ท่านแม่ขาลุย(จบ)
ข้อมูลเบื้องต้น
เพราะความเมาเป็นเหตุ หนิงเซียนบุตรสาวพ่อค้าใหญ่ในเมืองเจียงซานที่ปลอมตัวเป็นชายเพื่อไปเที่ยวหอสุราของพี่ชายคนรอง เดินเข้าห้องผิดไปเจอกับชายหนุ่มที่นางเข้าใจว่าเขาเป็นชายบริการ นางก็แทะโลมเขาจนเลยเถิด
จากผู้ล่ากลายเป็นถูกล่าเสียเองโดนจับกินไม่เหลือกระดูก
พอตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจรีบหนีออกมาก่อนบุรุษผู้นั้นจะตื่น กลับถึงจวนโดนทำโทษกักตัวในเรือนเป็นเวลาสามวัน
แต่ในเวลาเก้าเดือนต่อมาหนิงอ้ายตัวน้อยก็ได้เกิดมาโดยไม่รู้ว่าบิดาเป็นใคร แม้แต่หนิงเซียนเองก็จำไม่ได้ว่าบุรุษผู้นั้นหน้าตาเป็นเช่นไร ไม่ว่าอย่างไรนายท่านกงและกงฮูหยินรวมถึงพี่ชายทั้งสองก็ไม่เคยว่ากล่าวอะไร แถมยังหลงรักหลานสาวตัวน้อยจนโงหัวไม่ขึ้น แต่หนิงเซียนก็ยังคงมีเรื่องมีราวกับชายหนุ่มที่ขยันเดินมาหาเรื่องได้ทุกวันเด็กน้อยต้องคอยห้ามท่านแม่
อย่าตีคน เพราะลับหลังเจ้าตัวน้อยคอยรีดตำลึงทองจากชายหนุ่มทั้งหลายเหล่านั้นเป็นประจำ
แม่แสบแล้ว ลูกแสบกว่า
แนะนำตัวเจ้าค่ะ
กงหนิงเทียน พ่อค้าใหญ่เมืองเจียงซาน
กงเสวี่ยเหมย กงฮูหยิน
กงหนิงซาน พี่ชายใหญ่
ดูแลสำนักคุ้มภัย หอประมูล
กงหนิงเซียว พี่ชายรอง
ดูแลหอสุรา ร้านผ้า
กงหนิงเซียน คุณหนูเล็ก
ดูแลโรงเตี๊ยม ร้านเครื่องประดัป
กงหนิงอ้าย เจ้าตัวป่วนที่ทุกคนหลงรัก
บุรุษปริศนา?
จุดเริ่มต้น
กงหนิงเซียนบุตรสาวคนสุดท้องของนายท่านกงและกงฮูหยิน ด้วยความที่มีบุตรชายมาแล้วสองคนหนิงเซียนจึงเหมือนมาเติมเต็ม
ความสุขในครอบครัว เด็กน้อยเติบ
โตมาด้วยความรักจากผู้คนรอบข้าง
นางเหมือนไข่มุกล้ำค่าในอุ้งมือที่แทบจะไม่มีผู้ใดกล้าทำให้นางต้องเสียน้ำตา จากเด็กน้อยที่เติบโตขึ้นมาบนหลังม้า ใช่ได้ยินไม่ผิดหนิงเซียนที่วิ่งหนีงานสตรีทุกชนิดชอบขี่ม้ายิงธนูและต่อสู้ จากการสนับสนุนของบรรดาพ่อและพี่ชายที่ไม่ต้องการให้นางโดนคนรังแก กงฮูหยินแทบอยากจะเป็นลม เมื่อบุตรสาวมีรอยช้ำตามแขนขากลับมาที่จวนทุกวัน กงฮูหยินกังวลใจกลัวบุตรสาวไม่อาจหาสามีได้ แต่นายท่านกงและพี่ชายกลับชอบอกชอบใจ บอกแต่เพียงลูกข้า ข้าเลี้ยงเองไม่ต้องแต่งก็ได้กงฮูหยินได้แต่นั่งสวดอ้อนวอนฟ้าดินอย่าให้บุตรสาวของนางกลายเป็นสาวเทื้อเลย
