โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เงินสำรองฉุกเฉิน : ต้องมีเท่าไรถึงเรียกว่าปลอดภัย ?

BT Beartai

อัพเดต 27 ต.ค. 2566 เวลา 01.56 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 14.23 น.
เงินสำรองฉุกเฉิน : ต้องมีเท่าไรถึงเรียกว่าปลอดภัย ?

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1321674.mp3?cb=1698371849.mp3

ปัจจุบัน ความไม่แน่นอนต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น การออมเงินไว้ใช้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของเราเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ทำให้การเพิ่มบัญชีเงินออมเพื่อสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินจึงถือว่ามีความจำเป็นมากขึ้น เพราะเครื่องการันตีความปลอดภัยทางการเงินให้กับเราได้อีกระดับหนึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

แล้วถามว่า ต้องออมเท่าไรถึงจะปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน ? บทความนี้ beartaiBRIEF มีคำตอบ!

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจถึงคำว่า ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ ก่อนว่ามีความหมายอย่างไร ซึ่ง ‘เงินฉุกเฉิน’ คือเงินที่มีสภาพคล่องสูง สามารถเบิกถอนมาใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว หรือเรียกได้ว่าใช้งานได้ทันทีทันใด

แล้วทำไมถึงต้องมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ? ต้องบอกว่าแต่ละคนมีประสบการณ์การเกิดภาวะฉุกเฉินในชีวิตไม่เหมือนกัน ระดับความรุนแรงก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่ปัญหาเล็กไปจนถึงวิกฤตใหญ่ เช่น โทรศัพท์พัง รถเสีย เกิดอุบัติเหตุ เข้าโรงพยาบาล ผ่าตัดฉุกเฉิน ตรวจพบโรคร้าย ตกงาน หรือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนร่วมอยู่ในวิกฤตเดียวกันคือ โควิด – 19 พวกเราทุกคนถูกล็อกดาวน์ ถูกลดเงินเดือน ถูกเลิกจ้าง บางคนต้องปิดกิจการ ซึ่งผลกระทบของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ามาตรวัดผลกระทบที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ‘เงินออม’ ยิ่งตัวเลขเงินเก็บสูง ผลกระทบทางการเงินยิ่งน้อยลง

ทั้งนี้ ก่อนหน้าโควิด – 19 เราเคยมองว่าควรมีเงินออมเผื่อไว้ให้เพียงพอในระยะ 3 – 6 เดือนข้างหน้า แต่จากบทเรียนครั้งนี้ทำให้นักวางแผนทางการเงินได้ขยายเวลาสำรองเงินเผื่อใช้ออกไปเป็น 8 เดือน 10 เดือน หรือ 12 เดือนกันเลยทีเดียว หรือถ้าคำนวณเป็นตัวเลข เราจะพบว่าควรมีเงินออมเผื่อไว้ในยามฉุกเฉิน 3 – 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น หากเรามีค่าใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 30,000 – 60,000 บาท

แล้วเราควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ที่ไหน ? เมื่อคำนิยามของเงินสำรองฉุกเฉินคือเงินที่มีสภาพคล่องสูง ดังนั้น เครื่องมือทางการเงินที่มีสภาพคล่องสูงสุดคือ ‘เงินฝากออมทรัพย์’ จึงเป็นคำตอบ ในขณะที่อีกทางเลือกคือ การแบ่งเก็บในบัญชีเงินฝากประจำระยะสั้นที่ให้ดอกเบี้ยสูง หรือหน่วยลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น หรือกองทุนรวมหุ้น ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ใน 1 – 2 วัน

การวางแผนทางการเงินและการสร้างวินัยการออมถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยสามารถเริ่มต้นได้เลยในทุกช่วงวัย และในทางทฤษฎีแล้ว มีหลักการออมให้เลือกใช้หลายสูตร ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานคือการหัก 10% ของรายได้ในแต่ละเดือนไว้เป็นเงินออม เช่น ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นทำงานด้วยเงินเดือน 15,000 บาท ให้หักเข้าบัญชีเงินออม 1,500 บาทในแต่ละเดือน

หรือถ้ามีรายได้มากขึ้นและต้องการ Up Level ในการออมก็อาจใช้สูตร 80/20 โดยแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของ 80% สามารถนำไปใช้จ่ายได้ ส่วนที่เหลืออีก 20% ให้กันไว้เป็นเงินออม เช่น ถ้าคุณมีเงินเดือน 25,000 บาท ควรแบ่งเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำ 20,000 บาท เงินเก็บ 5,000 บาท และอาจแบ่งย่อยเป็นเงินที่สำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจริง ๆ อีกก้อนหนึ่ง

เมื่อคุณมีความพร้อมทั้งในส่วนของเงินออมและเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว สิ่งนี้ก็จะเป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่แข็งแกร่ง ช่วยให้คุณผ่านพ้นในทุกวิกฤตได้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...