แม่ช็อกเจอศพลูกในไลฟ์สด ตายตรงวันเกิดหลาน ขอไม่ดูหน้าเด็กเกิดใหม่
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 31 ก.ค. 67 พ.ต.ท.สมศักดิ์ ปวงสุข สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุรถชนเสาไฟฟ้า บริเวณตรงข้ามบริษัทยูนิคแก๊ส ถนนสุขมวิทสายเก่า มุ่งหน้าบางปะกง หมู่ 11 ต.บางปะกง อ.บางปะกง พบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ล้มคว่ำอยู่บนถนนเลนซ้าย โดยมีเศษกิ่งไม้ติดอยู่หน้ารถ และมีอุปกรณ์เด็กแรกเกิด เสื้อผ้า และของกินของใช้ ตกอยู่บนถนน ใกล้กันพบนายเสกสรร อายุ 23 ปี นอนหมดสติ กะโหลกศีรษะยุบ
เจ้าหน้าที่และพลเมืองต้องช่วยกันปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่สุดท้ายนายเสกสรรก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ระหว่างทางทาง นายสมลักษณ์ อายุ 59 ปี บิดาได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดแล้วจะวิ่งมากอดศพลูกชาย พร้อมร้องไห้โดยบอกว่าลูกชายกำลังจะไปเฝ้าภรรยาที่เพิ่งคลอดลูกสาวเมื่อเช้านี้ ที่โรงพยาบาลบางปะกง แต่ลูกสาวไม่แข็งแรงทำให้ต้องนำตัวไปส่งต่อที่โรงพยาบาลชลบุรี ซึ่งนายเสกสรรค์ก็นั่งรถไปส่งลูกสาวด้วยก่อนจะกลับมาจากโรงพยาบาลชลบุรี แล้วก็รีบขี่รถจักรยานยนต์จะมาเอาของไปนอนเฝ้าภรรยาที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดว่าขณะเดินทางมาจะประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต เบื้องต้นรทางพยานเห็นว่าผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางบางปะกงด้วยความเร็ว แล้วพอมาถึงที่เกิดเหตุก็เสียหลักเฉี่ยวชนฟุตบาทก่อนจะไปฟาดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงเต็มแรงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว
ล่าสุดวันนี้ทางทีมข่าวช่องแปดเดินทางไปยังวัด ใหม่สงเคราะห์ราษฏร์ ซึ่งเป็นวันที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพผู้เสียชีวิต เมื่อทีมข่าวไปถึงพบว่าทางด้านญาติกำลัง จัดเตรียมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ โดยจะมีการรบน้ำศพในช่วงเวลา 16:00 น. ของวันนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ทางด้านพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และร้องไห้ตลอดเวลา ส่วนทางด้านภรรยาของผู้เสียชีวิต กำลังทำเรื่องเพื่อขอออกจากโรงพยาบาล คาดว่าน่าจะเดินทางมาร่วมงานในช่วงเย็นวันนี้
เบื้องต้นทางทีมข่าวได้สอบถามไปยัง นางเสาวีนย์ อายุ 45 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับทางทีมข่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเห็นข่าวจากเพจ Facebook ไลฟ์สด จึงเปิดเข้าไปดู พบว่ามีคนประสบอุบัติเหตุขับรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า จึงนอนดูไลฟ์สดได้ประมาณ 5 นาที ทางด้านเจ้าของเพจเปิดเผยชื่อว่านายเสกสรร จึงทราบว่าเป็นลูกชายของตัวเอง ตอนนั้นตกใจเป็นอย่างมากรีบตอบคอมเมนต์ไปว่าเป็นแม่ของผู้บาดเจ็บ และรีบประสานไปยังอดีตสามี ซึ่งเป็นพ่อของลูกชาย โดยตนได้แยกกันอยู่สักพักแล้ว
