โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปั้น “เดอะ โอปูเล้นท์” สู่ดาวดวงใหม่ใน “แม่น้ำเจ้าพระยา”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มี.ค. 2567 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2566 เวลา 09.17 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธุรกิจเรือนำเที่ยว และดินเนอร์ในแม่น้ำเจ้าพระยากรุงเทพฯ คึกคักและมีสีสันอย่างมาก ผู้ประกอบการทยอยลงทุนต่อเรือออกมากันต่อเนื่อง โปรแกรมนำเที่ยวทั้งแบบล่องเรือเที่ยว และการดินเนอร์บนเรือ เป็นหนึ่งในรายการนำเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติได้ตลอดทั้งปี

และด้วยจุดขายที่โดดเด่นในด้านวัฒนธรรม โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ วิถีชุมชนริมแม่น้ำ ฯลฯ และสถานที่สำคัญ ๆ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืนล้วนช่วยเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “แพม-เมธิกา พาณิชย์ชะวงศ์” ผู้อำนวยการ เรือเดอะ โอปูเล้นท์ (The Opulence) เรือนำเที่ยวและเรือดินเนอร์น้องใหม่ในแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ ถึงแนวทางการลงทุน โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ ไว้ดังนี้

ขยับรุกตลาดไฮเอนด์

“เมธิกา” บอกว่า เรือ “เดอะ โอปูเล้นท์” เป็นเรือลำใหม่ในกลุ่มของเรือ “เจ้าพระยาปริ้นเซส” ซึ่งปัจจุบันมีเรือให้บริการอยู่จำนวน 8 ลำ มีคุณพ่อเป็นผู้ลงทุนและบริหารอยู่ โดยเรือเจ้าพระยาปริ้นเซสจะโฟกัสกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง (Middle Class) ราคาขายอยู่ที่ระดับ 1,000-1,200 บาท

พอมาถึงรุ่นลูกซึ่งตัวเองต้องมาบริหารจึงอยากทำแบรนด์ใหม่ เจาะตลาดเซ็กเมนต์ที่ไฮเอนด์ขึ้น วางระดับราคาไว้ที่ใกล้ ๆ 2,000 บาท หรือ 2,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากปัจจุบันเรือดินเนอร์ในกลุ่มตลาดไฮเอนด์ในแม่น้ำเจ้าพระยายังมีไม่มาก จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในทางการตลาด

“เรามองว่ายุคนี้เรื่องของโซเชียลมีเดียมีผลมากกับคนรุ่นใหม่ กลุ่มนี้ออกมาใช้จ่ายไม่ใช่เพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่ต้องการให้โลกรู้ด้วยว่าฉันไปไหนมา นิยมถ่ายรูปมุมถ่ายสวย ๆ บรรยากาศดี เขาจึงค่อนข้างเลือกและยอมใช้จ่ายกับสินค้าที่พรีเมี่ยมขึ้น”

และให้ข้อมูลว่า ในส่วนของเรือ “เดอะ โอปูเล้นท์” นั้นแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2566 แต่ทันทีที่ลูกค้าได้รับข้อมูล ได้เห็นภาพเรือ ภาพบรรยากาศในโซเชียลมีเดีย ก็เปลี่ยนใจมาใช้บริการทั้ง ๆ ที่จองเรือลำอื่นที่ถูกกว่าไว้แล้ว

The Opulance

ทุ่มหลักร้อยล้านสร้างมาตรฐานใหม่

“เมธิกา” บอกด้วยว่า เรือ “เดอะ โอปูเล้นท์” ลำใหม่นี้ลงทุนไปประมาณ 300 ล้านบาท เป็นเรือ 3 ชั้น ยาว 70 เมตร กว้าง 45 เมตร และสูงจากระดับน้ำ 6 เมตร รองรับลูกค้าได้ถึง 770 คน (ทุกคนมีที่นั่ง) เรียกว่าเป็นเรือ 3 ชั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยตัวแปรที่ทำให้ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงนั้น เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาเรือให้มีความพรีเมี่ยม ทั้งตัวเรือ การตกแต่ง วัสดุที่ใช้บนเรือ อาหาร ฯลฯ ซึ่งเชื่อมั่นว่าทันทีที่ลูกค้าก้าวขึ้นเรือจะเห็นถึงความแตกต่างแน่นอน รวมถึงเครื่องดื่ม ค็อกเทล เหล้า ทุกอย่างจะเป็นมาตรฐานเดียวกับในโรงแรม

The Opulance

“เราให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นบนเรือและวางแผนใช้ทุกส่วนได้อย่างลงตัว มีความโอ่โถง โล่ง ปกติถ้าเป็นเรือ 3 ชั้น ชั้น 1 กับชั้น 2 ลูกค้าจะรู้สึกอึดอัด ไม่อยากนั่ง แต่ของเราชั้น 1 และชั้น 2 มีเพดานที่โปร่งสบายมาก”

