โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ร้านข้าวโซ-อิ ข้าวซอยพรีเมี่ยมจากเชียงใหม่ เตรียมเปิดสาขาสีลม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. 2566 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 11.56 น.
ข้าวซอยเส้นสดกุ้ง โทบิโกะ

ร้านข้าวโซ-อิ ข้าวซอยพรีเมี่ยมจากเชียงใหม่ เตรียมเปิดสาขาที่สีลม ก่อนรุกตลาดต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

“ช่วงโควิด-19 ผมนอนขี้เกียจอยู่บ้านเป็นเดือน ๆ เพราะออกไปไหนก็ต้องใส่แมสก์ แฟนผมเห็นก็รำคาญ เลยบอกว่าเปิดร้านอาหารกันไหม ตอนแรกเธออยากเปิดร้านข้าวซอย เพราะทราบว่าผมเคยเป็นซูชิ เชฟ ร้านอาหารญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกามาก่อน ตรงนี้จุดประกายให้ผมลุกออกจากบ้าน เพื่อมากินข้าวซอยดัง ๆ ทุกร้านในเชียงใหม่ จนพบว่าข้าวซอยทุกร้านแทบไม่มีใครต่อแถวกินเลย แตกต่างกับร้านอาหารญี่ปุ่นในเชียงใหม่ที่มีแต่เด็กรุ่นใหม่ต่อแถว”

“ผมคิดเดี๋ยวนั้นว่าเศรษฐกิจในเชียงใหม่จะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนรุ่นใหม่เป็นคนขับเคลื่อน กอปรกับผมมานั่งคิดเองด้วยว่า skill ที่ผมมีเกี่ยวกับความเป็นซูชิ เชฟแทบใช้ไม่ได้เลย เพราะตอนนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และเขาไม่ได้กินซูชิเหมือนในอดีตแล้ว แต่สามารถกินอะไรก็ได้ที่ประเทศญี่ปุ่นมี ขนาดเชฟชาวญี่ปุ่น บางร้านยังอิมพอร์ตมาบริการให้ลูกค้าถึงโต๊ะเลย เมื่อคิดได้ ผมจึงเปลี่ยนวิธีคิด ด้วยการนำจุดเด่นของข้าวซอยมาผสมผสานกับจุดเด่นของอาหารญี่ปุ่น เพราะผมต้องการขายข้าวซอยที่แพงที่สุดให้ได้”

คำกล่าวเบื้องต้นคือคำพูดของ “วิน ศรีนวกุล” เจ้าของร้าน และผู้ก่อตั้งร้านข้าวโซ-อิ (KHAO-So-i) บนถนนเจริญราษฎร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านข้าวซอยเส้นสด สไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยม ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…หากมาเชียงใหม่ ต้องมาทานร้านข้าวโซ-อิสักครั้ง

บรรยากาศภายในร้านข้าวโซ-อิ

ซึ่งไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลย ทั้งนั้นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาของ “วิน” ไม่เพียงเรียนจบทางด้านไฟแนนซ์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส สหรัฐอเมริกา หากเขายังเคยเป็น ”ซูชิ เชฟ” ร้านอาหารญี่ปุ่น ด้วยการทำงานพาร์ตไทม์ และหาประสบการณ์ชีวิตให้กับตนเอง หลังจากเรียนจบเขากลับเมืองไทย ดำรงตนเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนจะลาออกไปทำงานอีกหลายแห่ง จนสุดท้ายมาทำธุรกิจทัวร์เอาต์บาวนด์ก่อนที่มหันตภัยไวรัสร้ายจะระบาด

“ตอนทำธุรกิจทัวร์รายได้ดีมาก แต่พอเกิดโควิด-19 ทุกอย่างจบเลย ผมนอนโง่ ๆ อยู่บนเตียงจนเบื่อ และอย่างที่ผมเล่าให้ฟัง แฟนผมเขาอยากเปิดร้านข้าวซอย ผมจึงไปตระเวนกินจนทั่ว จนรู้ว่าข้าวซอยที่แพงที่สุดขายในโรงแรม แต่รสชาติก็งั้น ๆ สู้ข้างนอกไม่ได้ ไม่เหมือนกับราเม็งที่ประเทศญี่ปุ่น เราแทบจะหาราเม็งในโรงแรมกินไม่ได้เลย แต่กลับซ่อนตัวอยู่ตามตรอก ซอก ซอยบนถนนต่าง ๆ ร้านก็เล็ก ๆ เก้าอี้ก็เก่า ๆ และทำวันหนึ่ง ๆ เพียงไม่กี่ร้อยชาม แต่กลับมีคนยืนต่อแถวกินกันยาวเหยียด”

