โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แชร์ 10 เทคนิคจากรุ่นพี่! ทำข้อสอบ "ภาษาอังกฤษ" A-Level ภายใน 90 นาที ให้ทัน+คะแนนพุ่ง

Dek-D.com

เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 05.06 น. • DEK-D.com
อังกฤษ วิชาปราบเซียน ที่ต้องแม่นศัพท์และทำเร็ว เพราะมีเวลาเพียง 90 นาที ข้อสอบ 80 ข้อ

โค้งสุดท้าย ก่อนสอบ A-Level แบบนี้ พี่มิ้นท์ไม่พลาดที่จะหาเทคนิคดีๆ มาฝากน้องๆ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ที่จะสอบในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคมนี้ วิชาที่มีจำนวนข้อมากที่สุดถึง 80 ข้อในเวลา 90 นาที และยังมีพาร์ท Reading ยาวๆ อีกด้วย ทำยังไงให้ทัน เตรียมตัวยังไง บทความนี้มีคำตอบ

แชร์ 10 เทคนิคจากรุ่นพี่!

ทำข้อสอบ "ภาษาอังกฤษ" วิชาสามัญ ยังไงให้ทัน+คะแนนพุ่ง

โครงสร้างข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ

ทักษะการฟังและการพูด (Listening and Speaking Skills) (25 คะแนน) 20 ข้อ

1) เติมบทสนทนาแบบสั้น (Short conversation) จำนวน 3 บทสนทนา

  • จำนวนข้อคำถาม (4 ข้อ/บทสนทนา รวม 12 ข้อ)
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 3 ข้อ / กลาง 6 ข้อ / ยาก 3 ข้อ)

2) เติมบทสนทนาแบบยาว (Long conversation) จำนวน 1 บทสนทนา

  • จำนวนข้อคำถาม (8 ข้อ/บทสนทนา รวม 8 ข้อ)
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 6 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)

ทักษะการอ่าน (Reading Skill) (50 คะแนน) 40 ข้อ

1) โฆษณา (Advertisement) จำนวน 2 บทความ

  • จำนวนข้อคำถาม 3 ข้อ/บทความ รวม 6 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 2 ข้อ / กลาง 2 ข้อ / ยาก 2 ข้อ)

2) บทวิจารณ์สินค้าหรือบริการ (Product or service review) จำนวน 1 บทความ

  • จำนวนข้อคำถาม 6 ข้อ/บทความ รวม 6 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 4 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)

3) รายงานข่าว (News report) จำนวน 1 บทความ

  • จำนวนข้อคำถาม 6 ข้อ/บทความ รวม 6 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 4 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)

4) ภาพประกอบบทความ (Visual) เช่น กราฟ ตาราง แผนผัง หรือ แผนภูมิ จำนวน 2 เรื่อง

  • จำนวนข้อคำถาม 3 ข้อ/เรื่อง รวม 6 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 2 ข้อ / กลาง 2 ข้อ / ยาก 2 ข้อ)

5) บทความทั่วไป ที่ มีจำนวนคำประมา ณ 500– 600 คำ หรือ 1 หน้ากระดาษ A4 จำนวน 2 บทความ

  • จำนวนข้อคำถาม 8 ข้อ/เรื่อง รวม 16 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 3 ข้อ / กลาง 10 ข้อ / ยาก 3 ข้อ)

ทักษะการเขียน (Writing Skill) (25 คะแนน) 20 ข้อ

1) เติมบทความให้สมบูรณ์ (Text completion) จำนวน 3 บทความ

  • จำนวนข้อคำถาม 5 ข้อ/บทความ รวม 15 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 2 ข้อ / กลาง 11 ข้อ / ยาก 2 ข้อ)

2) เรียงประโยคให้เป็นย่อหน้าที่สมบูรณ์ (Paragraph organization) จำนวน 5 ย่อหน้า

  • จำนวนข้อคำถาม 5 ย่อหน้า รวม 5 ข้อ
  • ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 3 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)

รวม Review แนะนำเทคนิคการสอบวิชาภาษาอังกฤษ A-Level

คำแนะนำที่ 1

พาร์ท conversation ก็จะมีพวก idiom เหมือนเดิม พาร์ทการอ่านมีตัวหลอกค่อนข้างเยอะ เช่น ในส่วนของ Ads อาหารเสริม จะมีศัพท์ที่ยากอยู่บ้างเช่น heartburn

.

