โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แม่ผัวโดนลูกสะใภ้ด่า ตอแหล คว้ามีดแทงดับ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 00.28 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แม่ผัวโดนลูกสะใภ้ด่า ตอแหล คว้ามีดแทงดับ

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.67 ที่ผ่านมา สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุพบผู้หญิงถูกแทงเสียชีวิต ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน, ตำรวจฝ่ายปราบปราม, เจ้าหน้าตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 และ นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 5 ชั้นบริเวณชั้นที่ 4 หน้าห้อง 405 พบร่างหญิง 1 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.ฐิตาภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรราชธานี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเหนือราวนมซ้าย 1 แผล และภายในห้องบริเวณประตูทางเข้า พบมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว 1 เล่ม รวมทั้งบนที่นอนยังพบคราบเลือดจำนวนหนึ่ง

ส่วน น.ส.น้ำหวาน อายุ 54 ปี ก็ได้รับสารภาพว่า เป็นคนแทงลูกสะใภ้เสียชีวิตเอง เพราะว่าลูกสะใภ้ชอบดุด่าเวลาที่ลูกชายไม่อยู่ห้อง ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน ลูกสะใภ้ด่าว่า ตอแหล จึงบรรดาโทสะหยิบมีดเข้าไปหาลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่บนที่นอน ก่อนจะผลักให้ล้มลง ลูกสะใภ้ก็ยกมือไหว้บอกว่าถ้าอยากจะแทงก็แทงเลย ตนจึงแทงเข้าไปที่อก 1 ครั้ง จากนั้นก็ดึงมีดออกแล้วนำไปล้าง ก่อนจะลงไปบอกลูกชายว่า มึงขึ้นไปดูเมียมึงด้วย กูแทงเมียมึงไปแล้ว จากการสอบถาม นางศศิธร ผู้ดูแลหอพัก กล่าวว่า

ก่อนหน้านี้ แม่ผัวและลูกสะใภ้คู่นี้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะทะเลาะกันอยู่ภายในห้อง และที่ตนรู้มาตัวแม่ผัวเป็นโรคซึมเศร้า และไม่ได้ทำงาน โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนทำงานอยู่คนเดียว ส่วนแฟนก็ไม่ได้ทำงาน ค่าห้องไม่เคยค้าง แต่ว่ามักจะจ่ายช้า เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.ลำใย ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...