“วิน” บอกตัวเองในใจว่า…ผมจะทำข้าวซอยให้ลูกค้ามายืนต่อแถวกินให้ได้

บรรยากาศหน้าร้านข้าวโซ-อิ

จากนั้นเขาลองผิดลองถูกด้วยการปรุงน้ำข้าวซอยให้ถูกจริตกับคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน เส้นที่ใช้ทำข้าวซอยจะไม่เป็นเส้นเหลือง ๆ แบน ๆ และไม่ลื่น อีกทั้งเวลากินไม่ต้องใช้ช้อนตักแยกระหว่างน้ำกับเส้น แต่ข้าวซอยของเขาจะหลอมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้น เวลาอยู่ในชามเซรามิกที่ ”วิน” กับแฟนออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะจะกินง่าย รสชาติอร่อย อิ่มในมื้อ ทั้งยังเสมือนกินอาหารญี่ปุ่น เพราะมีเครื่องเคียงจัดวางอยู่ในถาดเดียวกัน

ส่วนชื่อร้านข้าวโซ-อิ (KHAO-So-i) “วิน” บอกว่า…แฟนผมเป็นคนคิด เพราะเธออยากขายข้าวซอย ขณะที่ผมเองเคยเป็นซูชิ เชฟร้านอาหารญี่ปุ่นมาก่อน ที่สำคัญคนญี่ปุ่นเวลาพูดคำว่าข้าวซอยจะออกเสียงเป็นข้าวโซ-อิ ก็เลยกลายเป็นคำคำนี้ขึ้นมา

แต่ลึกลงไปกว่านั้น ”วิน” ต้องการพรีเซนต์” ข้าวโซ-อิ” ให้ออกมาเป็น 4 เส้นหลัก ๆ คือ

  • หนึ่ง ต้องการแสดงความเป็นไทย ฉะนั้น วัตถุดิบภายในร้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพริกแกง ผัก เนื้อสัตว์จะไม่ใช้ของญี่ปุ่นเลย
  • สอง เนื้อน่องลายเป็นเนื้อที่นำมาจากเขียงของพ่อค้า-แม่ค้าชาวอิสลาม แต่นำมาตุ๋นโดยใช้กรรมวิธีแบบญี่ปุ่น
  • สาม รูปแบบการบริการจะใช้อเมริกันสไตล์
  • สี่ ต้องการ represent ความเป็น ”วิน” เพราะเขาเกิดเมืองนอก เติบโตเมืองไทย เป็นลูกคนจีน ทั้งยังเคยทำงานกับญี่ปุ่น ดังนั้น หน้าตาอาหารที่ออกมาจึงมีความเป็นฟิวชั่นที่ผสมผสานระหว่างไทยล้านนากับสไตล์ญี่ปุ่น
ข้าวซอยผัดแห้งหอยเชลล์

“วิน” บอกว่าตลอด 1 ปี 7 เดือนที่เปิดร้านข้าวโซ-อิ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย อาทิ ข้าวซอยเส้นสดไก่โซอิ, ข้าวซอยเส้นสดเนื้อน่องลาย, ข้าวซอยผัดแห้งเนื้อใบพาย, ข้าวซอยผัดแห้งหอยเชลล์, ข้าวซอยล็อบสเตอร์, เกี๊ยวนึ่งโซอิซอส, เต้าหู้ทอด, สันคอหมูพริกเกลือ และอื่น ๆ โดยสนนราคาเริ่มตั้งแต่ 99-599 บาท และจากที่เคยเช่าที่เขาบางส่วนเพียงไม่กี่ตารางวา แต่ตอนนี้เขาสามารถซื้อที่ดิน 168 ตารางวา เพื่อตกแต่งร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังวางแผนขยายเฟส 3 เพื่อสร้างสำนักงาน ครัวกลาง และที่พักให้กับพนักงานบางส่วนด้วย

สันคอหมูคั่วพริกเกลือ

ที่สำคัญ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 เขากำลังนำร้านข้าวโซ-อิ บุกกลางมหานครกรุงเทพ บริเวณซอยคอนแวนต์ สีลม ซึ่งไม่เพียงจะเจาะกลุ่มลูกค้าออฟฟิศ บิลดิ้ง หากยังจับกลุ่มผู้ปกครอง-นักเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช และพนักงานแถบละแวกนั้น

ส่วนปี 2567 เขากำลังวาดแผนที่จะเปิดร้านในกรุงเทพฯอีก 2 แห่ง โดยคู่ขนานไปกับการวางแผนเปิดตลาดในต่างประเทศอีกในปี 2568 โดยประเทศแรกที่ไปคือสิงคโปร์ ก่อนจะไปมาเลเซีย และอินโดนีเซียตามลำดับ ทั้งนั้น เพราะเขาเชื่อมั่นว่า…ข้าวโซ-อิ ข้าวซอยสไตล์ล้านนา-ญี่ปุ่น น่าจะเป็นอาหารทางเลือกสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก

เขาเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ

บรรยากาศหน้าร้านข้าวโซ-อิ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...