หลังจากวันนี้แอบไปสร้างวีรกรรมตีกับบุตรชายของเหลาอาหาร'แสงตะวัน'แซ่โจว ชื่อ
โจวอินหมิงที่นับวันจะขยันมาวุ่นวายกับนางเหลือเกิน ตกยามเย็นหนิงเซียนปลอมตัวเป็นบุรุษแอบหนีจากจวนมาเที่ยวหอสุราของพี่รอง วันนี้นางได้ยินเสี่ยวเอ้อเหลาอาหาร
'แสงตะวัน'พูดคุยกันว่าวันนี้พี่รองจะเอาสุราดีจากเมืองหลวงมาวางขายนางอยากลองชิมดูว่าจะรสดีแค่ไหน
เมื่อมาถึงจึงบอกขอห้องส่วนตัวเพื่อป้องกันพี่รองพบเจอตัว เสี่ยวเอ้อนำทางพาขึ้นมาบนชั้นสาม
"ขอสุราแดงดอกเหมยมาให้ข้าหนึ่งกาพร้อมกับแกล้มด้วยเร็วหน่อย"หนิงเซียนดัดเสียงให้ทุ้มใหญ่เล็กน้อย
"ได้ขอรับคุณชายรอสักครู่ข้าน้อยจะรีบนำมาให้ขอรับ" เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วรีบไปเอาสุราและกับ
แกล้มมาทันที
สุราสามกากระจัดกระจายเพราะคนเมา หนิงเซียนรู้สึกมึนเมามากเลยคิดจะไปนอนพักห้องพี่รองด้านหลังให้สร่างค่อยกลับจวนจึงเดินตุปัดตุเป๋เปิดห้องใครไม่รู้เข้าไป ในห้องมีบุรุษในชุดตัวในกำลังนอนเอนกายเตรียมพักผ่อน สายตาคมหันมาสบกับดวงตากลมโตที่กำลังเบิกค้างจ้องมองมาอย่างโง่งม
"คนงามมีคนงามขนาดนี้อยู่
ที่นี่ด้วยหรือเนี่ย คนงามเจ้าอยากให้
ข้าดูแลเจ้าไหม ข้าจะทะนุถนอมเจ้าอย่างดีเลย"หนิงเซียนเอ่ยออกไปเพราะคิดว่านี่คือชายบริการที่บรรดาสาวใช้เคยซุบซิบในจวนนาง คิ้วเข้มขมวดอย่างไม่พอใจดวงตาหรี่ลงอย่างอันตราย 'สตรีรึ หึหึน่า
สนใจ อยากรู้เหมือนกันว่านางต้อง
การอะไร ถ้าเกิดเป็นอันตรายสังหารทิ้งไปก็สิ้นเรื่อง'คิดได้อย่างนั้นแล้วเขาจึงผ่อนรังสีฆ่าฟันลดลง ชายหนุ่มโบกมือไล่คนติดตามให้ออกไปให้หมด เมื่อเหลือแค่สองคน หนิงเซียนก้าวเดินเข้าหาอย่างเหม่อลอย แต่เพราะเมาจึงเดินสะดุดล้มทับชายหนุ่ม 'สตรีน่าตายชายหนุ่มคิดอย่างมีโทสะพอเงยหน้าจะต่อว่าปากน้อยๆก็ประกบปากเขาพอดีชายหนุ่มแทบอยากบีบคอสตรีหน้าไม่อายคนนี้ให้แหลกคามือ แต่ความรู้สึกแปลกๆกลับรั้งมือเอาใว้ หนิงเซียนจูบแบบไม่ประสาพอถอนปากออกมาก็บ่นงึมงำ
"ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยหรือต้องจูบมากกว่านี้"ไวเท่าความคิดคราวนี้หนิงเซียนจู่โจมจูบอีกครั้งพร้อมกับลูบไล้มือเข้าไปในเสื้อที่แหวกออกมามือเล็กค่อยๆวางบนหน้าอกอันแข็งแรง ชายหนุ่มตอนแรกคิดจะผลักไสสตรีน่าไม่อายคนนี้ออกไปแต่ความหวานที่อวลอยู่ในโพรงปากและกลิ่นหอมละมุนราวดอกไม้จากร่างเล็กทำให้สติชายหนุ่มเตลิด ยิ่งจูบยิ่งอยากสัมผัสมากขึ้นจากเล็กน้อยเริ่มไม่เพียงพอ ชายหนุ่มตรึงท้ายทอยสตรีตรงหน้าให้แหงนรับ
ริมฝีปากหยักที่ก้มลงบดจูบใด้อย่าง
ถนัด จูบที่เรียกร้องปนอ่อนโยนทำให้ร่างเล็กหายใจไม่ทัน ความร้อนลามเลียไปทั่วร่างกายลมหายใจหอบสะท้าน ฝ่ามือหนาดันแผ่นหลังให้เข้ามาชิดอกหนามากขึ้น หนิงเซียนถูกจูบจนหัวหมุน เมื่อเริ่มหายใจไม่ทันมือเล็กจึงทุบเข้ากับไหล่กว้าง ร่างสูงผละออกห่างเพื่อให้คนตัวเล็กใด้มีเวลาพักหายใจ
ดวงตาสีนิลสบเข้ากับตากลมที่ฉ่ำปรือ ปากอวบอิ่มที่บวมเจ่อเล็กน้อย
เพราะถูกจูบ กลายเป็นภาพเย้ายวน
ในสายตาคม ริมฝีปากฉกจูบลงไปใหม่อย่างรวดเร็ว มืออีกข้างปลดสายคาดเอวชายหนุ่มอาศัยช่วงเวลาที่กำลังมอมเมาสาวน้อยด้วยจูบกระชากวิญญาณ ปลดชุดออกจากร่างเล็ก ริมฝีปากร้อนลวกลากต่ำลงไปที่ลำคอ แว่วเสียงครางแสนหวานในลำคอ ยิ่งทำให้ความต้องการพุ่งสูงขึ้นไปอีก ชายหนุ่มวนจูบจากลำคอลงมาแอบงับใบหูน้อยจนคนตัวเล็กอุทานเสียงเบาพลางย่นคอหนี "อ๊ะ! อือ" ร่างสูงพลิกร่างน้อยลงมาอยู่ใต้ร่าง ใช้วงแขนแข็งแรงกักตัวร่างน้อยเอาใว้ข้างใต้ร่าง ดวงตาสีนิลก้มมองสบกับดวงตากลมโตแววาวฉ่ำน้ำชวนให้ลงมือรังแก ริมฝีปากน้อยอ้าเล็กน้อยเพื่อสูดเอาลมหายใจเพื่อเรียกสติอันน้อยนิดของตนเอง ชายหนุ่มก้มลงบดจูบอย่าเรียกร้อง ริมฝีปากจูบเม้มทิ้งร่องรอยตามเรือนร่างทุกตารางนิ้ว จมูกโด่งลากไล้สูดดมความหอมละมุนจนมาหยุดที่บัวตูมสองดอก ชายหนุ่มตวัดเรียวลิ้นปัดป่ายจนตุ่มแข็งเป็นไต หนิงเซียนผวาหยัดอกให้ร่างสูงเชยชมสองมือขยุ้มศีรษะของชายหนุ่มออกแรงกดให้ใบหน้าแนบชิดกับอกอวบอิ่มของตัวเองไม่รู้ตัว ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ชายหนุ่มผละใบหน้าเพื่อดอมดมบัวตูมอีกดอกอย่างเท่าเทียมกัน ฝ่ามือหนานวดเฟ้นบัวคู่งามจนสะท้านไหว ริมฝีปากร้อนลวกลากผ่านแอ่งสะดือสวยลงมาถึงจุดลี้ลับของอิสตรี