแสบแก้วหูขึ้นมาแทน
ชู่ว เทลเมื่อเห็นว่าลูกชายที่นอนหลับอยู่จู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมาซะอย่างงั้นจึงขมวดคิ้วหนาเข้าหากัน
“หิวเหรอ”
หืม เสียงใครน่ะ ?
คุณเป็นใคร อาเร็มพยายามพูดถามออกมาอีกรอบแต่ก็กลายเป็นเสียงเด็กร้องไห้ดังเดิม
ดวงตาเล็กยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นักเห็นเป็นเพียงราง ๆ เท่านั้นและไม่รู้ว่าคนที่อุ้มตัวเองนั้นเป็นใคร
นี่ผมถูกส่งให้มาเกิดเป็นเด็กทารกเหรอเนี่ยให้ตายผมอยากกัดลิ้นตัวเองตายวันละล้านแล้วแบบนี้เมื่อไหร่ผมจะโตถ้ารู้ว่าจะได้มาเกิดเป็นเด็กนี่ผมขอเกิดไปอยู่ในร่างของคนโตแล้วดีกว่าปะโถ่แล้วเมื่อไหร่เจ้าตาบ้านี่จะมองเห็นสักทีภาพเบลอไปหมด
“หิวล่ะสิ รอก่อนนะ ป๊าหยิบนมให้”
ป๊าเหรอ อย่าบอกนะว่าคนที่อุ้มผมอยู่ตอนนี้เป็นพ่อของผมอ่ะ
โอ้ว ไหน ไหน ขอดูหน้าป๊ะป๋าหน่อยสิ อาเร็มพยายามปรับโฟกัสแสงให้พอดีในที่สุดเขาก็สามารถมองเห็นชัดสักทีดูเหมือนว่าเขายังหนุ่มอยู่เลยแฮะ
ไม่นานขวดนมขนาดเล็กก็ถูกเสียบเข้ามาในปากของเด็กน้อย
“อะอ้าม หม่ำ หม่ำ”
เด็กน้อยทำปากแจ๊บ ๆ เมื่อนมไหลเข้าปาก
หืม นมเหรอ อร่อยดีแฮะ จะว่าไปเกิดเป็นเด็กนี่ก็ดีเหมือนกันนะ มีคนป้อนข้าว ป้อนน้ำ เมื่อนึกได้ดังนั้นอาเร็มจึงพอรับกับสภาพของตัวเองได้จากที่ฟัดเหวี่ยงกับสภาพตัวเองเมื่อสักครู่
อย่างน้อย ๆ สวรรค์ก็ยังใจดีให้ความทรงจำเก่ากับผมโดยที่ไม่ได้ลบความทรงจำทั้งหมดของอาเร็มคนเก่าออก ว่าแต่ร่างใหม่นี่ผมชื่ออะไรหว่า
“นายท่านครับ ถึงบ้านแล้วครับ” คนขับรถเอ่ยขึ้นบอกเมื่อเทลพยายามป้อนนมลูกชายตัวน้อยอย่างคุณพ่อมือใหม่จนหมดขวดมันก็จะดูเก้ๆ กังๆ หน่อย
จูด จูด อาเร็มดูดนมจนหมดขวด
อ้า เอาอีก ๆ
“หมดแล้วเจ้าเร็ม กินแค่นี้พอค่อยกินอีกทีรอบดึก เดี๋ยวท้องอืด” เสียงทุ้มต่ำผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น
ง่า อยากกินอีกง่า แต่พอก่อนก็ได้คนตัวเล็กพยายามบิดตัวไปมาใต้ผ้าอ้อมด้วยความไม่สบายตัว
เอาผ้าออกให้หน่อยจิ อึดอัดชะมัดเลย ฮึบ
เด็กน้อยพยายามดิ้นตัวส่ายไปมาแต่ผู้เป็นพ่อนั้นไม่เข้าใจนึกว่าลูกชายงอแงจะกินนมอีก
“นมหมดแล้ว นายกินเยอะแล้ว ตอนดึกค่อยกิน ปะเข้าบ้านเดี๋ยวฉันให้คนพาไปนอน” เทลบอกกับลูกชายตัวน้อย
ป๊าไม่ใช่ ผมไม่ได้หิวนมแต่ผมอึดอัด อุแว้ อุแว้
“เจ้าเร็มห้ามงอแง ไม่งั้นฉันจะทิ้งนายไว้ตรงนี้นะ” ผู้เป็นพ่อดุลูกชายก่อนจะส่งเจ้าลูกชายให้กับคนขับรถพาไปเข้านอน
อ้าว ป๊า เดี๋ยวก่อน ป๊าจะไปไหน แล้วพี่ชายหน้าขวานผ่าซากนี่ใครเนี่ยปล่อยเร็มนะ อย่ามาอุ้มงื้อป๊า!!