จากนั้นตนจึงรีบเดินทางไป โดยดูไลฟ์สดไปตลอดทาง และระหว่างทางก็ทราบว่าลูกชายของตนเสียชีวิตลงแล้ว ขณะนั้นยอมรับว่าช็อกและเสียใจเป็นอย่างมาก รีบไปดูศพของลูกชาย พบว่าได้รับบาดแผลบริเวณศีรษะ ตนไม่แน่ใจว่าลูกชายขับไปเฉี่ยวชน เสาไฟฟ้าเองหรือไม่ แต่ด้วยอาจจะหลับในเพราะลูกชายทำงานเข้ากะดึกโรงงาน แทบไม่ได้พักผ่อนเลยแต่ก็มีเสียงจากผู้เห็นเหตุการณ์ละแวกนั้น บอกว่าขณะที่รถของลูกชายขับมา มีรถบรรทุกตู้ทึบขับผ่านพอดี รถของลูกชายอาจจะเกี่ยวกับรถตู้ทึบจนล้มลงหรือไม่
โดยในวันเกิดเหตุนั้น ลูกชายเลิกจากงานตอนเช้า อีกทั้งภรรยาปวดท้องคลอด จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยหลานคลอดในเช้าวันเกิดเหตุ ช่วงเวลา 08:24 น. แต่ด้วยร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงจึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี โดยทางลูกชายก็ได้เดินทางไปด้วย ก่อนกลับบ้านมาเอาข้าวของเครื่องใช้ พวกขวดนม ผ้าอ้อม และขับรถมอเตอร์ไซค์กลับไปยังโรงพยาบาลอีกครั้ง สุดท้ายประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
ในประเด็นที่เกิดขึ้น วันเกิดของหลานเป็นวันตายของลูกชาย ตนคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เกี่ยวกับตัวตายตัวแทน เพราะลูกชายประสบอุบัติเหตุมาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรกถูกรถชนตอน ม.3 ขาหัก ครั้งที่สองก็ประสบอุบัติเหตุรถชนสะโพกหลุด ซึ่งเป็นอุบัติเหตุหนักทั้งสองครั้ง ตนจึงคิดว่าหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกครั้งลูกชายคงไม่รอดแล้ว สุดท้ายก็ไม่รอดจริงๆ อาจเป็นเพราะครั้งนี้ลูกชายมีตัวแทนคือลูกของตัวเองเกิดมา จึงทำให้ลูกชายต้องจากไป
ยอมรับตรงตรงว่าตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ แทบไม่อยากเห็นหน้าของหลานเลยด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าเป็นเพราะหลานจึงทำให้ลูกชายตัวเองต้องตาย แต่สุดท้าย หลานก็คือหลานของตัวเอง ก็คงเอาไปไหนไม่ได้ นอกจากเลี้ยงดูกันไป อีกทั้งภรรยาของลูกชาย บอกว่าหลานของตัวเองหน้าเหมือนลูกชายเป็นอย่างมาก ตนจึงคิดว่าหากได้เห็นหน้าหลาน และได้เลี้ยงดู คงอาจจะรัก และคลายความคิดถึงลูกชายไปได้บ้าง
โดยสามวันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ลูกชายยังขับรถมาหาตนที่โรงงาน พร้อมกับกอดและบอกว่าจะพาหลานมาเจอตน ตนกับลูกชายเพิ่งได้คุยและได้กอดกันครั้งสุดท้าย ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนดีมาก ขยันทำมาหากิน เลี้ยงดูครอบครัว ไม่เคยเกเรหรือเถลไถลเลย