หนิงเซียนสั่นสะท้านไปทั้งตัวเพราะความเสียวซ่านเนื้อตัวร้อนผ่าวเหมือนคนเป็นไข้ ยิ่งใบหน้าคมเลื่อนลงต่ำกลางกายสาวหนิงเซียนยิ่นร้อนรนเผลอหนีบขาด้วยความอับอาย แต่ถูกฝ่มือหนาสัมผ้สอย่างอ่อนโยนปลอบประโลมจนเชื่อใจเผลอแยกเรียวขาสวยออกห่างเปิดเผยกุหลาบดอกตูมอวดสายตาชายหนุ่มยั่วให้ภมรหนุ่มเข้ามาลิ้มรส ฝ่ามือประคองบั้นท้ายกลมกลึงใว้มั่นแล้วฝังใบหน้าลงสัมผัสกุหลาบดอกน้อย หนิงเซียนแหงนหน้าครางเสียง
หวานพยายามจะถอถอยหนีแต่ถูกจับใว้มั่น ยิ่งถูกปนเปรอด้วยปากมากเท่าไหร่หนิงเซียนก็ยิ่งเสียว
ซ่านมือน้อยขยุ้มศีรษะชายหนุ่มเอาใว้จนร่างกายกระตุกเกร็งเบาหวิวจนหอบสะท้านความร้อนลามเลียไปทั้งร่างกาย รู้สึกเหมือนได้โบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแม้ในครั้งแรกจะถอยหนียามเมื่อมีสิ่งลุกล้ำเข้ามาในร่างกาย แต่เสียงประประโลมอย่างอ่อนโยนกล่อมทำให้นางเชื่อฟัง
"อย่ากังวลอย่ากลัวข้าจะถนอมเจ้า"เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูน้อย ชายหนุ่มอดทนไม่บุกทะลวงอย่าง
รุนแรงเพราะสงสารร่างน้อยที่เหมือนจะแตกหักได้ทุกเมื่อ ยิ่งห้ามตัวเองยิ่งห้ามลำบากความอ่อนหวานนุ่มละมุมทำให้ชายหนุ่มรังแกร่างน้อยไปหลายรอบจนหนิงเซียนสลบคาอกชายหนุ่มจึงเช็ดเนื้อเช็ดตัวนางให้สะอาด เมื่อมองเห็นหยดเลือดจากต้นขาด้านในชายหนุ่มยิ้มอย่างยินดี
"เจ้าเป็นของข้าแล้วสาวน้อยจากนั้นจึงแต่งตัวให้หนิงเซียนแล้ว
กอดนางจนหลับไปพร้อมกับคิดว่ารุ่งเช้าค่อยคุยกันอีกที แต่ใครจะคาดคิดว่าเมื่อตื่นมาคนข้างกายจะหายไปแล้ว และที่สำคัญคนสนิทมีข่าวด่วนบอกเกิดเรื่องที่เมืองหลวงเขาจึงต้องรีบเดินทางอย่างรีบเร่งจนลืมเลือนเรื่องนี้ไปเลย
หนิงเซียนเมื่อรู้สึกตัวตื่นก็ต้องตกใจสุดขีดที่เห็นว่ามีบุรุษมานอนอยู่ด้านข้าง ความเมื่อยขบเจ็บระบมช่วงล่างฟ้องนี่คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝันนางรีบหนีออกมาก่อนที่บุรุษผู้นั้นจะตื่นเมื่อกลับถึงจวนหนิงเซียนก็รีบกลับไปที่เรือนของตัวเอง แต่ดันเจอกับกงฮูหยินที่ยืนดักรออยู่ด้านหน้า ผลคือโดนทำโทษกักบริเวณในเรือนเป็นเวลาสามวันโทษฐานหนีเที่ยวแล้วหายไป