อุแว้ อุแว้ อาเร็มเริ่มร้องโวยวายหนักจนเทลที่เดินออกไปแล้วต้องชะงักเท้าลงอดใจอ่อนไม่ได้เมื่อเจอเสียงร้องของลูกชายจึงหันหลังเดินกลับมาหา
“ไอ้บิ๊ก เอ็งอุ้มลูกกูยังไงให้ร้องไห้เหมือนจะขาดใจตายขนาดนั้นวะ ส่งมานี่” เทลบอกกับลูกน้องคนสนิทที่ตัวนี้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะโดนเจ้านายดุที่ทำนายน้อยลูกชายเจ้านายร้อง
“โถ่นายครับ ทั้งชีวิตผมเคยเลี้ยงเด็กซะที่ไหน ลูกนายคนแรกเลยครับที่ผมอุ้ม”
“งั้นมึงก็หัดไว้ กูก็ครั้งแรกเหมือนกันนั่นแหละ” เทลพูดขึ้นรับตัวลูกชายมาอุ้มไว้พร้อมกลับโยกตัวกล่อมลูกชายไปมาเพื่อให้หยุดร้อง
“ชู่ โอ๋ ๆ เร็มร้องไห้แบบนี้ไม่น่ารักนะ เดี๋ยวป๊าพาไปนอน”
ง่า ในที่สุดเขาก็กลับมาอุ้มผม ใครจะไปยอมให้พี่หน้าขวานผ่าซากนี่อุ้มกัน หึย อาเร็มพูดขึ้นในใจก่อนจะมองหน้าพ่อของตัวเองดี ๆ อีกครั้ง
โอ้ว พ่อผมหล่อจังเลยแฮะ
ว่าแต่ผมชื่อเร็มงั้นเหรอ งั้นก็ชื่อเดียวกันกับชื่อเก่าของผมเลยนี่นาอะไรมันช่างบังเอิญขนาดนี้ โชคชะตานำพาชัด ๆ
ใบหน้าวัยหนุ่มที่กำลังอุ้มเด็กทารกลูกชายตัวเองก้มหน้าลงมา ดุเจ้าลูกชายตัวน้อยที่กำลังงอแงจนเร็มน้อยต้องหยุดเสียงร้องของตัวเองลงมองใบหน้าบิดา
ปริบ ปริบ เด็กน้อยกะพริบตาปริบ ๆ
ใบหน้าคมเข้มจมูกเรียวเป็นสันหน้าตาหล่อเหลาผมดำสนิทแซม ไฮไลท์สีเทาเรียบทุกเซตขึ้นเป็นทรงอยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรูและเนี้ยบเท่าที่อาเร็มเคยเห็นมา
“วันนี้เป็นวันพิธีศพของแม่ลูก ห้ามซนนะรู้ไหม” เทลพูดขึ้นกับลูกชายตัวน้อยด้วยใบหน้าเศร้าสลดลงแต่เพียงแค่แว๊บเดียวใบหน้าก็กลับมาเย็นชาอีกครั้งที่เขาพูดขึ้นให้ลูกชายฟังเพราะคิดว่ายังไงเจ้าเร็มน้อยก็ไม่รู้เรื่องอะไร
แม่ของผมเสียแล้วงั้นเหรอ เมื่อเร็มได้ยินดังนั้นจึงหยุดงอแงลงและเงียบไปเงียบและไม่ได้งอแงขึ้นมาอีกเลย ดวงตาของเจ้าตัวน้อยเศร้าสร้อยเทลยกตัวลูกชายตัวน้อยขึ้นมาโอบไว้ในอ้อมกอดแน่น
ผมยังไม่ทันเห็นหน้าแม่เลยนะ อาเร็มรับรู้ได้ว่าพ่อของเขาเสียใจมากแต่ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะพูดออกไปก็มีแต่เสียงร้องไห้งอแงจึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้ผู้เป็นพ่อโอบกอดตนไว้
