โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'รถยนต์พลังถ่านหุงข้าว' : นวัตกรรมของคนไทยในช่วงสงคราม | ณัฐพล ใจจริง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2567 เวลา 02.12 น.

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปยืดเยื้อทำให้หลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีการดัดแปลงเครื่องยนต์รถยนต์และรถโดยสารมาใช้พลังงานจากถ่าน (coal gasification) แทนน้ำมัน มีการใช้รถยนต์พลังงานถ่านกันอย่างแพร่หลายในครั้งนั้น

สำหรับผลกระทบจากสงครามมหาเอเชียบูรพาทำให้ภาวะขาดแคลนสินค้าในสังคมไทยเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทยุทธปัจจัย เช่น วัสดุก่อสร้าง ยารักษาโรค น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ไทยนำเข้าจากต่างประเทศ ไทยไม่สามารถผลิตเองได้ ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนไทยยากลำบากมากยิ่งขึ้น

ยิ่งในช่วงสงครามทอดระยะเวลายาวนาน น้ำมันเชื้อเพลิงยิ่งหายากและมีราคาแพงมาก จนประชาชนทั่วไปไม่สามารถหาน้ำมันมาเติมรถยนต์ส่วนตัวได้ รถยนต์มักถูกจอดทิ้งไว้ตามโรงรถ ท่ามกลางภาวะขัดสนเช่นนั้น เกิดความคิดริเริ่มสร้างรถยนต์เตาถ่านขึ้นเพื่อใช้ถ่านหุงข้าวเป็นพลังงานทดแทน

ในพระนครช่วงสงครามปรากฏรถเมล์สีน้ำเงินคาดเหลืองวิ่งรับส่งผู้คนตามท้องถนนโดยไม่ง้อน้ำมันที่หายากแสนเข็ญ

ความทรงจำของคนร่วมสมัย

ใหญ่ นภายน นักดนตรีแห่งกรมโฆษณาการ บันทึกไว้ว่า รถยนต์พลังงานถ่านหุงข้าวนั้น ก่อนรถยนต์จะแล่นได้ เขาเห็นพนักงานขับรถจะจุดไฟเผาถ่านที่ทำเป็นท่อขนาดใหญ่ติดไว้ที่หลังรถก่อน และรอจนถ่านติดไฟดีเกิดความร้อนสักพักแล้วรถถึงจะวิ่งได้ (ใหญ่ นภายน, 2548, 42-43)

ส่วนมาซาโอะ เซโตะ เด็กชายชาวญี่ปุ่น ผู้มีพ่อเป็นทหารญี่ปุ่น เขาผู้อาศัยในพระนครในครั้งนั้น บันทึกว่า ช่วงสงครามเกิดสภาวะข้าวยากหมากแพง สินค้าที่เคยมีขายในท้องตลาดทั่วไปหายไปจากร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันเชื้อเพลิง ประชาชนไม่สามารถหาซื้อน้ำมันได้ด้วยวิธีปกติ

บนท้องถนนครั้งนั้น เขาเห็นรถยนต์โดยสารที่วิ่งรับส่งประชาชนเปลี่ยนไปใช้พลังงานถ่านหุงข้าวแทน คนสมัยนั้นจึงคุ้นเคยกับภาพ “รถเมล์บรรทุกถ่านเต็มหลัง” เพื่อนำมาใช้เผาให้เกิดความร้อนเป็นพลังงานทดแทน (มาซาโอะ เซโตะ, เล่ม 1, 2548, 155)

รถยนต์พลังถ่านหุงข้าว

สาเหตุที่รถยนต์ช่วงสงครามใช้ถ่านหุงข้าวแทนน้ำมันเกิดจากน้ำมันเบนซินขาดแคลนส่งผลกระทบต่อการคมนาคม ทั้งทางรถยนต์ เรือยนต์ จึงมีผู้คนพยายามประดิษฐ์คิดค้นพลังงานขับเคลื่อนที่ใช้แทนน้ำมัน กลายเป็นรถยนต์พลังจากถ่านหุงข้าวที่เผาไหม้สันดาปจนสามารถจุดระเบิดในกระบอกสูบได้ อู่รถยนต์สมัยนั้นจึงออกแบบสร้างและผลิตเตาเผาถ่าน รับจ้างดัดแปลงระบบส่งเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ให้เป็นระบบใช้ถ่านหุงข้าว (สรศัลย์ แพ่งสภา, 2554, 108)

มนัส โอภากุล ชาวสุพรรณบุรีคนหนึ่ง เล่าว่า ในช่วงนั้น อู่รถยนต์ปรับรถโดยสารประจําทางมาใช้พลังงานจากเตาถ่านแทนการใช้น้ำมัน ด้วยการต่อถังด้วยสังกะสีเป็นรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลางราว 1 ฟุต สูง 1.5 เมตร ติดตั้งไว้ที่ตำแหน่งท้ายรถ มีเตาเผาถ่านวางอยู่ในก้นถัง มีพัดลมหมุนด้วยมือ เสียงดัง “ว้อๆ” เพื่อให้ควันไหลเข้าไปตามท่อเข้าเครื่องยนต์ซึ่งอยู่ด้านหน้าของรถ พอการสันดาปเต็มที่แล้วจึงจะสตาร์ตเครื่องยนต์ติด รถโดยสารชนิดนี้ที่สุพรรณบุรีมีเช่นกัน วิ่งจากตัวจังหวัดไปอําเภอบางปลาม้า หรือจากจังหวัดไปอำเภอโพธิ์พระยา ระยะทาง 90 ก.ม.อย่างสบาย