ภายในเรือ The Opulence ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ใช้ไฟสีเหลืองทองเป็นเส้นสายโค้งมน

ชูความปลอดภัยระดับสากล

นอกจากนี้ เรือลำนี้ยังมีต้นทุนอื่น ๆ ซ่อนอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะต้นทุนในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเรือ “เจ้าพระยาปริ้นเซส” และ “เดอะ โอปูเล้นท์” เป็นเรือที่มี “ห้องอับเฉา” ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยให้เรือมีมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

“ห้องอับเฉา คือ ระบบป้องกันความปลอดภัย อยู่ใต้ท้องเรือ หากเกิดอุบัติเหตุเรือจะไม่จม เพราะน้ำจะไหลเข้าไปในห้องอับเฉา ซึ่งจะป้องกันเรือล่มและลดการสูญเสียได้ ลำไหนไม่มีห้องนี้เวลาเรือเกิดเหตุจะจมน้ำ แต่ของเราแม้ว่าจะชนหรือมีรอยรั่ว เรายังสามารถใช้ได้อีกหลายเดือนหรือเป็นปี ไม่กระทบอะไรเลย ดังนั้นหากพูดเรื่องความปลอดภัย เราจะเป็นที่ 1 ซึ่งเราใช้วิศวกรต่อตามหลักสากล”

เร่งปูพรมขายทุกช่องทาง

“เมธิกา” บอกอีกว่า เดิมบริษัทมีแผนเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2563 แต่ช่วงที่ต่อเรือเสร็จก็เจอกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พอดี ทำให้ต้องชะลอแผนการเปิดตัวโดยปริยาย เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเริ่มฟื้นกลับมาอีกครั้ง จึงได้ฤกษ์เปิดให้บริการเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยหลังจากเปิดให้บริการได้รับการตอบรับดีเกินคาด ได้ลูกค้ากว่า 300 คนต่อวัน และมั่นใจจะเพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณวันละ 550 คนขึ้นไปในต้นปีหน้า

ผู้โดยสารทะยอยขึ้นเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่แนะนำเส้นทางไปสู่ฌซนที่จัดเตรียมไว้

“ตอนแรกในใจลุ้นว่าต้องรอให้เรือลำอื่นเต็มก่อนหรือเปล่าลูกค้าถึงจะไหลมาที่เดอะ โอปูเล้นท์ แต่จากการพูดคุยกับบรรดาเอเย่นต์ทัวร์ที่เป็นพันธมิตรให้ข้อมูลว่า ลูกค้าจำนวนมากแจ้งความประสงค์ว่าต้องเป็นเรือของเรา”

ไลน์อาหารตั้งอยู่ตรงกลางโถง ประกอบไปด้วยเมนูอาหารไทย-ต่างชาติ และอาหารทะเล

และบอกด้วยว่า ปัจจุบันหลักการทำตลาดของเรือเดอะ โอปูเล้นท์นั้น บริษัทยังให้ความสำคัญกับในทุก ๆ ช่องทาง ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ โดยในส่วนของออฟไลน์นั้นยังคงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับบริษัททัวร์ ขณะที่ในส่วนของออนไลน์นั้นได้มุ่งสื่อสารผ่านหลายแพลตฟอร์ม อาทิ LINE Official Account, IG, Facebook, TikTok ฯลฯ รวมถึงเว็บไซต์

มั่นใจมีโอกาสเติบโตสูง

ผู้อำนวยการเรือ “เดอะ โอปูเล้นท์” เพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยเริ่มฟื้นตัว และเชื่อว่าการท่องเที่ยวของไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากมาเที่ยว จึงมั่นใจอย่างมากว่าธุรกิจเรือนำเที่ยวหรือเรือดินเนอร์ในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก

“2 ฝั่งเจ้าพระยาของเรามีไฮไลต์เยอะมาก ทั้งประวัติศาสตร์ ชุมชน วัด แหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้า รวมไปถึงโรงแรมหรู สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดึงดูดให้ต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ ต้องมานั่งเรือดินเนอร์ชมบรรยากาศของแม่น้ำสายนี้”

และบอกด้วยว่า บริษัทมีแผนแกรนด์โอเพนนิ่งเรือเดอะ โอปูเล้นท์ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2567 หลังจากนั้นจะขอประเมินสถานการณ์อีกสักระยะ หากได้รับการตอบรับดีเกินเป้าหมายที่วางไว้มาก อาจต้องพิจารณาลงทุนเรือลำใหม่ออกสู่ตลาดเพิ่มอีก

โดยตั้งใจปั้น “เดอะ โอปูเล้นท์” ให้เป็นดาวดวงใหม่ในแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นแลนด์มาร์กของแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปั้น “เดอะ โอปูเล้นท์” สู่ดาวดวงใหม่ใน “แม่น้ำเจ้าพระยา”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...