สำหรับการเตรียมตัวอยากให้ท่องศัพท์เยอะๆ เพราะมันจะช่วยเราแน่ๆ แล้วก็ฝึกพวกพาร์ทที่เก็บคะแนนง่ายๆ เช่น conversation, paragraph organization ค่ะ และอยากแนะนำน้องๆ ให้หาข้อสอบเก่าหรือพวก mock exam มาทำเยอะๆ ตรงไหนเราพลาดก็จดจุดที่เราพลาดเอาไว้แล้วกลับมาทบทวนค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 2

บทความให้อ่านก็เยอะจนอ่านไปก็คิดว่านี่จะจบหรือยัง? แล้วยาวมากกกก บทความเป็นหน้าๆ หรือหลายหน้า

.

ต้องไปฝึกทักษะอ่านเร็วด่วนๆ ที่กวดวิชาหลายแห่งอาจจะมี skim scan หาคำสำคัญ อ่านย่อหน้าแรก ย่อหน้าสุดท้าย ไปดูคำถามก่อนแล้วค่อยกลับมาอ่าน แต่ส่วนตัวแล้วชอบอ่านมันทั้งหมดเลย บางทีอ่านข้ามๆ แล้วทำให้งง ถ้าอ่านคำถามก่อนแล้วอ่านเรื่องแล้วกลับไปอ่านคำถามอีก รู้สึกว่ากลับไปกลับมา

.

สุดท้ายก็อ่านปกติไป ก็ทันอยู่นะ เหลือเวลาด้วยซ้ำ แต่คือต้องรู้อยู่แล้วว่าโจทย์มักจะถามอะไรก็เก็บไว้ในใจตั้งแต่แรกเลย อาทิเช่น รู้ว่าโจทย์จะต้องหา main idea แน่ๆ ตอนอ่านก็ให้คิดคำตอบรอไว้ ถ้ารู้ว่าบทความไหนศัพท์ไม่รู้เยอะ ก็อาจจะลองทำบางคำถามที่ไม่ต้องอ่านเรื่องก็พอเดาได้

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 3

ให้เริ่มทำพาร์ทเรียงประโยคก่อนเลย อยู่ท้ายสุดของข้อสอบแต่เก็บคะแนนง่ายค่ะ คนส่วนใหญ่ชอบทำข้อสอบเรียงข้อจนไม่มีโอกาสได้ทำส่วนนี้เพราะหมดเวลาซะก่อน น่าเสียดายมากกกก มันตายตัวมีkeywordอยู่แล้วว่าประโยคแรกห้ามมีคำเชื่อม หรือสรรพนามอย่างthis,that,it,heนะ แล้วรีบไปทำพาร์ทอื่นให้หมดรวมครึ่งชม เหลือ1ชม.ไว้ทำพาร์ทReading ที่มีถึง40ข้อแถมยาวมากกกก ทำตามนี้ยังไงก็ทันค่ะ เราทำมาแล้ว^^

อ่านรีวิวเพิ่มเติม:

คำแนะนำที่ 4

สำหรับแนวทางในการฝึกอังกฤษของเราก็คือการท่องศัพท์ เพราะข้อสอบสามัญมักจะมีบทความให้อ่านค่อนข้างมาก เราเชื่อว่าถ้าเรารู้คำศัพท์เยอะๆ เราก็จะสามารถอ่านบทความได้รวดเร็วและเข้าใจดีขึ้น เราฝึกท่องศัพท์ประมาณวันละ 20-30คำ ฝึกไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ก็ฝึกทำข้อสอบReadingภาษาอังกฤษต่างๆด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 5