ทั้งคืนจนตามหาให้วุ่นวายกันไปหมด
และสิ่งที่ตามมาในเก้าเดือน
ต่อมาก็คือ เจ้าตัวกลม 'กงหนิงอ้าย' หลานสาวตัวน้อยของจวนสกุลกง
ผู้ที่เกาะติดท่านแม่หนิงเซียนไม่ให้ตีกับบุรุษเพราะลับหลังมารดา
หนิงอ้าย ขูดรีดก้อนตำลึงจากบุรุษพวกนั้นจนเต็มกระเป๋าเรื่องห้ามท่านแม่แค่ข้ออ้างเรื่องจริงคือก้อนตำลึง
ต่างหาก แค่กๆๆ
ฝากน้องกับแม่ด้วยนะเจ้าคะ น้องแค่อยากเก็บเงินเอง ไรท์มโนเองเนื้อเรื่อง
อาจไม่สมเหตุสมผลมากนักเพราะอยากแต่งตามใจ
สักเรื่อง ตำหนิได้แต่อย่าแรงไรท์บอบบาง
ความวุ่นวาย
หนิงเซียนนั่งเหม่อลอยนึกถึงความหลังเมื่อหกปีก่อน
'เฮ้อ เราจะนึกถึงชายคนนั้นทำไมนะเข้าใจไปเองว่าเขาเป็นชายบริการจริงๆเขาก็แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น' เสี่ยวชิงสาวใช้ส่วนตัวของหนิงเซียนเดินมาปรนนิบัติ
ล้างหน้าแต่งตัวให้คุณหนูของตัวเอง
เสร็จจึงถามว่า
"คุณหนูจะรับอาหารเช้าที่นี่หรือที่เรือนใหญ่เจ้าคะ"หนิงเซียนนิ่งคิดครู่ใหญ่
"รับที่เรือนใหญ่ดีกว่าเราไปปลุกเสี่ยวอ้ายกันเถอะป่านนี้จะตื่นหรือยังไม่รู้" เอ่ยจบหนิงเซียนและเสี่ยวชิงจึงเดินไปยังห้องบุตรสาว
ตัวน้อยที่อยู่ติดกัน พอดีสาวใช้ของ
หนิงอ้ายกำลังจะเข้าไปปลุกเจ้านายตัวน้อยหนิงเซียนเลยยกมือห้ามแล้ว
เข้าไปปลุกบุตรสาวด้วยตนเอง
"เสี่ยวอ้ายเจ้าตัวขี้เซาตื่นเสียที วันนี้เจ้ากับแม่จะไปกินข้าวกับท่านตาท่านยายที่เรือนใหญ่กันนะ"เสียงปลุกอันอ่อนโยนของมารดาทำให้หนอนดักแด้ตัวน้อยค่อยๆกระดื๊บๆออกมาจากกองผ้าห่ม
"เวลาใดแล้วเจ้าคะท่านแม่เสี่ยวอ้ายว่าการตื่นเช้าไปอาจทำให้ดวงตาไม่สดใสผิวจะไม่สวยมันจะมี
ผลทำให้ไม่เจริญอาหารนะเจ้าคะ" หนิงเซียนหลุดยิ้มแล้วถามกลับ
"เจ้าไปจดจำสำนวนอันใดมาผู้ใดสอนเจ้ากัน ตอนนี้ยามเฉินแล้ว
รีบลุกเถอะเดี๋ยวท่านตาท่านยายจะรอนาน" เจ้าตัวกลมลุกนั่งตาปรือหน้ายับยู่ยี่เพราะยังคงง่วงนอนอยู่ เสี่ยวหลินสาวใช้ประจำตัวของ
หนิงอ้ายประคองเจ้านายตัวน้อยไปล้างหน้าพร้อมกับเปลี่ยนชุดออกมาให้หนิงเซียนหวีผมมัดเป็นก้อนซาลาเปาน้อยหนิงอ้ายมองดูตัวเองในกระจกอุทานเบาๆ
" ว้าวท่านแม่มัดผมให้เสี่ยวอ้ายงดงามมากเลยเจ้าค่ะ จริงๆ