ที่เขาใส่ชุดสีดำกันเพราะแบบนี้สินะ
“เข้าบ้านกันเถอะเจ้าลูกชาย”
เทลพยายามไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าลูกชายเขาอุ้มเจ้าตัวน้อยเข้าบ้านและตรงไปที่ห้องที่จัดเตรียมไว้สำหรับเลี้ยงเด็กซึ่งภรรยาของเขาเป็นคนเตรียมไว้ให้ลูกชายตัวน้อยก่อนจะคลอด
เทลวางตัวลูกชายลงบนเปลและแกะผ้าห่อตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้เจ้าลูกชายตัวน้อยนอนสบายขึ้น
อ้า ในที่สุดก็หายอึดอัดสักที
“นอนเล่นรอนะ ป๊ามีงาน” เทลปล่อยลูกน้อยไว้ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนที่จัดไว้ในห้องเพื่อที่จะได้ดูลูกชายตัวน้อยไปด้วย เขาไม่อยากห่างตัวลูกชายแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวอย่างน้อยอยู่กับลูกชายก็เหมือนได้อยู่กับภรรยา
อาเร็มนอนเล่นไปสักพัก พยายามมองดูรอบ ๆ แต่เปลบังไว้จึงมองไม่เห็นว่าบ้านตัวเองเป็นอย่างไรคงต้องรอมีคนมาอุ้มล่ะนะ เมื่อกี้ที่โดนพ่อของตนอุ้มเดินเข้าบ้านมาก็มองเห็นแต่ผนังฝ่าด้านบนและมุมเสยของหน้าบิดา รอบด้านนั้นไม่สามารถมองเห็นได้
เฮ้อ เร็มชักอยากโตแล้วสิ เด็กน้อยดิ้นตีขาของตัวเองไปมาด้วยความหงุดหงิดที่เห็นขาตัวเองเล็กแบบนี้แถมทำอะไรก็ไม่ได้
ขาก็เล็กเท่าจิ๋มมดแล้วแบบนี้จะเดินยังไง
ตอนที่ 3 พ่อผมเป็นมาเฟีย
10.00 pm.
ตกดึกเทลวางมือจากหน้าจอคอมเมื่อส่งงานเสร็จเรียบร้อยจึงเดินเข้ามาดูลูกชายตัวเองบนเปลแต่กลับพบว่าเจ้าลูกชายตัวน้อยนั้นหลับปุ๋ยไปแล้ว
ชายหนุ่มจึงเดินออกไปข้างนอกและสั่งพี่เลี้ยงให้มาเฝ้าเจ้าตัวน้อยส่วนตนต้องออกไปประชุมแก๊งข้างนอกเพื่อส่งอาวุธปืนให้ลูกค้า
“ดูแลลูกชายของฉันดี ๆ ล่ะหากเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของฉันเธอตายแน่”
เทลพูดกับพี่เลี้ยงของอาเร็มที่จ้างมาดูแลอาเร็มลูกชายโดยเฉพาะซึ่งพี่เลี้ยงคนนี้ภรรยาของเขาเป็นคนเลือกมาเองกับมือเพียงแต่เธอสั่งเอาไว้ว่าให้เลี้ยงลูกของเธอถึงสามขวบเท่านั้น
“ดิฉันจะดูแลคุณหนูด้วยชีวิตค่ะนายท่าน”
“แบบนั้นก็ดี”
เทลเดินออกไปเรียกลูกน้องคนสนิทมาขับรถ
10:00 am.