บริษัทสมัยนั้นที่สามารถปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ใช้พลังงานจากถ่านหุงข้าวได้ เช่น บริษัท ไทยประดิษฐ์ จำกัด

ต่อมา มนัสนำรถโดยสารพลังงานถ่านเข้าไปวิ่งรับส่งผู้โดยสารในกรุงเทพฯ บ้าง แต่ดำเนินกิจการวิ่งรถประจำทางตามเส้นทางได้ไม่นานมีคนมาขอซื้อรถของเขาด้วยราคาดี เขาจึงขายรถยนต์ออกไป (silpa-mag.com/article 43824)

มนัสเล่าว่า เมื่อน้ำมันขาดแคลนไม่เพียงมีผลต่อรถยนต์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการคมนาคมทางน้ำด้วย ช่วงนั้นมีการใช้เครื่องฉุดระหัดวิดน้ำเอามาดัดแปลงเป็นเครื่องเรือรับส่งคนโดยสารโดยใช้น้ำมันจากต้นเหียงแทนน้ำมันเบนซินด้วยเช่นกัน (silpa-mag.com/article 43824)

ในช่วงสงครามนั้น ในพระนครมี “รถเมล์เขียว” ของบริษัท สยามรถยนต์ จำกัด ของคุณวรกิจบรรหาร และคุณชลอ รังควร มีสัมปทานเดินรถในพระนคร และมีสำนักงานและอู่รถตั้งอยู่ที่โรงพิมพ์อักษรนิติ บางขุนพรหม

เส้นทางเดินรถเมล์เขียวนี้ วิ่งจากสถานีบางซื่อ-สะพานแดง-เกียกกาย-บางกระบือ-เทเวศร์-บางลำพู-สนามหลวง อีกสายหนึ่งเดินรถจากเทเวศร์-ยศเส-หัวลำโพง-สามย่าน-ศาลาแดง-สะพานดำ-ช่องนนทรี (สรศัลย์ แพ่งสภา, 2554, 107-109)

ไม่เพียงรถพลังถ่านหุงข้าวจะวิ่งรับส่งประชาชนในเมืองอย่างกว้างขวางเท่านั้น แต่ในยุคสมัยสร้างชาติด้วยการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพพลานามัยดีด้วยการรู้จักการพักผ่อนตากอากาศนั้น ยังคงมีรถโดยสารด้วยพลังงานถ่านหุงข้าวนี้วิ่งรับส่งประชาชนจากพระนครไปท่องเที่ยวที่สถานตากอากาศบางปู สมุทรปราการด้วย

สำหรับเส้นทางรถโดยสารท่องเที่ยวนี้วิ่งไปตามถนนสายปากน้ำผ่านบางปิ้งไปบางปู วิ่งด้วยอัตราความเร็วถึง 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว (สนิท เจริญรัฐ, 2507, 275 ; โกวิท ตั้งตรงจิตร, 2556, 148)

สำหรับรถพลังถ่านหุงข้าวหรือรถยนต์ไทยประดิษฐ์นั้น สรศัลย์บันทึกต่ออีกว่า รถยนต์ไทยประดิษฐ์ เป็นผลงานของคุณสุชาติ (เทียนไล้) กรรณสูต แห่งบริษัท สุพรรณพานิช จำกัด ที่สร้างเตาผลิตแก๊สเชื้อเพลิงจากถ่านสำหรับเครื่องยนต์รถยนต์และเครื่องยนต์เรือมากมาย รถเมล์เขียวของคุณวรกิจบรรหารก็ใช้เครื่องยนต์ของคุณเทียนไล้เช่นกัน สำหรับสัญลักษณ์บริษัท ไทยประดิษฐ์ เป็นรูปสิงโตสีเหลืองบนพื้นสีน้ำเงินเข้ม (สรศัลย์ แพ่งสภา, 2554, 107-109)

สำหรับประวัติของสุชาติ กรรณสูต (2444-2505) วิศวกรชาวไทยผู้ที่เป็นต้นคิดใช้ถ่านทำความร้อนเป็นพลังงานขับเคลื่อนให้แก่รถยนต์ เรือยนต์ในสังคมไทย ชื่อเดิมคือ เทียนไล้ เขาสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อราวปี 2475 แล้วกลับมาทำงานอยู่ที่บริษัท สุพรรณพานิช ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว (อนุสรณ์ในวันฌาปนกิจนายสุชาติ (เทียนไล้) และนางแมรี่ กรรณสูต, 2506)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘รถยนต์พลังถ่านหุงข้าว’ : นวัตกรรมของคนไทยในช่วงสงคราม | ณัฐพล ใจจริง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...