สำหรับคนที่พื้นไม่แน่น ถ้ามีเวลา แนะนำให้อ่านนิยาย เริ่มจากง่ายๆ ไล่ไปยากขึ้น ศัพท์คำไหนไม่รู้ให้จดใส่สมุดเอาไว้ อ่านก่อนนอนวันละสิบยี่สิบคำ เอาเท่าที่ไหว จะได้ทั้ง grammar vocab และ reading แต่ถ้าใครที่เหลือเวลาไม่มากแนะนำให้ทำโจทย์เยอะๆ เจอบ่อยๆ จะเริ่มชินเอง

.

ข้อสอบอ่านค่อนข้างเยอะ เน้นถามความเข้าใจเรื่องที่เราอ่าน ควรอ่านคำถามก่อนว่าถามอะไร จะได้มาไล่หาคำตอบได้ง่าย ถ้ามัวแต่อ่านทั้งเรื่องจะไม่ทันได้ เพราะมีหลายข้อ บทความก็เยอะและยาวมากๆ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 6

ตอนเข้าห้องสอบนำนาฬิกาเข้าไปด้วย สำหรับเก้าสามัญภาษาอังกฤษเราพยายามทำพาร์ทอื่นที่ไม่ใช่ reading ภายใน 20 นาทีแรก แล้วเวลา 70 นาทีที่เหลือเอาไปทำ reading ค่ะ เราจะแสกนคำถามก่อนว่าถามอะไรบ้าง แล้วค่อยเริ่มอ่าน เพราะบางทีโจทย์ถาม main idea first/second/third paragraph จะได้ไล่อ่านทีละอัน ไม่เสียเวลาอ่านซ้ำ ๆ แล้วก็เราทำไปฝนไป เพราะกลัวไม่ทันค่ะ ข้อไหนทำไม่ได้อย่าปล่อยว่าง ฝนไปก่อน เพราะเราอาจจะไม่มีเวลากลับมาฝนตอนท้าย จากที่เราสังเกตคือ passage กลาง ๆ จะสูบเวลา แล้ว passage สุดท้ายจะค่อนข้างง่ายกว่า ดังนั้นอย่าเสียเวลากับ passage แรก ๆ เยอะนะคะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 7

ส่วนตัวเราเตรียมมาแบบครบปังมาก เราคิดว่ามันง่ายนะคือศัพท์ที่เตรียมมามันตรงหมดเลย Reading ก็รู้เรื่อง คำถามก็ไม่ยาก คือมันต้องสะสมมา แนะนำตอนทำข้อสอบเก่าให้จับเวลาจริงๆทุกฉบับไปเลยนะเพื่อฝึกเสมอ ถ้าทำไม่ทันก็อาจจะทำให้เสร็จแล้วนับเวลาหักไป เพื่อเตือนว่าครั้งหน้าทำให้เร็วขึ้น มันมีเทคนิคตัดชอยส์อยู่เช่น all over the most every เจอพวกนี้ตัดออกเลย คำเวอร์ๆอะ

.

คำแนะนำ : ทำ reading 40ข้อไว้สุดท้าย ไปทำส่วนอื่นก่อน จับเวลาเสมอตอนทำข้อสอบเก่า

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 8

อย่างที่ทุกคนรู้ว่าอังกฤษ9วิชาสามัญ คือ Readingเยอะมากๆ และเวลาน้อย แสดงว่าต้องอ่านเร็วและจับใจความได้ ซึ่งอยากบอกทุกๆคนว่า ภาษาอังกฤษไม่ได้ยากเกินไป แต่เป็นskillที่เราได้ผ่านการใช้จริง ถ้าเราคลุกคลีกับมัน เราก็จะคุ้นชินไปเอง เอาใจช่วยทุกคน จากประสบการณ์ผู้ที่เคยเกลียดภาษาอังกฤษ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 9

CONVER :พวกสำนวนต่างๆ ในชีวิตประจำวัน มักจะมีสำนวนแปลกๆที่ต้องรู้ต้องจำเป็นพิเศษ ใครชอบดูหนังฝรั่งจะได้เปรียบมากในส่วนนี้เช่นเรา ตรงส่วนนี้จะอ่านจากหนังสือเพิ่ม เดี่ยวอ่านเล่มไหนยังไงจะแถมให้ในตอนท้าย
.

READING :ไม่ได้ยากมาก แต่ยาว รู้ศัพท์แปลออกก็ทำได้ แต่ต้องมีเทคนิคในการทำไม่งั้นจะทำไม่ทันนะ ส่วนตัวจะอ่านคำถามก่อนแล้วมาหา keyword ในบทความ แล้วอ่านย้อนขึ้นไปนิดนึง พาร์ทนี้ต้องอาศัยการทำข้อสอบเก่าเยอะๆ พอทำไปได้เยอะแล้วจะเริ่มเห็นลูกเล่นข้อสอบว่าไม่จำเป็นต้องอ่านบทความทั้งหมดก็สามารถทำข้อสอบได้ แล้วจะรู้ว่าข้อสอบส่วนใหญ่ชอบถามอะไร ลองอ่านจับใจความดีๆ Topic MainIdea Purpose การกล่าวอ้างในบทความต่างๆ

ต้องระวังให้ดีมีเล่น synonym เยอะ อะไรไม่แม่นก็ไปอุดรอยรั่วจะได้ไม่พลาด

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

คำแนะนำที่ 10

การจะทำ Reading ส่วนนึงพี่มองว่าเราต้องมีหลักการทำพร้อมกับความรู้ทางคำศัพท์ที่เยอะหน่อย จะทำให้การทำข้อสอบค่อนข้างผ่านไปได้ด้วยดี เทคนิคของพี่ไม่มีอะไรมากก็คือให้น้องแยกข้อสอบเป็นสองแบบคือถามแบบรายละเอียด (Highlighted word/ ถามเจาะบรรทัด/ รายละเอียดบทความ) กับถามแบบจับใจความ (Topic/ Main idea / True False) เป็นพี่จะแนะนำให้ทำแบบถามรายละเอียดก่อน แล้วหา Keyword ของคำถาม เพื่อที่เราจะกวาดตาอ่านบทความแล้วถ้าเจอก็ให้อ่านประโยคก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้นเพื่อที่เราจะได้เข้าใจข้อความได้สมบูรณ์ขึ้น พอน้องทำส่วนที่ถามรายละเอียดเสร็จแล้ว น้องก็แค่อ่านส่วนที่ยังไม่อ่านเพิ่ม เพื่อสรุปนำไปตอบในข้อที่ถามจับใจความ

อ่านรีวิวเพิ่มเติม :

รวมๆ แล้ว ข้อสำคัญที่รุ่นพี่พูดเป็นเสียงเดียวกัน คือ "ความเร็ว" ซึ่งจะมีผลต่อการวางแผนการทำข้อสอบ เช่น ให้ทำข้อที่ง่ายก่อน ให้ทำพาร์ทที่เก็บคะแนนได้ง่ายกว่า เช่น Conversation ส่วนพาร์ท reading ก็จะต้องวางแผนการอ่าน ต้องหา main idea, ฝึกการอ่านแบบ Skim Scan เป็นต้น แต่การวางแผนที่ดีก็ต้องควบคู่กับความรู้ที่สะสมมาด้วย วิชาภาษาอังกฤษ เน้นทักษะการนำมาใช้ น้องๆ จึงควรรู้คำศัพท์ รวมถึงคำ วลี ที่ใช้ในการสื่อสารจริงด้วยค่ะ สู้ๆ นะคะ :)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...