ด้านนางสาวกชกร อายุ 23 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับทางทีมข่าวว่า นายเสกสรรค์นั้นอยากมีลูกเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่ามีลูก นายเสกสรรค์ก็ดีใจ และดูแลตนอย่างดี ทั้งซักเสื้อผ้า ถูบ้าน นวดให้ ขณะที่ลูกคลอดมา ก็มีโอกาสได้เจอลูกแค่แป๊บเดียว และก็ไม่ได้เจอลูกอีกเลย
ก่อนเสียชีวิตแค่วันเดียว นายเสกสรรค์ดูแลตนทุกอย่าง ทั้งซักผ้า ถูบ้าน และบอกว่าทำให้หมดทุกอย่างแล้วนะ ตนจะได้ไม่ต้องเหนื่อย วันเกิดเหตุตนรู้สึกเจ็บท้องประมาณตอนตีสอง จึงบอกกับนายเสกสรรค์ แต่ก็คิดว่าคงเจ็บเตือน จนกระทั่งตีห้าเริ่มเจ็บหนักขึ้น นายเสกสรรค์ซึ่งทำงานกะดึก และยังไม่ได้พักผ่อน จึงรีบนำตัวตนไปส่งโรงพยาบาล จนประมาณ 08.24 น. ตนก็คลอดลูก
นายเสกสรรค์ จึงรีบมาหาและเห็นหน้าลูก แต่ด้วยลูกอาการไม่ค่อยแข็งแรง หมอจึงต้องส่งตัวด่วนไปยังโรงพยาบาลชลบุรี เพราะผิวหนังค่อนข้างแห้ง ด้วยตนดื่มน้ำน้อยขณะตั้งท้อง นายเสกสรรค์ซึ่งเป็นห่วงลูกอย่างมาก จึงเกิดความเครียดและกังวล กลัวลูกเป็นอะไรไป หลังจากส่งตัวตนไปโรงพยาบาลชลบุรี นายเสกสรรค์จึงนั่งสองแถวกลับบ้าน และตนได้ทักแชต ฝากนายเสกสรรค์ซื้อ ข้าวของเครื่องใช้ ทั้งขวดนม ที่ปั๊มนม โดยทางญาติบอกว่านายเสกสรรค์จะวูบตั้งแต่อยู่บนรถสองแถวแล้ว ด้วยพักผ่อนน้อย เพราะทำงานลากยาวตั้งแต่ 2 ทุ่ม โดยขณะที่นายเสกสรรค์กลับบ้าน ไปเอาผ้าห่มให้ตน ก็ได้บอกตนว่ารอแป๊บนึง “เดี๋ยวปู่ไปซื้อโจ๊กให้ก่อน” หลังจากนั้นตนก็ติดต่อนายเสกสรรค์ไม่ได้อีกเลย โดยตนได้ทักแชทหาตลอด
หลังจากนั้นสักพักทางด้านย่าจึงติดต่อมา ว่าให้ดูไลฟ์สดทางเพจบางปะกง เมื่อดูก็พบว่านายเสกสรรค์ประสบอุบัติเหตุอาการสาหัส ผ่านไปไม่นานนักก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว ตนช็อกและเสียใจเป็นอย่างมาก
สามีของตนจากไปอย่างกะทันหันเกินไป ยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ในส่วนที่สามีเสียชีวิตในวันเกิดลูกนั้น ตนคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เชื่อว่านายเสกสรรค์นั้นยังมีห่วงเรื่องลูก และเป็นห่วงตน เพราะเขาเคยพูดไว้ว่าถ้าไม่มีนายเสกสรรค์ตนจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ซึ่งก็เป็นความจริง ตนไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง อยากจะบอกกับนายเสกสรรค์ ว่าตนรักนายเสกสรรค์เป็นอย่างมาก และขอวอนอยากให้กลับมา
อีกทั้งเมื่อคืนขณะที่ตนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ได้กลิ่นเสื้อผ้าของนายเสกสรรค์ ซึ่งเป็นกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตนเป็นคนซักให้เป็นประจำ เชื่อว่านายเสกสรรค์คงยังไม่ไปไหน คงเดินทางมาหาตนและลูก เพราะจิตสุดท้ายของนายเสกสรรค์ คือจะหาตนกับลูก จนกระทั่งช่วงเช้าก็ได้กลิ่นเดิมอีกครั้ง แต่จนกระทั่งตอนนี้ยังไม่ได้กินอีกเลย คาดว่านายเสกสรรค์คงไปหาลูกที่โรงพยาบาลชลบุรี เพราะเขารักและเป็นห่วงลูกเป็นอย่างมาก