ในตอนสายของวันนาฬิกาบอกเวลาสิบโมงอาเร็มหลับยาวตั้งแต่เมื่อคืนพอตื่นมากลับไม่เห็นใครมีเพียงหญิงสาวที่คอยไกวเปลให้อยู่ไม่ห่าง
พี่สาวคนนี้ใครอีกเนี่ย
“คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ ได้เวลาอาบน้ำแล้วค่าเดี๋ยวอาบเสร็จกิ่งจะพาไปกินนม”
ว่าไงนะ อาบน้ำงั้นเหรอ
ว้าก !! อย่างงี้เธอก็เห็นของผมหมดอะดิ รวมถึงเจ้านั่น…
อาเร็มในร่างเด็กรู้สึกเขินขึ้นมาเมื่อต้องโดนพี่เลี้ยงสาวเห็นตัวเองเปลือยกาย ไม่นะ ม่าย เร็มไม่อาบ
เด็กน้อยจึงงอแงขึ้น
อุ๊แว้ อุ้แว้ ไม่เอาเร็มไม่ให้ให้อาบให้น้าอาเร็มน้อยดิ้นไปมาบวกกับร้องไห้เสียงดัง จนเทลที่นั่งจิบกาแฟอยู่ด้านนอกต้องวางแก้วกาแฟของตัวเองรีบเดินมาดูลูกชาย
“เจ้าเร็มเป็นอะไรกิ่ง”
“กิ่งก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณท่านพอคุณหนูตื่นมากิ่งจะพาไปอาบน้ำคุณหนูก็ร้องงอแงเลยค่ะ” พี่เลี้ยงอธิบายให้เจ้านายฟัง
“มาเดี๋ยวฉันพาไปอาบเอง” เมื่อเร็มได้ยินพ่อของตัวเองบอกว่าจะเป็นคนพาเขาไปอาบก็สบายใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ต้องโชว์เร็มน้อยให้พี่เลี้ยงดู
เด็กน้อยหยุดงอแงลงเมื่อผู้เป็นพ่อเดินมาอุ้มเจ้าตัวขึ้นและพาเดินเข้าห้องอาบน้ำไปด้านในห้องอาบน้ำถูกเตรียมน้ำอุ่นอุณหภูมิที่พอดีสำหรับเด็กไว้แล้วเรียบร้อยส่วนวิธีอาบน้ำเด็กเทลถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนตัวต่อตัวกับคุณครูสอนเลี้ยงเด็กโดยเฉพาะเพื่อลูกชายคนเป็นพ่ออย่างเขาทำได้ทุกอย่าง
ชายหนุ่มวักน้ำอุ่นใส่ตัวลูกชายตัวน้อยอย่างเบามือ
อ้า สบายตัวจังเร็มน้อยทำหน้าฟิน
ในที่สุดก็ได้อาบน้ำสักที
ขาเล็ก ๆ ดีดน้ำในอ่างเล็กไปมา
“เจ้าเร็มอย่าดีด มันเปียกป๊าหมดแล้ว” เทลบอกลูกชายแต่เร็มน้อยฟังซะที่ไหน
เล่นดีดขาบนน้ำตามใจตัวเองจนเทลผู้เป็นพ่อตัวเปียกไปหมด
คริคริ เร็มได้แต่หัวเราะร่าคิกคักในใจ จนเทลต้องส่ายหัวให้ลูกชายของเขาแต่เขาก็ยอมให้เจ้าลูกชายตัวน้อยเล่นจนพอใจจึงพาอุ้มไปใส่เสื้อผ้า
จากนั้นก็พาไปกินนมต่อ
เทลกำลังสอดแขนเล็กเข้าเสื้อตัวจิ๋วให้ลูกชายเป็นต้องหยุดชะงักลงเมื่อลูกน้องคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา
“นายครับแก๊งของเราโดนลอบทำร้ายครับ”
เทลมีสีหน้าเข้มขรึมลงก่อนจะบรรจงใส่เสื้อให้ลูกชายตัวน้อยอย่างเบามือด้วยกลัวว่าถ้ารีบใส่ให้ออกแรงเยอะไปแขนลูกจะหักยิ่งแขนเล็กอยู่ด้วย
แก๊ง แก๊งอะไรอ่ะ อาเร็มสงสัย
“พวกมันเป็นใคร”
“แก๊งเสือดำครับนาย มาเฟียรายย่อยที่ชอบดักซุ่มปล้นของครับ”
“คนของเราเป็นยังไงบ้าง พวกมึงนี่อ่อนกันจริงกูไม่ไปคุมด้วยวันเดียวถึงขั้นทำงานกันเละเทะปล่อยให้โดนปล้น” ร่างสูงสบถด่าลูกน้องไปด้วยความโมโห
