โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อ.เจษฎ์ เปิดข้อมูล AstraZeneca กับภาวะลิ่มเลือด พร้อมข้อควรรู้

TeeNee.com

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อ.เจษฎ์ ไขข้อสงสัย! ข่าวลือวัคซีน AstraZeneca ทำลิ่มเลือด ย้ำเกิดขึ้นได้แต่พบ "น้อยมาก"
กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์อีกครั้ง สำหรับกรณีวัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca กับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หลังมีการแชร์ข้อมูลจนทำให้หลายคนเกิดความกังวลและตั้งคำถามว่า อาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอาจเกี่ยวข้องกับวัคซีนที่เคยได้รับหรือไม่
ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ออกมาอธิบายผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า
[#FactCheck] เรื่องวัคซีน แอสตร้า อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดได้นั้น .. ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรครับ
เรื่องนี้เขารู้จักดี และประกาศกันมาตั้งแต่ปีที่ฉีดวัคซีนแล้วนะครับ
.
. เพียงแต่โอกาสเกิดมันน้อยมากๆ (ไทยเราฉีดไป 48 ล้านโดส เจอผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงนี้แค่ 28 คนเอง)
.
และ ถ้าใครได้รับผลข้างเคียงต่างๆ จากวัคซีนเช่นนี้ มันก็เป็นตั้งแต่ตอนช่วงฉีดแล้ว ไม่ใช่ผ่านมาหลายปี ถึงจะเป็นครับ
"ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน" ซึ่งมีรายงานพบในผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 บางยี่ห้อที่ใช้ไวรัสเป็นตัวนำส่งโปรตีนหนาม เช่น AstraZeneca และ Johnson & Johnson
ภาวะดังกล่าวเรียกว่า Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าพบในอัตราที่น้อยมาก ประมาณ 50-100 กรณี จากการฉีดวัคซีนประมาณ 50-60 ล้านโดส
อีกภาวะหนึ่งที่มีรายงาน คือ "กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ" หรือ myocarditis และ "เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ" หรือ pericarditis ซึ่งพบในผู้ได้รับวัคซีนกลุ่ม mRNA อย่าง Pfizer และ Moderna
อัตราการพบโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 คนต่อ 1 ล้านคน โดยพบมากกว่าในกลุ่มคนอายุน้อย และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ภาวะเหล่านี้มักเริ่มมีอาการหลังได้รับวัคซีนไม่นาน และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายเองหรือรักษาให้หายได้ จึงไม่ควรนำปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนผ่านไปหลายปีมาเชื่อมโยงว่าเกิดจากวัคซีนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบจากการติดเชื้อ ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้เช่นเดียวกัน และอาจรุนแรงกว่า รวมถึงทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล การฉีดวัคซีนจึงถือว่ามีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและป่วยรุนแรง
---+---
(ข่าว) แชร์กันว่อนโซเชียล! ฉีดวัคซีน "แอสตราเซเนก้า" ทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน - เกล็ดเลือดต่ำ เป็นเรื่องจริง! เช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ วัคซีนโควิด แอสตราเซเนก้า ทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน เป็นเรื่องจริง โดยทาง บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ยื่นต่อศาลสูงแห่งสหราชอาณาจักร โดยยอมรับว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) ของบริษัท สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้ยาก คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome: TTS) หรือ ภาวะ VITT
กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคของไทย เคยได้ออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนกในประเด็นนี้แล้วโดยระบุว่า
ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งหมด 48 ล้านโดส โดย 1 คน ฉีด 2 โดส ดังนั้นมีผู้รับวัคซีนประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งเข็มสุดท้ายที่ฉีดคือเมื่อเดือนมี.ค.2566
ขณะที่ภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ จะเกิดขึ้นหลังการรับวัคซีน 5-42 วัน เท่านั้น หากภาวะลิ่มเลือดอุดตันเกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่น่าจะใช่อาการที่เกิดจากวัคซีน
จึงขอให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ อย่ากังวล ซึ่งภาวะดังกล่าวหลังการฉีดวัคซีนนั้นเกิดขึ้นได้ทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทย ก็มีรายงานผู้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังการรับวัคซีนแอสตร้าฯ 23 ราย
สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในอดีต ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเลือดหรือกังวลเรื่องลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีน เนื่องจากระยะเวลาความเสี่ยงได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือด ควรเข้ารับการตรวจรักษาตามระบบปกติของโรคนั้นๆ

Link นี้ต้อง Click

ผลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34! ผีใช้ได้ค่ะ ฟาด10 รางวัลใหญ่
ทรงพระสิริโฉม เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ในชุดไทยบรมพิมานสีครั่ง
แค่ไล่มือที่สามไป ไม่ช่วยอะไรเลย… วิธีแก้ ปัญหาชีวิตคู่ซ้ำซาก อยู่ที่นี่
ความรักไม่ง่ายหรอก แต่ถ้าทำสิ่งนี้ เขาจะเป็นฝ่ายไล่ตามคุณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...