เสี่ยวอ้ายก็งามอยู่แล้ว แต่เสี่ยวอ้ายเชื่อว่าวันหน้าเสี่ยวอ้ายต้องเป็นหญิงงามในใต้หล้าแน่นอน"เอ่ยพร้อมเอามือป้อมแนบแก้มตัวเองทั้งสองข้างหลับตาเอียงหน้าอย่าเพ้อฝัน สาวใช้ทั้งสองและหนิงเซียนอดขำหนิงอ้ายไม่ได้
"เอาล่ะเรารีบไปหาท่านตาท่านยายกันเถิด"หนิงเซียนเอ่ยอย่างอ่อนโยน
"เจ้าค่ะท่านแม่" หนิงอ้ายจับจูงมือหนิงเซียนเดินกระโดดร้องเพลง
แปลกๆไปตลอดทาง"นกบินไม่ไหว เพราะนกตัวใหญ่มีพุง เสี่ยวอ้ายตัวไม่สูงเพราะขนมมีนิดเดียวดี๊ๆด๊าๆปั๊บๆปาๆ" พร้อมส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปมา
หนิงเซียน "…….."
เสี่ยวชิง"…….."
เสี่ยวหลิน"……"
บนโต๊ะกินข้าว นายท่านกง กงฮูหยิน กงหนิงซานกงหนิงเซียวรอการมาถึงของบุตรสาวและหลาน
สาวสุดรัก เสียงเจื้อยแจ้วดังมาก่อนตัว
"ท่านตาเสี่ยวอ้ายมาแล้วเจ้าค่ะ"หนิงเซียนและหนิงอ้าย
คาราวะทุกคนก่อนนั่ง
ประจำที่
"เสี่ยวอ้ายกินเยอะๆนะเดี๋ยวตาคีบไข่ม้วนของโปรดให้เจ้า"
นายท่านกงเอาใจหลานรัก มีหรือท่านลุงทั้งสองจะยอม
"เสี่ยวอ้ายเดี๋ยวลุงใหญ่คีบปลาสามรสให้นะ"
"เสี่ยวอ้ายเนื้อปลามันคาว
หลานกินเนื้อไก่เถอะลุงรองเลาะกระดูกให้แล้ว"หนิงอ้ายมองดูถ้วยข้าวที่ถูกท่านตาท่านลุงทั้งสองคีบให้จนล้นก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก จนกงฮูหยินต้องห้ามศึกก่อน
จะเริ่มลงมือกินอาหารกันแต่สายตาหกคู่ก็ยังเขม่นใส่กันไม่เลิก หนิงเซียนใด้แต่อ่อนอกอ่อนใจในความ
หลงหลานของทั้งสามคน
ระหว่างนั้นพ่อบ้านหวังเดินมารายงานว่าเสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยม'หวนคำนึง'มาขอพบหนิงเซียน
"นายท่านขอรับเสี่ยวเอ้อที่โรงเตี๊ยมมาขอพบคุณหนูขอรับ
บอกมีเรื่องจะแจ้งขอรับ"
พ่อบ้านหวังเอ่ยจบก็ยืนรอคำสั่ง
"ให้เข้ามาเถอะ"นายท่านกงสั่ง
"ขอรับนายท่าน" พ่อบ้านหวังรับคำแล้วเรียกให้เสี่ยวเอ้อเข้า
มาด้านใน
"ขออภัยขอรับข้าน้อยเป็นคนงานโรงเตี๊ยมขอรับคุณหนูรีบไปที่โรงเตี๊ยมเถิดขอรับ คุณชายโจวกับคุณชายฮั่วกำลังมีเรื่องกันอยู่ขอรับ"
หนิงเซียนหรี่ตา
"เจ้าพวกนี้ไม่ทำงานทำกาหรือไรดีเหมือนกันข้ากำลังอยากออกกำลังพอดี"เอ่ยจบก็ออกไปทันที เจ้าตัวกลมที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารอร่อยแก้มกลมๆพองหยุบหยับตามการเคี้ยวหยุดกึกกางหูฟังพร้อมคิดคำนวนในหัวเร็วจี๋'ภารกิจรีดก้อนตำลึงมาแล้วอิอิ'คิดแล้วหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีส่วนนายท่านกงและลูกชายทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตาด้วยความชอบใจยิ่งน้องน้อยทุบตีคนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นพวกผู้ชายหน้าเหม็นพวกนั้น
ไม่คู่ควรกับน้องน้อยของพวกเขาหรอก กงฮูหยินตีแขนสามีดัง'เผี๊ยะ'
"ท่านก็ตามใจนางเกินไปนะ พวกเจ้าเหมือนกันให้ท้ายน้องสาวเจ้าขนาดนั้นเดี๋ยวคนก็ลือให้น้องเจ้าเสื่อมเสียชื่อเสียงหรอก" กงฮูหยิน
เอ่ยอย่างเหนื่อยใจนายท่านกงและบุตรชายได้แต่นิ่งเงียบแต่แอบอมยิ้มอย่างสาสมใจ
หนิงอ้ายทำตาหลุกหลิกต้องรีบตามไปห้ามท่านแม่เดี๋ยวท่านอาพวกนั้นจะเจ็บหนัก
"ท่านตาข้าต้องรีบไปดูเหตุ
การณ์ก่อนนะเจ้าคะเผื่อมีคนบาดเจ็บ วีรสตรีอย่างข้าต้องไปลอบโยน
ให้ทุกคนหายตกใจเจ้าค่ะคาราวะท่านตาท่านยายท่านลุงทั้งสองเจ้าค่ะ" เอ่ยจบก็วิ่งตัวปลิวไปเรียกคนคุ้มกันที่ท่านตามอบให้
"ท่านอาฟง" สิ้นคำบุรุษร่างใหญ่พร้อมกระบี่ก็พริ้วกายมาอยู่ข้างกาย"ขอรับคุณหนู" หนิงอ้ายแหงนหน้ายิ้มจนตาหยี
"พาข้าไปเก็บตำลึงหน่อยเจ้าค่ะ ถ้าช้าจะไม่ทันการณ์ป่านนี้ท่านอาทั้งสองอาจเจ็บตัวจากท่านแม่แล้วเจ้าค่ะ"
"ขอรับ"เอ่ยจบก็อุ้มหนิงอ้ายใช้วิชาตัวเบาไปที่โรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายหนิงเซียนเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยม สิ่งที่เห็นทำให้นางมีโทสะพวยพุ่งบริเวณด้านหน้าโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยผู้คนที่มาชมเรื่องสนุกพร้อมชี้ไม้ชี้มือส่งเสียงเอะอะไม่หยุดส่วนตัวการคือชายหนุ่มสองคนโจวอินหมิงบุตรชายเจ้าของเหลาอาหารแสงตะวันกับฮั่วหยุนปิงบุตรชายเถ้าแก่ร้านขายข้าวสารรายใหญ่กำลังวางมวยกันฝุ่นตลบ
"พวกเจ้าอยากตายใช่มั๊ยถึงกล้ามามีเรื่องที่โรงเตี๊ยมของข้า"
เสียงตวาดกร้าวพร้อมมีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเฉียดใบหน้าชายหนุ่มทั้งสองทุกสิ่งหยุดชะงักเงียบกริบเมื่อบรรยากาศลดฮวบกดดันจนไม่กล้าขยับตัว ชายหนุ่มทั้งสองตัวต้นเรื่องกระโดดกอดกันด้วยความตกใจ พอรู้สึกตัวก็ผละหนีสะบัดหน้าไปคนละทาง พลางจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูดี
โจวอินหมิงรีบเอ่ยอย่างประจบประแจง
" แม่นางหนิงเซียนพอดีข้ากลับจากไปค้าขายที่เมือง'เป่ยตง'
มีของกำนัลเล็กๆน้อยๆมาฝากแม่นางและเสี่ยวอ้ายแต่เจ้าบ้าหยุน
ปิงมาขวางทางข้า"
"เจ้ากล่าวอะไรของเจ้าทางเดินมีเยอะแยะเจ้าเดินมาชนข้าไม่ขอโทษข้า ข้าไม่ว่าแต่เจ้าจะมา
กล่าวหาข้าแบบนี้ข้ายอมไม่ได้"
ฮั่วหยุนปิงเอ่ยอย่างไม่ยินยอม
"หนอยเจ้าสิมาชนข้าก่อนหรือจะเอาเข้ามาสิ"
"ทำไมเจ้ากล้าหรือข้าไม่กลัวเจ้าหรอก แน่จริงก็เข้ามา"
"พวกเจ้ามาสร้างความ
วุ่นวายที่นี่ไม่อยากมีชีวตอยู่แล้วใช่ไหม งั้นอย่าอยู่เลย"
"โอ๊ย!!!อย่าตีข้า อ๊าก…หัวข้าอ๊า..หัวข้าเจ็บๆๆๆๆข้ายอมแล้ว"
"ข้าผิดไปแล้วอย่าตีข้าโอ๊ย..แม่นางโปรดยั้งมือว๊าก…..โอ๊ย!!!!!"
เสียงชายหนุ่ทั้งสองร้องโอดโอยหลังถูกไล่ตีจนน่วมมีแผลฟกช้ำคนละแผลสองแผลหมดสภาพความหล่อเหลานั่งกุมแก้ม
กุมหัวหน้าสลดอยู่ต่อหน้าหนิงเซียนที่ยืนกอดอกกดดันพร้อมลงมือทุกเมื่อ
"ท่านแม่เจ้าคะ โอ๊ะโอ พวกท่านเป็นใครเนี่ยคงเป็นคนเร่ร่อนมาขออาหารจากท่านแม่ใช่หรือไม่ โถๆๆ ช่างน่าสงสารจริงๆ คงจะหิวมากๆสินะ ไม่เป็นไรเสี่ยวอ้ายใจดี เดี๋ยวเสี่ยวอ้ายเอาอาหารมาให้นะ"เสียงเล็กๆพร้อมเจ้าตัวกลมที่วิ่งดุกดิกเข้ามากอดขาหนิงเซียนเอ่ยเหมือนแสร้งเห็นแต่สายตาล่อก
แล่กอย่างเจ้าเล่ห์
"เสี่ยวอ้ายข้าโจวอินหมิงไงวันนี้ข้ามีของมาฝากเจ้าด้วยนะ แต่เจ้านี่กลั่นแกล้งข้าไม่ให้เจอเจ้า"
"เจ้านั่นแหล่ะที่แกล้งข้าเสี่ยวอ้ายเจ้าอย่าไปฟังเจ้าคนแซ่โจวนะ ข้าฮั่วหยุนปิงเองข้าต่างหากที่ถูกรังแกวันนี้ข้าเอาขนมขึ้นชื่อจากเมืองหลวงมาฝากเจ้าด้วยนะ"
"นี่เจ้ากล่าวหาว่าข้ารังแกเจ้าหรือเจ้าต่างหากที่เริ่มก่อน"
"เจ้านั่นแหล่ะ เจ้าเริ่มก่อน"
ดูเหมือนจะเริ่มยกสองอีกแล้ว
หนิงอ้ายคิดในใจ
"เงียบ"
ความโบ๊ะบ๊ะสามช่าของ
สองหนุ่มมาทีละนิด จีบแม่
เข้าทางลูกจะได้ผลมั๊ยน้อ
บอกแล้วนิยายไรท์ไม่
เครียด เน้นสายฮากรุบกริบ