หา นี่พ่อผมเป็นมาเฟียงั้นเหรอนี่ เมื่ออาเร็มรู้เรื่องว่าพ่อของตนเป็นมาเฟียจึงหยุดตีขาน้อย ๆ ของตัวเองลงฟังพวกเขาทั้งสองคุยกันไม่คิดว่าตัวเองจะมาเป็นลูกชายมาเฟียอย่างกับในหนังเลย
“พวกมันมีคนใหญ่คนโตหนุนหลังครับนาย”
“มันจะใหญ่โตมาจากไหน ไม่มีใครในที่นี้ใหญ่เท่ากูแล้ว” เทลพูด
“ส่งคนไปชิงของกลับมา ถ้ามึงเอากลับมาไม่ได้กูจะไล่ออกจากแก๊งให้หมด” เมื่อพูดจบเทลก็ใส่ชุดให้ลูกชายตัวน้อยเสร็จพอดีจึงอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้น
“หิวไหมครับ ป๊ะป๋าพาไปกินน้มนมดีกว่า” เทลหันมายิ้มให้เจ้าตัวแสบด้วยท่าทางสุขุมและพูดเสียงสองกับลูกชายพร้อมกับพยักหน้าให้พี่เลี้ยงเอานมเข้ามาชายหนุ่มยกขวดนมป้อนเจ้าลูกชาย
ส่วนอาเร็มกินนมและทำตามอย่างว่าง่ายและเมื่อนมเข้าปากทีไรเป็นหลับปุ๋ยไปทุกที
เมื่อเทลเห็นว่าลูกชายตัวน้อยหลับแล้วจึงส่งตัวลูกชายให้พี่เลี้ยงอุ้มไปนอนชายหนุ่มจึงเดินออกไป
เทลออกไปดูลูกน้องที่บาดเจ็บจากการโดนปล้นที่โกดังด้านหลังของบ้านซึ่งสาหัสกันเลยทีเดียวดีที่บ้านมีหมอประจำจึงไม่ต้องถ่อกันไปอออยู่ที่โรงพยาบาลไม่อย่างงั้นหมอและพยาบาลได้ทำงานหนักกันแน่
“พวกมึงนี่อ่อนฉิบ” เร็มชี้มือบ่นลูกน้องนับสิบคนที่นอนซมร้องโอดโอยอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีหมอประจำนั่งทำแผลให้และอีกคนกำลังเย็บแผลที่แตกเลือดสาดอยู่บนหัว
“นายครับ พวกผมยังใหม่ ครั้งต่อไปไม่พลาดแน่ครับนาย” ลูกน้องของเทลผงกหัวขึ้นมาจากเตียงทั้งที่ตัวเองอาการบาดเจ็บเจียนตายโผล่หัวขึ้นมาพูดกับเจ้านาย
“พูดมาก กูเลี้ยงเสียข้าวสุกหมดครั้งหน้าอย่าให้พลาดอีกกูจับยิงทิ้งหมดแม่งพวกมึงนี่”
เทลพูดก่อนจะเดินออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกเมื่อลูกน้องที่ส่งไปชิงของล็อตสองโทรมารายงานว่าชิงของกลับคืนมาได้แล้วแต่ได้มาแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นพวกมันบาดเจ็บและตายกันไปหลายคนเหมือนกัน
เทลได้ยินดังนั้นจึงสั่งให้ลูกน้องของตนถอยกลับมาตั้งหลักกันก่อนครั้งหน้าชายหนุ่มจะเป็นคนไปส่งของด้วยตัวเอง หากไม่ติดว่าเป็นห่วงลูกชายตัวน้อยจะงอแงเขาคงไปส่งของด้วยตัวเองแล้วและช่วงนี้ขโมยยิ่งชอบขึ้นบ้านอยู่บ่อย ๆ เทลเลยไม่อยู่ห่างจากตัวลูกชายเลยไม่รู้ว่าอันตรายจะเกิดกับลูกชายตัวเองตอนไหนถ้าเป็นไปได้ยุงสักตัวชายหนุ่มก็มิอยากให้แตะ
เมมโมรี่ขอฝากนักอ่านทุกท่านกดใจเข้าชั้นและคอมเม้นต์ให้เมมโมรี่เพื่อเป็นกำลังใจในการแต่งนิยายให้เมมโมรี่สักนิดหน่อยนะคะ