โค้งสุดท้ายบัตรสวัสดิการฯ! กรมการปกครองย้ำ 4.7 ล้านคน รีบกด ‘ทบทวนสิทธิ’ ก่อน 31 ส.ค.
กรมการปกครองกำชับ 878 อำเภอเร่งอำนวยความสะดวกประชาชน หลังพบผู้ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 4.7 ล้านคนยังไม่กดขอทบทวนสิทธิ ย้ำต้องดำเนินการในระบบภายใน 31 ส.ค.นี้ ขณะที่ผู้ผ่านเกณฑ์อีกเกือบ 7 แสนคนยังไม่ได้ยืนยันตัวตน
24 สิงหาคม 2569 - นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ได้กำชับศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ระดับอำเภอ หรือ One Stop Service (OSS) ทั่วประเทศ 878 อำเภอ เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายของการดำเนินการ โดยเฉพาะการยืนยันตัวตนของผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และการยื่นขอทบทวนสิทธิของผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างทั่วถึง และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
อธิบดีกรมการปกครองเน้นย้ำให้ศูนย์ OSS ระดับอำเภอ ทำหน้าที่เป็น “หน่วยงานกลาง ให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว” ประสานการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประชาชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการของรัฐ พร้อมกำชับฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เร่งลงพื้นที่สร้างการรับรู้และติดตามประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด
จากข้อมูลการประมวลผล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 พบว่า กลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ มีผู้ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว 8,812,679 คน แต่ยังมีผู้ที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนอีก 693,852 คน
ขณะที่กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ มีผู้กดขอทบทวนสิทธิแล้ว 4,564,683 คน และยังมีประชาชนที่ไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกสูงถึง 4,744,570 คน จึงขอให้ประชาชนในกลุ่มดังกล่าวเร่งดำเนินการตามขั้นตอนภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์ขอทบทวนสิทธิ ซึ่งต้องกดขอทบทวนสิทธิในระบบภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
สำหรับกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่ต้องยืนยันตัวตน หรือ e-KYC ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ส่วนผู้มีบัตรรายใหม่ สามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
นอกจากนี้ ยังสามารถยืนยันตัวตนผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569
สำหรับผู้ที่มอบอำนาจ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านธนาคารทั้ง 5 แห่งที่กำหนดเท่านั้น โดยผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ส่วนกลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและประสงค์ขอทบทวนสิทธิ ต้องดำเนินการ 2 ขั้นตอนสำคัญ โดยขั้นตอนแรก ต้องกดยืนยัน “การขอทบทวนสิทธิ” ในระบบภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์โครงการฯ หรือธนาคารทั้ง 5 แห่งที่กำหนด
จากนั้นในขั้นตอนที่ 2 ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ ศูนย์ประสานงานฯ ระดับอำเภอ ภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
ทั้งนี้ มีบางหลักเกณฑ์ที่ระบบจะดำเนินการทบทวนข้อมูลโดยอัตโนมัติ โดยผู้ยื่นไม่ต้องนำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติม เช่น กรณีเกณฑ์รถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี เกณฑ์นักเรียนนอกระบบ เกณฑ์หุ้นวิสาหกิจชุมชน รวมถึงบัญชีฝากหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้ที่มีมูลค่าต่ำและไม่มีการเคลื่อนไหว ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด โดยจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน 2569
นายนฤชายังกำชับให้ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ปูพรมอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อให้ได้รับการยืนยันตัวตนครบทุกราย พร้อมประสานสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลและอำนวยความสะดวก กรณีพบว่าประชาชนถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแอบอ้างในระบบของหน่วยงานตรวจสอบสิทธิ เพื่อให้สามารถลงบันทึกประจำวันและแก้ไขข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปตามกรอบเวลาและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน.